หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ที่สุดแล้วจะลงเอยอย่างไร  (อ่าน 584 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ลูกหมูท่องโลกทิพย์
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20


ความตายไม่สิ่งน่ากลัวแต่สิ่งที่น่ากลัวคือ กรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 04:46:38 AM »

ไปเจอกระทู้นี้มา น่าสนใจและคิดว่าคงจะตรงใจกับคนหลายๆคนที่เข้ามาอ่านและข้อความบางส่วนที่ตรงใจผม


บ้านเมืองเราเป็นอะไรไปแล้ว นี่คือเสียงคำถามที่ได้ยินบ่อยไที่สุด ทุกวันนี้ประเทศชาติแตกแยกเป็นสองฝ่าย จะพูดจะจาอะไรกับใครต้องคอยหวาดระแวงว่าคนที่พูดด้วยอยู่ข้างเดียวกันหรือเปล่า

เพราะเกรงจะต้องผิดใจกัน หรือทะเลาะเบาะแว้งกันจนกระทั่งเลือดตกยางออก มากที่สุดก็ฆ่ากันให้ตายไปเลย เพียงเพราะแค่ความคิดเห็นไม่ตรงกันทางการเมืองนาทีนี้

เรื่องการเมืองกลายเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ใฝ่หาความสงบ หลายคนเลี่ยงที่จะไม่พูดการเรื่องเมืองในบ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน วงเหล้า บนรถ ตามท้องถนน ฯ บ้างจะออกตัวว่าอยู่เป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ก็จะถูกผลักใสให้ไปอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ก็ถูกดึงให้ไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง พื้นที่ตรงกลางแทบไม่มีให้ยืน

ออกจากบ้านจะใส่เสื้อสีอะไรยังต้องคิดให้ดี(วูบหนึ่งผมคิดว่าถ้าโลกมีแต่สีขาวดำก็คงดีเหมือนกัน) เหลืองและแดงคือสิ่งต้องห้ามหากไม่อยากแสดงจุดยืนส่วนตัวหรือมีปัญหาภายหลังจากคนที่มองคนแต่เพียงภายนอก(สีเสื้อ)

ทุกวันนี้เราไม่ได้มองเรื่องสิทธิในความเชื่อทางการเมืองเลย เมื่อเทียบกับหลายประเทศที่เขาก็มีความคิดเห็นต่างกัน บุช หรือ เคอรี่ โอบามา หรือ แม็กเคน แม้ทั้งสองฝ่ายจะเกลียดกันเข้าไส้ไม่แพ้ประเทศไทย ทว่า เขากลับก็ยังคงอยู่ร่วมกันได้ และยังเป็นคนชาติเดียวกัน

ผิดกับประเทศเราที่มองฝ่ายที่มีความคิดเห็นทางการเมืองตรงข้ามกับตัวเองว่า คนพวกนั้นเป็นคนโง่ ไร้ความคิด ไม่มีสมอง หนักเข้าก็หาว่าไม่ใช่คนไทย เจอหน้าที่ไหนต้องด่าต้องทำร้ายกัน

คนขับแท็กซี่สีแดงไม่รับผู้โดยสารสีเหลือง พ่อค้าสีเหลืองไม่ขายอาหารให้ลูกค้าสีแดง อาจารย์สีแดงกดคะแนนนักศึกษาสีเหลือง ผู้จัดการสีเหลืองต่อว่าลูกน้องสีแดง  เพื่อนสีเหลืองไม่ชอบหน้าเพื่อนสีแดง ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ฉลาดหรือโง่ไปกว่ากันเลย

กระทั้ง ถึงขนาดรณรงค์ไม่ให้ใช้บริการของธนาคารนี้ เพราะสนับสนุนฝั่งตรงข้าม ไม่ใช้เครือข่ายโทรศัพท์บริษัทนี้ เพราะมีเจ้าของเป็นหันหน้าของฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช้สินค้าของบริษัทนี้เพราะสนับสนุพรคคการเมืองฝ่ายตรงข้าม

แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่แต่ละคนสามารถทำได้ แต่เพื่ออะไรล่ะ ความสะใจเท่านั้นเหรอ ถึงจุดนี้ผมคิดว่้ามันมากเกินไปแล้ว กับการดึงทุกอย่างแม้แต่การดำเนินชีวิตประจำวันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองเสียหมด

ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งเหมือนกับว่า(คนที่ร่วมด้วย)กำลังเอาขวานกรีดลงบนแผ่นดินให้แบ่งประเทศเป็นส่วนๆ แยกดินแดนกรุงเทพฯ กลาง เหนือ อีสาน ใต้ ออก ตก

ใครอยากพูดอยากวิจารณ์อะไรก็ทำได้อย่างอิสระ เสรี ไม่มีการเกรงใจหรือสำนึก ละเลยสถาบันที่ทำให้ชาติเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ ลืมสิ้นบุญคุณบรรพบุรุษที่ปกป้องดินแดนด้วยเลือดเนื้อ

คอมเมนท์ในอินเตอร์เน็ต90%เป็นคำด่า เยาะเย้ยถากถาง จ้องจะเหยียบกันให้จมดิน ทำลายให้หายไปจากโลกนี้ ฝ่ายตรงข้ามเจ็บ-ตายก็สมนํ้าหน้า เชียร์ให้ยิง ให้ระเบิด อย่างไม่มีจิตสำนึกว่า คนเหล่านั้นก็เป็นคนไทย สัญชาติไทย เชื้อชาติเดียวกับคุณผมไม่เห็นด้วยกับการยึดสถานที่ราชการ สนามบิน ปิดถนน หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คนไทย(และคนต่างชาติบางส่วน)เดือดร้อน

ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยกับการยิงแก๊สนํ้าตา ปาระเบิด ใช้ความรุนแรงสลายชุมนุมคนไทย และเกลียดที่สุดกับพวกหมาลอบกัดที่ลอบยิงปืน ยิงระเบิด ปาระเบิดจากมุมมืด หรือใช้กำลังและจำนวนคนที่มากกว่า รุมใช้ไม้ตี-ชกต่อยฝ่ายคนไทยที่น่ารังเกียจที่สุด เห็นจะเป็น นักการเมืองเลวๆที่เห็นประเทศชาติเป็นของเล่นหรือขนม จึงผลัดกันเล่น ผลัดกันกินอย่างสนุกสนาน แถมยังหวงแหนไม่ยอมให้ใครหน้าไหนที่ไม่ใช่พวกพ้องมาแตะ ราวกับสุนัขหวงกระดูก(ประเทศไทยตอนนี้เหลือแค่นั้นจริงๆ)

อย่าได้้มาอวดอ้างว่าฝ่ายที่ท่านยืนอยู่เป็นเสียงข้างมาก คนไทยมี 60 กว่าล้านคน มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 40 ล้านคน มาใช้สิทธิ์จริงๆไม่ถึง 30 ล้านคน

เลือกพรรคพลังประชานประมาณ 12 ล้านคน พรรคประชาธิปัตย์ประมาณ 12 ล้านคน ที่เหลือเป็นพรรคอื่น ถามว่าแล้วใครเป็นเสียงข้างมาก? ที่แน่ๆไม่ใช่เหลืองหรือแดง ในความคิดผมคนไทยคือเสียงข้างมากในประเทศนี้(อย่าได้หาว่าผมประชดหรือด่าว่าใครไม่ใช่คนไทย ทุกคนรู้ตัวเองดีว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า)   

แน่นอนว่าผมเคารพในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้ง(ไปทุกครั้งไม่เคยเบื่อ) สภาฯ และไม่สนับสนุนให้ใครหน้าไหนอยู่เหนือกฏหมายทั้งนั้น ไม่ว่าจะแกนนำในทำเนียบหรือคนที่อยู่นอกประเทศแต่ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นปกติแบบนี้ ประชาธิปไตยเพียงอย่างเดียวไม่อาจแก้ปัญหาได้ เลิกฟังคนสีเหลือง5คนที่ทำเนียบ และ คนสีแดง3คนที่NBTซะ คนพวกนี้จะทำให้ประเทศเดินไปสู่ความพินาศ 

คนที่วันๆเอาแต่จ้องจะชนะคะคานกัน คนที่นำมวลชนเลือดเนื้อสายเลือดชาติเดียวกันเข้าประหัดประหารกัน คนเหล่านี้ไม่สมควรแม้แต่จะมีสถานะใดๆให้ยืนในสังคม

อย่าได้เลือกข้าง เพียงเพราะมีคนบอกให้คุณทำแบบนั้น อย่าได้กลัวที่จะยืนอยู่ตรงข้ามกับสองสี หนักแน่นอยู่บนจุดยืนเดิม บนทางสายกลางที่แม้จะคับแคบ เดินลำบาก แต่ก็อบอุ่นไปด้วยผู้คนที่ใฝ่สันติและรักสงบประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป

เมื่อไหร่เรื่องราวเหล่านี้จะสิ้นสุด มันจะจบแบบไหน  คำถามนี้ไม่มีใครตอบได้แทนคนไทยได้  สิ่งที่ทุกคนกำลังจะทำต่อจากนี้ล้วนนำไปสู่จุดจบ(หรือทางออก)ร่วมกันทั้งสิ้นคิดให้ดีก่อนจะถืออะไรไว้ในมือ คิดให้มากก่อนที่จะพูดอะไร คิดให้หนักก่อนจะทำอะไร สิ่งนั้นสร้างอะไรดีให้กับสังคมหรือเปล่า สิ่งนั้นสร้างผลกระทบให้กับใครหรือไม่ 

การเมืองเป็นเรื่องที่ผมพยายามที่จะไม่เขียนถึงที่สุด(สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้) ไม่นับผลกระทบที่ตามมาแน่หลังจากที่ผู้คนได้อ่านบทความนี้จบ ที่จะต้องถูกตีความขีดเส้นทาสีให้เสร็จว่าสนับสนุนใคร ก็ยังมีความหดหู่ในใจขณะกำลังเขียนและเขียนจบ ความขับข้องใจที่ทำอะไรให้ประเทศได้เพียงเท่านี้

แล้วยังกับอนาคตที่ไม่มีทางรู้  หลังจากนี้อาจมีการนำเอาข้อความข้างบนไปอ้างอิง เข้าข้างฝ่ายตัวเอง มองข้ามความเจตนาดีต่างๆ เพื่อทำให้กระทู้นี้กลายเป็นอีกหนึ่งกระทู้การเมืองด่ากันไฟแล่บ หนักกว่านั้นผมอาจจะโดนโจมตีจากคนทั้งสองฝ่าย

ถ้าหากมันจะเป็นอย่างนั้น ผมขอร้องให้เลิกความคิดนั้นเสีย(มันไม่ได้อะไรหรอก) แล้วเปลี่ยนมาเป็นการช่วยกันเสนอความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ คุยกันด้วยเหตุด้วยผลดีกว่าครับ ถอดเสื้อสีสดที่ใส่อยู่ในใจออกเสีย หันหน้าเข้าหากัน ช่วยกันหาทางออก แม้มันจะเป็นคำพูดเดิมที่ได้ยินเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้วก็ตาม แต่ไม่เคยมีใครเห็นมันเสียที

ผมอยากเห็นมันในกระทู้นี้ แม้ว่าจะมีเพียงแค่ไม่ถึง10คอมเมนท์ก็ตาม ผมก็คงดีใจมากกว่ามีคอมเมนท์เป็นร้อย แต่อ่านแล้วเจอแต่ข้อความสาดโคลนกันไปมาเหมือนเดิมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

มันอาจจะเป็นความเชื่อของผมคนเดียว แต่ผมมีความรู้สึกว่าคนไทยที่มีความคิดเห็นเป็นกลางน่าจะมีจำนวนมากกว่าสีเหลืองหรือสีแดง แสดงตัวออกมาเถอะครับ ส่วนผู้ที่เลือกสีไปแล้วลองเปิดใจให้กว้างแล้วค่อยๆก้าวเดินขึ้นมาตรงกลางไม่ต้องรีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป

สักวันประเทศไทยจะต้องกลับมามีเพียงสีเดียว ปลายขอบฟ้ายังอยู่อีกแสนไกล แม้มันจะเป็นเพียงแค่แสงเลือนลาง แต่ก็น่าจะงดงาม สดใสกว่าท้องฟ้าที่อยู่บนหัวเราในตอนนี้  ขอเพียงคนไทยจับมือแล้วเดินไปด้วยกัน

อย่าได้สงสัยหรือตั้งข้อสังเกตเลยครับ ว่าผมอยู่ฝ่ายไหน สีอะไร อยู่ข้างใคร  เชียร์ใคร มันไม่สำคัญอะไรหรอก ผมเป็นเพียงแค่คนไทยคนหนึ่งเท่านั้น

ต่อจากนี้มันจะเป็นอย่างไร ล้วนขึ้นอยู่กับพวกคุณจะเป็นคนกำหนด

 

 

คนที่คิดถึงรอยยิ้มและนํ้าใจอันดีงามของชาวไทย


สุดท้ายก็   กัมมุนา วัตตีโลโก  สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 28, 2008, 04:52:54 AM โดย ลูกหมูท่องโลกทิพย์ » บันทึกการเข้า

คนพาล ย่อมสำคัญบาปดุจน้ำผึ้ง ตราบใดที่บาปยังไม่ให้ผล
ก็เมื่อใดบาปให้ผล เมื่อนั้น คยพาลย่อมประสบทุกข์
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2008, 04:15:21 PM »

"อายุบวร"

       Shocked ก็คงได้แต่พูดได้แต่เขียน  แต่ไม่มีน้ำยา  ถ้าจะวางตนอยู่เฉย ๆ ไม่เข้าข้างฝ่ายใด  เมื่อวานนี้ท่านนายกสมชายก็คงจะได้กิน "ส้นตีนยำ" แทนหัวปลาหม้อไฟ ของกลุ่มนายตั้วไปแล้ว

      Shocked คนเชียงใหม่นั้นรู้สึกว่าจะไม่เหมือนคนจังหวัดอื่น  ขนาดที่นายกบินวนหาที่ลงไม่ได้  เมื่อโทรลงไปเชียงใหม่  ท่านก็ตัดสินใจไปลงเชียงใหม่ทันที  อย่าคิดว่าคนเชียงใหม่เป็นคนที่น่ารัก ยิ้มง่าย  แต่เมื่อพวกคุณจะบุกไปทำลายเชียงใหม่  ไปเผาศาลากลาง หรือสถานที่ราชการต่าง ๆ นั้น ไม่ได้อย่างแน่นอน  ทีวี PBT นั้นยังต้องขอกำลังเสื้อแดงไปอารักขา  แต่ไปบ่อยก็ต้องเลี้ยงข้าวด้วย  เพราะบรรดารถแดงและตุ๊กๆ ที่ไปนั้น ทาง ผอ.เพชร ก็ต้องจ่ายค่าน้ำมันให้อยู่แล้ว

      Shocked ที่กรุงเทพฯ จะลงเอยยังไงก็ไม่ทราบ  ตามราคาคุยที่พวกพันธมารบอกว่า  ถ้าไปประชุมที่ไหนก็จะตามไป  ก็รู้อยู่แล้วว่าท่านายกจัดประชุมที่เชียงใหม่  แต่ก็ยังไปไม่ถึง  เพราะพวกคุณเจตนาไม่ดี  คนดี ๆ ไปเชียงใหม่นั้น  คนเชียงใหม่ยินดีต้อนรับ  แต่พวกกลุ่มเสื้อแดงบอกว่าไม่ต้อนรับ "พันธมาร"

      Shocked ถ้าจะมีการประชุมสภาที่เชียงใหม่  พรรคประชาธิปัตต์ก็ไปได้ให้การต้อนรับอย่างเต็มที่  แต่ถ้าไปในโอกาสธรรมดานั้น  พวกเสื้อแดงไม่ต้อนรับ ก็มีการแยกแยะว่าสิ่งไหนควรทำหรือไม่ควรทำ  ไม่ทำตนเป็นคนสมองหมูปัญญาควาย
      
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2010, 10:54:11 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2009, 04:51:05 PM »

"อายุบวร"

      Shocked เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปแวะหาเจ๊กุง ศิษย์อาจารย์บุญมา  รู้สึกว่าอาชีพของเจ๊กุงนั้นจะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนแต่อย่างใด  เพราะว่าเจ๊กุงขายอาหารให้นักศึกษา มช.  ก็ขายได้เป็นปกติธรรมดา

      Huh? แวะไปกินข้าวมันไก่ร้านไหหลำ  เขายังแซวว่าเราเป็นเสื้อแดง  แต่ร้านของเขาก็ไม่กระทบกระเทือน  มีคนไปกินเต็มร้านทุกวัน

      Tongue แต่เด็กข้างบ้านที่ทำงานกับบริษัทหนึ่งที่นิคมอุตสาหกรรม  ต้องตกงาน  เขาให้ออก ๔๐๐ คน  ในครั้งแรกที่พวกพันธมารยึดสนามบินนั้น  โรงแรม ไก๊ด์ ตกงานกันเป็นแถว  แต่เมื่อทั่วโลกรู้ว่าเสื้อแดงเชียงใหม่นั้นสามารถคุ้มครองพวกเขาได้  เวลานี้โรงแรมก็ดีขึ้นมาก  ไก๊ด์ก็กลับไปทำงานแล้ว  รถสี่ล้อแดงก็มีคนขึ้นมากพอที่จะเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียได้

      Shocked ถ้าคุณลูกหมู่อยู่ในกลุ่ม เจ๊กกุง หรือ ข้าวมันไก่  ก็ไม่จำเป็นต้องไปเข้ากับฝ่ายใด  แต่ถ้าเป็นพวกแรงงานละก้อ  คุณลูกหมูก็น่าจะต้องหาฝ่าย  ซึ่งมันก็มีอยู่ ๒ ฝ่าย  คือฝ่ายพันธมาร และ ฝ่ายเสื้อแดง  ซึ่งจะต้องต่อสู้กันไปอีกยาวนาน  จนกว่าประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยที่พอที่จะเอามาใช้ได้  ไม่ใช่ว่าถ้าเรายกพลไป ๑๐ คน ไปยึดสนามบิน  ก็เพียงแค่ปรับ ๕๐๐๐ บาท เท่านั้น  เป็นการโฆษณาที่ราคาถูกมาก  เพราะว่าได้โฆษณาดังไปทั่วโลก  แล้วสนามบินสุวรรภูมิก็จะต้องถูกเข้าคิวยึดกันทุกวัน  แล้วคนต่างประเทศเขาจะเข้ามาเที่ยวบ้านเราหรือ

      Huh? เป็นทางลัดได้ดีสำหรับศิษย์สายสัญญาที่ต้องการดังเร็ว  พาลูกศิษย์ไปยึดสนามบิน ๖ คน  ก็คงถูกปรับคนละ ๕๐๐.๐๐ บาท  รวมเป็นเงิน ๓,๐๐๐.๐๐ บาท  ได้ออกทีวีทุกช่อง  ดังไปทั่วโลก  แต่.....มันสำคัญอยู่ที่ว่าดังแล้วตัวเอง จะต้องทำอะไร ?  ถ้าไม่มี "บารมี" จริง ๆ ดังแล้วก็ดับสูญเลยไปตามสัญญา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 07, 2009, 11:26:46 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: