Satusanya
ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 สัปดาห์
1 เดือน
ตลอดกาล
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ค้นหา
สมาชิก
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
Satusanya
>
หมวดหมู่ทั่วไป
>
ห้องประชาสัมพันธ์ตำรายา สมุนไพร ต่างๆเพื่อรักษาโรค
>
ยาอายุวัฒนะ
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: ยาอายุวัฒนะ (อ่าน 1195 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 749
"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
ยาอายุวัฒนะ
«
เมื่อ:
มกราคม 12, 2009, 12:18:11 PM »
"อายุบวร"
ยาอายุวัฒนะ (อายุยืน)
กล้วยน้ำหว้า สุกงอม ๑ หวี
มะตูมสุก คว้านเอาเนื้อใน ๕ ผล
พริกไทยตำเป็นผง หนัก ๔ ตำลึง
คลุกเคล้าแผ่ใส่ถาด ผึ่งแดด ๗ วัน น้ำค้าง ๗ คืน ใส่ขวดโหลดองกับน้ำผึ้งไว้ ๒ สัปดาห์
(รับประทานวันละ ๔ ช้อน ท่านผู้เป็นครอบครัว รับประทานทั้งคู่ จะเกิดแทนค่าในสมการ)
บันทึกการเข้า
I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
lovelove
บุคคลทั่วไป
Re: ยาอายุวัฒนะ
«
ตอบ #1 เมื่อ:
พฤศจิกายน 10, 2009, 10:40:28 PM »
ตำรายาข้างบนนี้ มาจากวิหารใหญ่ เขาก็ไม่ได้บอกว่า พ่อต้นฯ ท่านให้ หรือ "พระบารมี" เปิดให้ ซึ่งถ้าอยากรู้จริง ๆ ละก้อ ต้องเดินทางไปวิหารใหญ่ กล้าไปหรือเปล่า
เวลานี้เป็นเวลาที่นายกอภิสิทธิ์ กำลังทำลายชาติ ทำลายประชาชน หากจะเดินทางไปวิหารใหญ่ ถ้าไปด้วยรถส่วนตัวละก้อ ต้องคิดคำนวณดูว่า ค่าน้ำมันเท่าไหร่ ไปถึงแล้วถ้าโง่ตามคำชักชวนของ อาจารย์ ก็จะต้องเสียเงินอีกเท่าไหร่ แล้วเมื่อเสร็จจากพิธีกรรมเหล่านั้น สำคัญว่าเราจะได้อะไรมาบ้าง รู้สึกว่าจะไม่ได้อะไรติดมือมา นอกจากองค์พระธรรมติดหัวติดตัวมาไม่กี่องค์เท่านั้นแหละ
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 12, 2010, 09:38:24 AM โดย administrator
»
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 749
"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
Re: ยาอายุวัฒนะ
«
ตอบ #2 เมื่อ:
ธันวาคม 07, 2009, 11:29:47 AM »
"อายุบวร"
lovelove เอ้ย รักจริงอะป่าว จึงกล้าเข้ามาท้าทาย ในเว็บนี้ เว็บนี้เป็นเว็บสายสัญญา จะต้องบอกด้วยหรือว่า ตำรายา องค์พระธรรม ตัวดับล้าง เอามาจากที่ไหน ซึ่งผู้ที่นำเอาตำรายานี้มาเขียนเอาไว้ในสมุดดับล้าง เขาก็ไม่ได้บอกว่าเป็นตำรายาของใคร แล้วเราจะต้องไป "เสือก" รู้ว่า เป็นของใคร ใช้สมองคิดไตร่ตรองเอาก็แล้วกัน
ซึ่งถ้าเข้ามาท้าอาจารย์ประหยัด ว่ากล้าไปวิหารใหญ่หรือเปล่า ก็ขอบอกว่าไปมาหลายครั้งแล้ว ครั้งสุดท้ายไปกับคุณลูกหมู ในวันที่ 11-13 ธันวาคม 2552 นี้ จะมีลูกศิษย์ พาอาจารย์ประหยัด ไปวิหารใหญ่อีก เนื่องจากรู้ว่าไม่ได้อะไร ก็คิดว่าไม่ไปดีกว่า สงสารที่ลูกศิษย์จะเสียเงินค่าน้ำมัน ค่าโรงแรม
งานวิหาร อ.บุญมา ปี พ.ศ.๒๕๕๒ ในวันที่ 11-13 ที่หนองโดน ลำปลายมาศ ซึ่งจะแวะไปที่วิหารใหญ่ เพื่อไปเคารพศพของพ่อต้นฯ หรือไปปราสาทเขาพนมรุ้ง เป็นผลพลอยได้ที่จะสามารถไปเยี่ยมชมได้ อาจารย์ประหยัดไปนั้นไม่ต้องเสียเงินค่าน้ำมันรถ เพราะมีลูกศิษย์เขาบริการให้ ถ้าไปก็ไปนอนค้างคืน ก็ลูกศิษย์ออกค่าโรงแรมให้ ซึ่งค่าโรงแรมที่ อ.นางรอง นั้นถูกมาก ราคาตั้งแต่ ๑๐๐-๓๐๐ บาทเท่านั้นเอง
การไปวิหารของอาจารย์บุญมา ซึ่งสร้างใหญ่โตกว่า "วิหารใหญ่" มิใช่ไปเพื่อให้ อ.บุญมา ประจุองค์พระธรรมให้ไม่กี่องค์ ซึ่งคนละดับกระจ๊อกอย่างคุณ lovelove นั้น ไม่มีเงิน ไปวิหารใหญ่ก็จะไม่ได้อะเลยเลย แต่สำหรับอาจารย์ประหยัด นั้นมีเงิน ก็มีบรรดาอาจารย์มาประจุองค์พระธรรมให้ ๔ ท่าน ซึ่งอาจารย์วิหารใหญ่นั้นเขามองคนไปเขาก็รู้ว่าควรจะเขียนให้คนมีเงินหรือคนจนอย่าง lovelove
การไปวิหาร อ.บุญมา นั้น ไม่ใช่ประสงค์ที่จะไปรับประจุองค์พระธรรม ไปเพื่อศึกษาว่าทำไมคนจึงมีความเชื่อศรัทธา ในตัวอาจารย์บุญมา บรรดาอาจารย์บ้านนอกแต่เปี่ยมไปด้วย "บารมี" นั้นเขาปฏิบัติตัวยังไง เมื่อเราถามพวกเขาในขณะที่เชิญเขามาประจุองค์พระธรรมให้ ก็จะได้ความรู้มากมายจากบรรดาอาจารย์เหล่านี้ คนที่ไร้สมองเหมือนไส้เดือน ก็จะไม่รู้จักว่า ใครบ้างที่เป็นอาจารย์มาจากต่างจังหวัด ซึ่งเราสามารถเข้าไปคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้
ไม่จำเป็นที่จะไปหวังเอาองค์พระธรรมจากอาจารย์บุญมา หรือจากอาจารย์ที่วิหารใหญ่ เพราะ อาจารย์ประหยัด นั้น แจก VCD ที่เต็มไปด้วยองค์พระธรรม ๕๐๐ กว่าองค์ ให้ฟรี ๆ แก่บรรดาลูกศิษย์อยู่แล้ว แต่ต้องเป็น VCD รุ่นล่าสุดนะ ประการสำคัญก็คือ อาจารย์ประหยัด นั้นเป็น อาจารย์สายสัญญา ที่โด่งดังในท่ามกลางอาจารย์สายสัญญาที่พอจะมีบารมีอยู่ที่ วิหารใหญ่ หรือ วิหารอาจารย์บุญมา อยู่แล้ว
ลูกศิษย์ที่จะพาอาจารย์ประหยัดไปนั้น คือ อาจารย์เล้ง อาจารย์กวง ผู้ซึ่งศรัทธาในตัวอาจารย์ประหยัด ขนาดที่ว่าขับรถขึ้นไปที่เชียงใหม่เพื่อไปให้อาจารย์ประหยัด ประจุ องค์พระธรรมให้ แล้วแค่ไปวิหารอาจารย์บุญมา 300-444 ก.ม. มันเรื่องเล็ก ในขณะที่ไปกับอาจารย์ประหยัด นั้น เวลากลับโรงแรมก็จะได้รับการประจุองค์พระธรรมอย่างเต็มที่ ซึ่ง อ.เล้ง อ.กวง นั้นจะรับการประจุองค์พระธรรม จาก อาจารย์โหน่ง และอาจารย์ประหยัดเท่านั้น ส่วนอาจารย์ระดับกระจ๊อก หรือศิษย์สายสัญญา ระดับกิ๊กก๊อก นั้น แม้แต่ อ.เล็ก...หนองจอก เขาก็ไม่ให้บรรจุองค์พระธรรมให้
สรุปแล้วการไปวิหารอาจารย์บุญมานั้น ไม่ใช่ไปเพื่อที่จะเอาองค์พระธรรมแต่อย่างเดียว ไปเพื่อศึกษาหลาย ๆ ด้านของ บรรดา อาจารย์สายสัญญา เพื่อที่จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไข ในการที่จะปฏิบัติธรรมในสายสัญญาให้ก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2010, 09:25:11 AM โดย administrator
»
บันทึกการเข้า
I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 749
"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
Re: ยาอายุวัฒนะ
«
ตอบ #3 เมื่อ:
สิงหาคม 29, 2011, 10:34:51 AM »
"อายุบวร" ความไม่เป็นโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
ตำรายาอายุวรรณชนะ (รักษาโรคทุกชนิด)
ของสายสัญญา
๑. ขมิ้น ๑ กก.
๒. ข่า ๑ กก.
๓. ขิง ๑ กก.
๔. บรเพชร ๑ กก.
๕. แก่นทุ่มกา ๑ กก.
๖. แก่นขี้เหล็ก ๑ กก.
๗. แก่นมะเกลือ ๑ กก.
๘. น้ำตาลทรายแดง ๕ กก.
ทั้งหมดตากแห้ง (หรือหมาดๆ)
-เอาเครื่องยาทั้งหมดห่อผ้าขาว
-น้ำตาลทรายต้มกับน้ำ ใส่ห่อยาลงไปพอให้น้ำท่วมห่อยา
-ทิ้งเอาไว้ให้เย็น ใส่น้ำยาลงไปในตุ่ม-ไห เอาผ้าขาวมัดปากไหเอาไว้
-ทิ้งเอาไว้ ๑๕-๖๐ วันแล้วจึงค่อยเอามารับประทาน
ทำได้ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๒ ลดน้ำตาลลงเหลือ ๔ กก. ครั้งที่ ๓ เหลือ ๓ กก. ครั้งที่ ๔ เหลือ ๒ กก.
ตำรายานี้มีศิษย์เอกอาจารย์จากวิหารใหญ่มอบมาให้อีกทีหนึ่ง อาจารย์ประหยัดนั้นยังไม่ได้ทำ เพราะว่าตัวยาเหล่านี้หาซื้อได้ยากมากในเชียงใหม่ แต่ในกรุึงเทพฯ นั้นน่าจะหาซื้อได้หมด ตัวยาที่หายากที่สุดก็คือ "แก่นทุ่มกา" ถ้าหาในกรุงเทพฯ ไม่ได้ ก็จะต้องไปหาซื้อที่บุรีรัมย์
ตำรายานี้น่าจะดัดแปลงมาจากพระธุดงค์ ซึ่งในพระไตรปิฎกนั้น พระท่านนำลูกมะขามป้อม ลูกบ่านะ ไม่รู้ว่าภาษาไทยเขาเรียกบ่านะว่าอะไร น่าจะสมอ หมักกับน้ำฉี่เป็นยารักษาโรค ซึ่งป้าเช็งผู้โด่งดังในเรื่องน้ำหมักก็ไปเรียนรู้มาจากพระอีกทีหนึ่ง ก็ได้มาทำน้ำหมักจากผลไม้ต่าง ๆ เช่น ลิ้นจี่ สมอ มะขามป้อม ลูกยอ ลำไย และ บรเพชร ซึ่งจะต้องหมักอย่างน้อย ๖ เดือน จึงได้จะเป็นยารักษาโรคต่าง ๆ ยิ่งเก็บไว้นานก็ยิ่งดี จะมีคุณภาพในการรักษาโรคได้ดีขึ้น
ทีแรกก็ไม่ได้สนใจเท่าไรนึก ก็ประมาณ ตอนที่ทอดผ้าป่านี่แหละ ไปกินข้าวซอยที่ร้านข้าวซอยลำดวน ปรากฎว่าคุณติ๋มเจ้าของร้านเขาหมักเอาไว้เกือบ ๔๐ ถังแล้ว เมื่อเห็นว่าคุณติ๋มาเขาทำจริง ลำไยบนต้นนั้นก็เลยขึ้นไปฝากเขาประมาณ ๕๐ กก. เพื่อให้คุณติ๋มหมัก แต่คุณภาพของที่คุณติ่มหมักนั้นยังไม่ได้ที่พอ คือจะต้องหมักเกินกว่า ๖ เดือน จึงค่อยเอามากินเพื่อทดสอบว่าคุณภาพนั้นช่วยรักษาโรคได้จริงไม๊ แต่คนที่เขาหมักไปก่อนเรานั้นเขาทดสอบแล้วได้ผลแล้ว มาออกรายการทีวีของป้าเช็งเยอะแยะไป ก็าไม่ลองก็ไม่รู้
การเรียนรู้ในสายสัญญาก็เหมือนกับน้ำหมักของป้าเช็งนั่นแหละ เมื่อถึงจุดหนึ่้งน้ำหมักของป้าเช็งก็จะใช้ดื่มเป็นยาช่วยป้องกันโรค รักษาโรค แม้แต่โรคมะเร็งนั้นก็สามารถป้องกันได้ และหากเป็นขั้นต้นก็รักษาให้หายได้ ซึ่งสายสัญญานั้นเมื่อปฏิบัติก็จะได้หลาย ๆ อย่างมากกว่าน้ำหมักป้าเช็งเสียอีก แต่ไม่ได้กำหนดเอาไว้ว่า ๔ เดือนก็กินได้แล้ว สายสัญญานั้นจะช้าหรือเร็วมันอยู่ที่ "กุศลมูลเดิม" ไม่มีกุศลมูลเดิม ปฏิบัติไป ๑๐ ปีก็ได้แค่นั้นแหละ หากมีสายสัญญามาจากอดีตชาติ แค่ ๓-๖ เดือน ก็จะรู้ผลแล้ว พวกคนจีนเขาทำน้ำหมักแล้วก็ทำเป็นซองมาขายเรียกว่าเอ็นไซด์ เวลานี้เข้ามาโฆษณาขายในเว็บกันเกร่อไปหมด ผู้ที่ซื้อไปรับประทานนั้นได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ราคานี้แพงมาก ซึ่งหากใครที่จะหมักเอ็นไซด์เหล่านี้กินเอง ก็๋ลงทุนไม่มาก อยากเรียนรู้ก็ไปเป็ดเว็บของป้าเช็งเอาเอง ทำในสิ่งที่มองเห็นของป้าเช็งไปก่อน แล้วค่อยมาทำสิ่งที่มองไม่เห็นของ "สายสัญญา-ประยักต์" ทีหลังก็ได้
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 08, 2011, 09:49:13 AM โดย administrator
»
บันทึกการเข้า
I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 749
"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
Re: ยาอายุวัฒนะ
«
ตอบ #4 เมื่อ:
สิงหาคม 30, 2011, 10:05:23 AM »
"อายุบวร"
ก่อนที่จะมีการสั่งการฆ่าพวกเสื้อแดง น้องสาวได้โทรไปหา อาจารย์ประหยัด ขอให้ไปรักษาให้สามีน้องจิ่ม ซึ่งก็เป็นคุณหมอที่เกษียณแล้ว แต่ต้องจิ๋มนั้นยังทำงานเป็นหมอฟันอยู่ น้่องสาวก็ให้เบอร์โทรน้องจิ๋มโทรมาคุยด้วย เล่าเรื่องเกี่ยวกับสามีไปติดแม่บ้านที่หัวหิน ก็เป็นแม่บ้านที่ดูแลคอนโดให้นั่นแหละ ก็เร่งให้ไปโดยด่วน ซึ่งถ้าไปเดี๊ยวนี้ค่าเครื่องบิน แอร์เอเชียก็ ๓,๖๐๐.-บาท ก็บอกว่าให้ไปเที่ยว ๒ ทุ่มดีกว่า ไม่ต้องรีบร้อน ๒,๖๐๐.-บาท เท่านั้น เธอก็ไม่ยอม ให้ไปเดี๋ยวนี้แหละ ก็เลยไปด่วน ซึ่งหากค่าเครื่องห้าพันบาทหล่อนก็คงจะยอมจ่าย เมื่อไปถึงนั้น ก็ให้สามีมาประจุองค์พระธรรมรอบแรกก่อน แล้วเมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จก็ประจุอีก รุ่งเ้ช้าขึ้นอีกวันก็ประจุองค์พระธรรมอีก ตอนบ่ายก็บินกลับ เมื่ออาจารย์ประหยัดกลับไปแล้ว สามีของน้องจิ๋มก็ไม่ไปคอนโดที่หัวหินอีก ถ้าจะไปก็จะเอาน้องจิ๋มไปด้วย
คุณหมอนั้นเป็นมะเร็งเริ่มแรก ท่านก็ทำวัคซีนกินเอง และก็กินมาเรื่อย ๆ มะเร็งก็ไม่แสดงอาการอะไรอีก ซึ่งคุณหมอก็น่าจะเป็นคนประเภทที่ว่าเห็นแก่ตัว แกจะไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่วัคซีนของแกให้คนอื่นเลย ก็แนะนำคุณหมอให้สร้างบารมี เอาวัคซีนไปช่วยเหลือคนอื่นที่เป็นมะเร็งบ้าง แต่ท่านจะทำหรือไม่ก็ไม่รู้ มาไม่กี่วันนี้ก็ได้พูดถึงน้ำหมักของป้าเช็ง ซึ่งน้องสาวบอกว่าเขาทำไม่ค่อยสะัอาด แต่ของพวกสมุนของ จำลอง นั้นทำสะอาดดี ซึ่งที่น้องสาวรู้ก็เพราะว่า ทางโน้นเขาขอให้เอาหญ้าหวานไปส่งให้เขา เมื่อมาพูดถึงวัคซีนของคุณหมอ น้องสาวก็บอกว่า วัคซีนที่ไหน มันก็ประเภทของหมักเหมือนป้าเช็งนั่นแหละ แต่เขาทำในห้องแล๊ปซึ่งปลอดจากเชื้อโรคในอากาศ ซึ่งตอนที่สนทนาเรื่องวัคซีนกับคุณหมอนั้น ก็ไม่ได้ถามว่าท่านทำวัคซีนยังไง
ก็กลับไปประจุองค์พระธรรมให้คุณหมออีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ก็ไปประจุองค์พระธรรมให้กับเพื่อนคุณหมอ ซึ่งคุณจิ๋มนั้นเขาไปเล่าเรื่องให้เพื่อนของเขาฟัง ก็ได้ไปแก้ไขที่ร้านและประจุองค์พระธรรมให้ เพื่อนของน้องจิ๋มก็เลยต้องออกค่าเครื่องบินให้ ในครั้งหลัง ๆ นั้นเมื่อสามีหายแล้ว ก็ใช้วิธีโทรไปบอกน้องสาวว่า ถ้่าอาจารย์ประหยัดไปกรุงเทพฯ ก็ให้ไปแวะที่บ้านนะ คือให้ไปนอนที่บ้าน ซึ่งห้องนอนนั้นดีกว่าโรงแรมเสียอีก แต่มันอยู่ในซอยทองหล่อ เข้ายากออกยาก ไกล ก็นอนโรงแรมเสียเงินดีกว่า ไปไหนมากลับดึกก็ไม่ต้องเกรงใจใคร ก็แปลกนะบ้านญาติเขาให้นอนฟรี แต่ไม่นอน ไปนอนโรงแรมให้เสียเงิน ที่เป็นญาติก็เพราะว่าคุณแม่ของน้องจิ่มนั้นเป็นน้องสาวของคุณแม่อาจารย์ประหยัด มีสามีเป็นอดีตผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง ห้องนอนที่อาจารย์ประหยัดนอนนั้น เปิดแอร์ได้ตลอดทั้งกลางคืนกลางวัน ไม่เสียเงิน ใช้ไฟฟรีกันทั้งบ้าน
บันทึกการเข้า
I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 749
"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
น้ำหมักป้าเช็ง
«
ตอบ #5 เมื่อ:
กันยายน 08, 2011, 09:54:30 AM »
"อายุบวร"
การทำวัคซีน หรือทำเอ็นไซด์ต่างๆ นั้น ก็คือการทำน้ำหมักของ "ป้าเช็ง" นั่นเอง ซึ่งป้าเช็งแกไปเรียนรู้มาจากพระ แล้วพระท่านก็เอามาจากพระไตรปิฎก ซึ่งในสมัยพุทธกาลนั้น การรักษาคนป่วยยังไม่มียา ต้องใช้สมุนไพรต่าง ๆ ซึ่ง พระท่านก็ใช้ลูกมะขามป้อม ลูกสมอ หมักกับฉี่ของตนเอง แล้วก็รับประทานเป็นยารักษาโรค
ป้าเช็งนั้นแกหมักพืชผัก ผลไม้ มานานกว่า ๒๐ ปี แล้ว ผลไม้ทุกอย่างนั้นเอามาหมักทำเป็นยารักษาโรค เพิ่มพลังให้กับร่างกายได้ ถ้าเป็นมะขามป้อม ลูกสมอ ลิ้นจี่ ลูกยอ บรเพชร ลำไย เหล่านี้เป็นตัวยาสมุนไพรทั้งนั้น ซึ่งในการหมักของป้าเช็งนั้น ใช้สูตร น้ำ ๕ ลิตร น้ำตาลทรายแดง ๑ กก. ผลไม้ ๓ กก. ผสมกัน ไม่ต้องต้ม หมักเอาไว้ ๔ เดือนถึงจะใช้ได้ หากใครต้องการที่จะรู้สูตรหมักของป้าเช็ง ก็ไปเปิดดูช่องจานดาวเทียม Supper cheng ได้ ซึ่ง ๒๐ ปีที่ผ่านมานั้น ป้าเช็งแกสอนให้คนไทยหมักน้ำหมักเป็นยา มีคนหมักไปแล้วน่าจะ ๓๐ ล้านคน มะขามป้อมแต่ก่อนนั้น กก.ละ ๕ บาท เวลานี้ กก.ละ ๓๐-๔๐ บาท แล้วยังขาดตลาดด้วย ลูกโตไม่ทัน
ในการรักษาโรคหลาย ๆ โรคนั้น น้ำหมักของป้าเช็ง จะรักษาได้เร็วกว่า องค์พระธรรม ซึ่งก็มีอยู่มากมายหลายโรคที่องค์พระธรรมไม่สามารถลงไปรักษาได้ แล้วก็มีอยู่มากมายหลายโรคที่น้ำหมักของป้าเช็งไม่สามารถรักษาให้หายได้เหมือนกัน เช่นโรคผีเข้า มารแทรก ถูกคุณไสย และองค์พระธรรมก็ไม่สามารถรักษาโรคผิวหนัง โรคปวดตามข้อ ฯลฯ ได้ หากรู้จักใช้ความรู้ที่ได้เรียนมาให้ถูกต้อง ก็จะมีประโยชน์เป็นอันมาก ไม่ใช่้เอามีดปอกผลไม้ไปตัดฟืน หรือเอามีดตัดฟืนมาปอกผลไม้ มันก็ใช้ได้ แต่คนโง่เท่านั้นที่ใช้ โรคที่น้ำหมักป้าเช็งรักษาไม่ได้เลยก็คือ "โรคดีแต่พูด" หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โรคปากหมา ซึ่งโรคเหล่านี้ระบาดหนักในพรรคประธาธิปัตต์ เพราะว่าผู้ที่แพร่เชื้อนั้นก็คือนายอภิสัตว์นั่นเอง
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 08, 2011, 10:18:52 AM โดย administrator
»
บันทึกการเข้า
I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
ข่าวสาร - ผู้ดูแลระบบ
-----------------------------
=> เรื่องเล่าจากเว็บมาสเตอร์
=> ข่าวอัพเดทต่างๆ
-----------------------------
หมวดหมู่ทั่วไป
-----------------------------
=> ห้องประชาสัมพันธ์ทั่วไป
=> ห้องประชาสัมพันธ์งานบุญ
=> ห้องประชาสัมพันธ์ตำรายา สมุนไพร ต่างๆเพื่อรักษาโรค
=> ห้องภาพ
-----------------------------
หมวดหมู่บทความ
-----------------------------
=> บทความสายสัญญา
=> บทความทั่วไป
-----------------------------
หมวดประสบการณ์
-----------------------------
=> ห้องเล่าประสบการณ์(อ.ประหยัด เจริญบุญ)
=> ห้องเล่าประสบการณ์ (อ.ชาญยุทธ)
=> ห้องเล่าประสบการณ์ (คุณ May)
=> ห้องเล่าประสบการณ์
=> ห้องคำถาม-คำตอบ
-----------------------------
หมวดพิเศษ
-----------------------------
=> จากพระไตรปิฎก
=> บอร์ดการเมือง เรื่องสังคม
=> ห้องพิเศษ (สำหรับคู่กรณีอาจารย์ประหยัด)
=> รายชื่ออาจารย์สายสัญญา-ประยุกต์
กำลังโหลด...