หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: *อ.พงษ์วิทย์อาจารย์ของ อ.ประหยัด  (อ่าน 1343 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 26, 2008, 11:11:49 AM »

   "อายุบวร"



   รูป อาจารย์พงวิทย์  บูรณะอุดม ผู้หญิงแว่นดำด้านขวาคือคุณหน้าม้า



   เฉพาะสังฆทานสดก็เป็นหมื่นแล้ว



   กองสังฆทาน ราคา 85,000.00 บาท

      Kiss บทความเกี่ยวกับหนังสือการปฏิบัติธรรมสายสัญญา  อ.พงษ์วิทย์  บูรณะอุดม

 Wink ในปีพ.ศ. ๒๕๓๖ อาจารย์พงษ์วิทย์  บูรณะอุดม ได้ทำหนังสือที่ชื่อว่า “ธรรมปฏิบัติ สายสัญญาบารมี”  ขึ้นมา  ซึ่งถ้าใครติดตาม อ.พงษ์วิทย์ มาตลอดแล้วต้องเป็นคนใช้สติปัญญาเป็นด้วย  ก็จะสังเกตเห็นว่า ที่ อ.พงษ์วิทย์  ทำหนังสือเล่มนี้ แกไม่ได้ออกเงินเลยแม้สักบาทเดียว  อาศัยที่แกพูดเก่งเพราะอดีตเป็นนักพากย์หนังกลางแปลงมาก่อน บารมีของ อ.พงษ์วิทย์ นั้นมีอยู่เพียงแค่เล็กน้อยและเอามาหากินได้ก็คือ  “การชูบารมี”  ซึ่งคนที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ก็จะเชื่อและจะเชื่อมากขึ้น  แล้วก็จะค่อย ๆ เสียเงินมากขึ้น  เป็นการเริ่มต้นที่ดี  แต่บารมีในการรับยกถาดนั้นไม่มี  ซึ่งถ้าใครยกถาดกับ อ.พงษ์วิทย์ แล้วละก้อ  นำไปปฏิบัติก็จะไม่ออกเหตุเห็นผลแต่ประการ   เพราะฉะนั้นศิษย์ของ อ.พงษ์วิทย์  จึงไม่เหลือแม้แต่คนเดียวในเชียงใหม่  ยกเว้น อาจารย์ประหยัด ซึ่งเป็นศิษย์ของ "พระบารมี"

    จุดประสงค์ของการ คณะผู้จัดทำหนังสือเล่มนี้

       Azn ขอนอบน้อมต่อ  องค์ต้นบรมครู  พระผู้ศักดิ์สิทธิ์  พระผู้สำเร็จทุกกระทรวง  พระผู้นำสร้างทุกพระองค์  และท่าน อาจารย์บุญมา  นพสันเทียะ  ท่านอาจารย์บุญเพ็ง  พันธุ์สุวรรณ  ที่ได้มีเมตตากรุณามอบบทดับล้างให้ได้มาจัดทำในครั้งนี้     จิตเจตนาของผู้จัดทำ  เพื่อให้บังเกิดประโยชน์เกื้อกูลกับผู้ปฏิบัติด้วยกัน  จึงได้จัดทำหนังสือเล่มนี้จำนวน ๕,๐๐๐ เล่ม  เพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้นำไปพิจารณาปฏิบัติ  ให้เกิดประโยชน์เป็นอเนกอนันต์ต่อท่าน

      Wink    สิ่งใดที่เกิดมรรคเกิดผล  เกิดเป็นกุศลต่อตัวตนตัวท่าน  ขออำนาจแห่งพระบารมีของพระองค์ต้นและพระธรรมที่พระองค์ได้บัญญัติไว้ในพระศาสนา  ได้อำนวยการให้ได้เกิดความสุข  ความเจริญและความสามัคคี ซึ่งจักเป็นเหตุเป็นปัจจัยอันถาวร  นำให้บังเกิด  “พลัง”  แห่งสายธรรมสายสัญญาบารมี  ที่จักต้องขจรขจายขยายกลิ่นไอแห่ง  “ธรรม” สู่มวลมนุษย์โลก  ได้เข้าสู่ “ศรีอาริยะเมตรัยโย”  ตามสัญญา

                                            อาจารย์พงษ์วิทย์  บูรณะอุดม  และคณะฯ

 Wink คติธรรม “ธรรม”  ผู้ปฏิบัติ  ย่อมสำเร็จได้ด้วยการกระทำมิใช่ด้วย  วาจาที่ไร้การกระทำ
  
                                                      อ.พงษ์วิทย์  บูรณะอุดม

 Kiss จากแก่นใจ

          ถ้าผมไม่กล่าวถึงท่านทั้งหลายที่อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จ  ในการจัดทำหนังสือเล่มนี้  เป็นปฐมเหตุต่อการเกื้อกูลกันมา  ผมคงจะอกแตกตายแน่  เพราะความสำเร็จของหนังสือเล่มนี้  ผมคนเดียวคงไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้มีปัจจัยที่สำคัญฯ  หลายอย่างมาเกื้อหนุนจนสำเร็จลุล่วงไปได้ในที่สุด   เช่น  คุณอมรัตน์  อุตเจริญ  และ  ชาวคณะอำเภอแม่อาย  จำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม  คุณเฉลิม  คำชมภู  คุณศิวิไลซ์  คำชมภู  ได้ประสานงานโดยแจกจ่ายแก่ผู้ปฏิบัติไปจนหมดแล้ว

        Kiss อาจารย์ประหยัด  เจริญบุญ  และคุณภัทรา แก้ววิวัฒน์  คุณระวีวรรณ  กาญจนสมบัติ  คุณอาริยา  นิติวัฒนะ  คุณอำไพ ทองคำโต๊ะ  และคณะได้ร่วมสร้างทานบารมี โดยนำข้าวสารอาหารแห้ง เสื้อผ้าอาภรณ์  อุปกรณ์การศึกษา  เครื่องมือการเกษตรเป็นจำนวนเงินหนึ่งแสนเศษ ให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนชาวเขาของ  ต.ช.ด. โดยมอบผ่านกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่  ๓๓  อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

          ผมปรารถนามานานแล้วที่จะได้อุทิศเจตนาธรรม  โดยการรวบรวมเอกสารปฏิบัติธรรม  เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติด้วยกันมานานแล้ว  เจตนาของผมก็เป็นจริงเมื่อ คุณน่านนที ธีระไพรพฤกษ์  คุณวราพร มูลศรีแก้ว  คุณภาคภูมิ ทองแสน  ได้ขอเป็นผู้อุปการะในการจัดพิมพ์  ผมจึงได้ติดต่อกับ  ท่านอาจารย์บุญมา นพสันเทียะ  อาจารย์บุญเพ็ง  พันธุ์สุวรรณ  ขอตัวดับล้างของท่าน  ท่านก็เมตตาให้จัดทำ  ผมจึงได้นำตัวดับล้างของ  พ่อยา นพสันเทียะ  มาลงด้วยความเคารพยิ่ง    คุณนำชัย  คุณวัชรี  สงวนทรัพย์  ได้ช่วยกรุณาคัดลอกตัวดับล้างส่งโรงพิมพ์ที่เมืองน่านการพิมพ์  ผมอยู่โรงพิมพ์ตลอด ๗ วันจึงแล้วเสร็จ  เพื่อจะให้เสร็จทันงานกฐินของ ท่านอาจารย์บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ  และงานประจำปีของ ท่านอาจารย์บุญมา นพสันเทียะ   คงจะเป็นด้วยความสามัคคีความจริงใจของญาติธรรมปฏิบัติ  ความเมตตาของครูบาอาจารย์ จึงทำให้ทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีโดยตลอด  ถ้าผมไม่พูดถึงเรื่องที่ได้เข้ามาปฏิบัติในสายสัญญา  ก็คงไม่มีหนังสือธรรมปฏิบัติที่สูงค่าเล่มนี้  ท่านอาจารย์ ปรีชา นันต์ธนะ  เมื่อครั้งท่านอยู่ที่โคราช ได้แนะนำให้รู้จักสายสัญญา  โดยท่านอาจารย์บุญมา  นพสันเทียะ  ได้เมตตาพาผมเข้าพบ พระองค์ต้นบรมครู  เมื่อครั้งที่ท่านยังไม่วางสังขาร  ณ ที่วิหารธรรมหนองโดน  ท่านอาจารย์บุญมา นพสันเทียะ  ได้เมตตาชี้แนะแนวทางปฏิบัติธรรมให้แก่ผมมาโดยตลอดจนถึงทุกวันนี้ ท่านที่ผมจะลืมไม่ได้อีกท่านหนึ่งก็คือ  พ่อยา นพสันเทียะ  ที่ได้นำผมออกโปรดญาติเป็นครั้งแรก   ตามธรรมาธิษฐานของ พระองค์ต้นบรมครูที่บัญญัติไว้ในพระศาสนา

          Wink นอกจากนี้มีอีกหลายท่านซึ่งมี  ท่านอาจารย์เปลี่ยน สุภาพพร  ท่านอาจารย์บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ และคณะครูบาอาจารย์ทั้งหลาย  ได้ช่วยชี้แนะแนวทางการปฏิบัติให้กับผม  เพื่อให้ผมได้พัฒนากายพัฒนาใจมาโดยตลอด

          Wink กุศลอันใดที่บังเกดจากการปฏิบัติพากเพียรโดยชอบของผมที่ผ่านมา  และที่จะดำเนินต่อไปขอนอบน้อมต่อครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณ  และญาติผู้ปฏิบัติทั้งหลาย  ถ้าได้ล่วงเกินสิ่งหนึ่งประการใด  ได้เจตนา และไม่ได้เจตนา  รู้ไม่เท่าหันไม่ทัน  ระลึกได้ และระลึกไม่ได้  ขอได้โปรดอโหสิแก่ผมและคณะด้วย  อานิสงส์อันใดที่บังเกิดในครั้งนี้  ขอให้เป็นเหตุปัจจัยแก่ผมและคณะ  ได้ปฏิบัติธรรมสายสัญญาตามธรรมาธิษฐานของ  “พระองค์ต้นบรมครูศาสดาบารมี” เข้าสู่ศาสนาขององค์ ๕ พระศรีอาริยะเตตรัยโย ไปทุกภพทุกชาติตาม “สายสัญญา”
   
                         ขอแสดงความเคารพนับถือยิ่ง
                  
 Tongue Embarrassedอาจารย์พงษ์วิทย์  บูรณะอุดม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 09:10:55 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 26, 2008, 11:26:14 AM »

"อายุบวร"

       Azn ความเห็นและประสบการณ์ในสายสัญญาของ ท่านอาจารย์ประหยัด  เจริญบุญ ผ่านประสบการณ์สายสัญญามา ๑๕ ปี  ก็ได้กลับมาอ่านบทความ  หน้า-หลัง ของ บทดับล้างซึ่ง อ.พงษ์วิทย์  ได้เขียนเอาไว้ในสมัยเมื่อ อาจารย์ประหยัด ยังเป็นนักเรียนอนุบาล ๑ ของ สายสัญญา ซึ่งเป็นข้อเขียนอันสุดสวยหรูของ อ.พงษ์วิทย์ ที่ได้กลับมาอ่านอีกในวันนี้ (วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2550)  ก็จะเป็นที่ประทับใจไปอีกนานแสนนาน  ความไม่จริงใจของ อ.พงษ์วิทย์  โดยใช้เพียงแค่คำพูด แต่มิใช่เป็นการกระทำ เหมือนหัวข้อที่ตั้งเอาไว้  ถามว่า อาจารย์ประหยัด เป็นศิษย์ทรยศ หรือ  ที่กล้านำเอาความจริงมาพูด  พุทธพจน์ที่ว่า “สัจจํ  เว อมต วาจา” การพูดความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ซึ่งถ้าอาจารย์ประหยัด เจอกับ อาจารย์พงษ์วิทย์  ก็จะยกมือไหว้ในฐานะอาจารย์ แต่ถ้าเจอกับ นายพงษ์วิทย์ บูรณะอุดมแล้ว  ก็จะไม่ใช้คำพูดที่ว่า “วาจาปราศรัย  น้ำใจเชือดคอ” ซึ่งลูกศิษย์ของ อาจารย์ประหยัดทุกคนนั้น  จะได้รับการถ่ายทอดวิชาของ “สายสัญญา” เป็นของจริง ๑๐๐ % เพราะว่า อาจารย์ประหยัดถือว่า  วิชานี้เป็นของพ่อต้นไม่ใช่ของ อาจารย์ประหยัด  ถึงแม้ว่าจะได้มาด้วยการเสียเงินเป็นแสนก็ได้นำมาถ่ายทอดให้ฟรี ทำให้คนที่เข้ามารับการถ่ายทอดนั้นคิดว่าเป็นของ “ฟรี” จึงมองไม่เห็นคุณค่า  แต่วันใดที่ได้ไปพบกับ อาจารย์สายสัญญา พันธุ์แท้  ของวิหารใหญ่  พวกเขาก็จะรู้ในคุณค่าของอาจารย์ประหยัด เจริญบุญ  ที่ถ่ายทอดให้  บุคคลใดที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาไปแล้ว เมื่อไม่ใช่ญาติในสายสัญญาในที่สุดก็จะพากันเลิกรากันไปหมด

         Angry Tongue ในตำราหรือประวัติของพ่อต้นฯ นั้น  ท่านได้ซ่อนคำพูดที่เป็นจริงเอาไว้ หลาย ๆ อย่างเช่น  “ให้รู้เท่าทันพระบารมี” คำพูดนี้ถ้าเป็นสายสัญญาธรรมดาไม่ใช่สายสัญญา-ประยุกต์ จะไม่มีวันรู้และทราบความหมายได้เลย  คนที่ไม่รู้เท่าทันพระบารมียกตัวอย่างเป็นคนแรกได้เลยก็คือ อ.พงษ์วิทย์  ซึ่งเป็นอาจารย์ของอาจารย์ประหยัด นั่นเอง  ในที่สุดผ่านมาประมาณ ปีเศษ ๆ มานี้  แม้จะได้ขออโหสิกรรมเอาไว้ก่อนแล้วก็ตาม พระบารมีก็ไม่เก็บเอาไว้เป็นหน่อเนื้อเชื้อไขในสายสัญญา  อ.พงษ์วิทย์  นั้นถูกพระบารมีลงโทษ  ป่วยจนเดินไม่ได้เกือบ ๓ ปี  ซึ่งอาจารย์บุญมาสงสารก็มาทำการรักษาให้  แล้ว อาจารย์บุญมา  ก็ป่วยแทบตายเหมือนกัน ขนาดที่ว่าได้สั่งเสียลูกเมียเอาไว้แล้ว

         Angry Embarrassed การพูดความจริงมิใช่เป็นการก้าวร่วงบารมีของ “อาจารย์สายสัญญา” และผู้ปฏิบัติธรรมในสายสัญญา  ถ้าไม่มีใครปกป้องสายสัญญาเอาไว้  ในที่สุดสายสัญญาเองนั้นก็จะดับสูญไปตามสัญญา อาจารย์ประหยัดเคยเล่าเรื่องพ่อต้นฯ ซึ่งท่านเคยลงประทับร่างให้ฟัง  พวกคนปัญญาอ่อนเหล่านั้นก็คงคิดว่า อาจารย์ประหยัด นั้นเพ้อเจ้อ  ในคืนวันหนึ่ง ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ นั้น ณ วิหาร ของ อ.พงษ์วิทย์  พ่อต้นฯ ท่านได้ลงประทับร่าง อาจารย์ประหยัด  แล้วกล่าวคาดโทษเอาไว้ว่า  “ต่อไปศิษย์สายสัญญาคนใดก็ตามถ้าทำผิดในสายสัญญา ก็จะถูกทำโทษหมดทุกคน” ซึ่งในคืนนั้นผ่านมาก็มีแต่คนพูดกันว่า อาจารย์ประหยัด กับน้องสาว นางศศิธร ซี.จาสเปอร์ เล่นละครตบตา อ.พงษ์วิทย์ เล่นละครตบตาคนจนมันจะได้ประโยชน์อะไร  ความสังเกตในขณะที่ปฏิบัติในสายสัญญามาตลอดสิบกว่าปี  อ.พงษ์วิทย์  และ อ.บุญมา ที่ป่วยเกือบตาย  ซึ่งถ้าอยากทราบว่าที่อาจารย์ประหยัดประทับทรงพ่อต้นฯ นั้นจริงหรือไม่ ก็ให้ไปลอง “ยกถาด” กับ อ.พงษ์วิทย์ และ อ.บุญมา ดูก็ได้  ยกแล้วไปปฏิบัติดูซิว่าจะได้ผลหรือไม่

         Kiss Wink พ่อต้นฯ ท่านไม่ธรรมดาอยู่แล้ว  คิดหรือว่าศิษย์ที่เข้ามาปฏิบัตินั้นท่านจะไม่รู้ว่า เขามาปฏิบัติเพื่ออะไร ?  แม้จะปฏิบัติมานานกว่า ๔-๕ ปี เมื่อไม่บริสุทธิ์ก็จะถูกพ่อต้นกำจัดออกไป โดยอาจารย์ประหยัดไม่ต้องทำอะไรเลย นายกบแก่ ก็เพี้ยน” ปิดเว็บซึ่งได้ขอให้อาจารย์ประหยัดเป็นผู้เขียนในเว็บ แล้วปลดอาจารย์ประหยัดลง กลายเป็นเว็บสายสัญญา ที่เงียบวังเวงดังป่าช้า เมื่อพ่อต้นฯ ท่านปิดแล้ว ก็อย่าไปหาความเจริญในสายสัญญาอีกเลย ซึ่งในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น  พ่อต้นเห็นว่าศิษย์คนใดไม่ดีท่านก็จะตีหลักถอดถอนทันที แต่ปัจจุบันเมื่อท่านเป็นบรมครูอยู่ภาคโลกทิพย์ท่านก็จะจัดการให้โดยอาจารย์ประหยัดไม่ต้องทำอะไรเลย  คนที่ถูกพระบารมีปลดก็ไม่รู้ตัว ก็หน้าโง่เอาสายสัญญามาหากินอยู่เรื่อย ๆ นั่นแหละ

         Angry เพียงแค่หนังสือดับล้างเล่มเล็กๆ เล่มเดียว  ก็มาราคาคุย  ซึ่งถ้าใครด้รับ VCD ของ อาจารย์ประหยัด ไปนั้น ความรู้มากมายของสายสัญญานั้นอยู่ในนั้น  มากกว่าที่ อ.พงษ์วิทย์  จ้างเขาพิมพ์พิมพ์เอาไว้หลายเท่านัก แม้แต่องค์พระธรรมนั้น  อาจารย์ประหยัด ก็ได้บรรจุเอาไว้หลายร้อยองค์  ทำให้ลูกศิษย์ปัญญาอ่อนทั้งหลายคิดว่า เมื่อได้วิชาอาจารย์ประหยัดไปหมดแล้ว  ก็ถีบหัวเรือส่งเหมือนบรรดาคุณครูซึ่งเป็นเรือจ้างที่ได้พาข้ามแม่น้ำมาหรือ ก็บอกแล้วว่า พ่อต้นฯ ท่านมิใช่ธรรมดา สายสัญญาประเภทตัณหาอุปทานนั้นไม่อยู่ในสายตาอาจารย์ประหยัดเลย

       Afro ในวันที่ ๗-๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา  อาจารย์ประหยัด ได้รับเชิญจากคุณนงนุชและคุณสุวรรณา  ให้ไปรับยกถาดที่ร้านสบายดี  ซึ่งก่อนไปนั้นก็ได้รับฟังราคาคุยมากมายจาก นายธนากร ปุสสวงศ์    ว่า คุณสุวรรณา นั้น เป็นอาจารย์สอน “วิปัสสนากัมมัฏฐาน”  ซึ่งฟังไม่ชัดว่าได้แค่ฌาน ๒ เท่านั้นเองหรือ อีก 14 ฌานนั้นไปไหน  ยังไม่เท่าคุณพินิจเพื่อน อาจารย์ประหยัด คบมาที่ได้ถึง ญาณ ๔  เมื่อ “สายเทพ” ติดเทอร์โบด้วย สายสัญญา VS กับ สายวิปัสนากัมมัฏฐาน  ก็บอกแล้วอีกว่า “พ่อต้นฯ นั้นมิใช่ธรรมดา” เมื่อยกถาดเสร็จคุณสุวรรณา ก็กล่าวขอขมา อาจารย์ประหยัด  แต่บรรดาพวกกลุ่มวิปัสสนากัมมัฏฐาน  เขาก็ราคาคุยว่า พวกเขานั้นมีเยอะ มีคนปฏิบัติมากกว่าสายสัญญาหลายหมื่นหลายพันเท่า  พูดแล้วฟังแล้วก็น่าสงสาร  พระในวัด ๔-๕ แสน องค์ ปฏิบัติกันมาก็ยังไปกันไม่ถึงไหน ซึ่งถ้าอาจารย์ประหยัดไม่รู้เท่าทันก็คงจะเสียเวลาไปกับ “วิปัสสนากัมมัฏฐาน” ไปนับเป็น สิบ ๆ ปีแล้ว ในอดีตชาตินั้นอาจารย์ประหยัด ไม่ได้มาทางสายนี้  ถ้าไม่รู้ก็คงจะปฏิบัติแบบโง่ๆ ไปจนตายก็ไม่รู้อะไรเลยแล้วก็ไม่ได้อะไรเลยนั่นแหละ ซึ่งถ้าเปรียบ “วิปัสสนากัมมัฏฐาน” เป็นหมอ  ถามว่าปีหนึ่งนั้นมีคนจบจากคณะแพทย์ศาสตร์มากี่คน  ถ้า “สายสัญญา” เป็น “ข้าราชการ”  ถามว่าข้าราชการกับหมอใครมีเยอะกว่ากัน  “ทหาร” จำเป็นต้องเป็นต้องพึ่งพาอาศัยหมอด้วยหรือ ?  ในเมื่อหมอก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยทหาร ทหารไม่จำเป็นต้องพึ่งหมอ เพราะทหารก็มีโรงพยาบาลเป็นของตนเองอยู่แล้ว  เปรียบให้ฟังคนปัญญาอ่อนก็ยังคงจะฟังไม่รู้เรื่องอยู่นั่นแหละ

      Cheesy Afro   สายวิปัสสนากัมมัฏฐานนั้น ถ้าถูกคุณไสย  มารและผีแทรก จะรู้และแก้ไขให้ตนเองได้ไหม ? ถ้าได้ก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามาในสายเทพ  ไปเลย รีบไปเข้าอรหันต์ฝันกลางวันไปอย่างรีบเร็วด่วน  คนประเภทนี้เจอมามากแล้ว  คนประเภท “อวิชชา” นั้นมีเยอะแยะมากมาย  ถ้ารู้จริงก็จะรู้ว่า  การเดินทางไปสู่อรหันต์ นั้นมิใช่ว่าจะมีเส้นทางอยู่เส้นเดียว กรุณาอย่าเอาพระศาสดาองค์เดียวมาเป็นมาตรฐานในการวัด ยกท่านเอาไว้ในเบื้องสูงแล้วเอาพระที่บวชอยู่ในวัด ๔-๕ แสนองค์มาเป็นตัวอย่าง  มีถึงสิบองค์ไหมที่จะได้ไปอรหันต์ ไม่ต้องพูดสูงถึงขนาดนั้น เพียงแค่สกิทาคามีก็หายากอยู่เต็มทีแล้ว ยิ่งระดับอนาคามีนั้นไม่ต้องไปถามหา

    Afro    บนสวรรค์นั้นมีพระศิวะและพระนารายณ์ ช่วยกันปกครองดูแลอยู่  มหาเทพทั้ง ๒ นั้น ผ่านการฟังเทศน์ฟังธรรมของพระพุทธเจ้ามามากกว่าสามสิบพระองค์แล้ว  ถ้าถามท่านว่าท่านจะไปนิพพานไหม ท่านจะตอบทันทีว่า “ไม่” มหาเทพทั้ง ๒ พระองค์นั้นท่านรู้เรื่อง “ธรรมะ” เป็นอย่างดี  แต่ท่านไม่ยอมไปนิพพาน มหาเทพทั้งสองพระองค์นี้ถ้าท่านเข้านิพพาน  สวรรค์ก็จะถูก “มาร” เข้ามายึดสวรรค์ทันที มารนั้นเข้าท้องพระอรหันต์ได้ ทำไมพวกมารหรือผี จะเข้าท้อง นายธนาธร ปัสสวงศ์ คุณนุชและคุณสุวรรณา ไม่ได้  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 10:47:29 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 26, 2008, 11:37:55 AM »

"อ่านต่อ"
      
          Kiss ในภัทรกัปป์นี้  พระศรีอาริยเมตรัย  จะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๕  ซึ่งจะลงมายังโลกมนุษย์นี้เมื่อครบ ๕,๐๐๐ ปีของศาสนาพระสัมมนโคดม  เทพบุตรศรีอาริยะเมตรัย นั้น  เวลานี้อยู่ในความดูแลของมหาเทพและบรรดาเทพทั้งหลายที่อยู่บนสวรรค์  เมื่อพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๕ ก็ยังต้องพึ่งเทวดา แล้วพวกมนุษย์ปัญญาอ่อนทั้งหลายพวกเขาไม่เคยรู้เคยทราบเลยหรือ ?  พวกคนปัญญาอ่อนกลุ่มนี้เคยอ่านพระไตรปิฎกหรือไม่  กว่าที่พระพุทธเจ้าจะลงมาโลกมนุษย์นั้น  ท่านมากับกองทัพเทวดา  แม้อยู่เมืองมนุษย์ก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยพระแม่ธรณี  ในทศบารมีนั้นแม้แต่การให้ทานพระมเหสี  ก็ยังมีเทวดาแปลงกายมารับเอาไป  ซึ่งถ้าทำทานให้กับคนชั่วในสมัยนี้  จะมีเทวดาองค์ใดกล้าที่จะแปลงกายลงมารับ

          Angry อาจารย์ประหยัดนำเรื่องคนของสายกัมมัฏฐานมาพูดแค่นั้น  ศิษย์ของ อาจารย์ประหยัด รีบปิดเว็บไปขอขมา คุณสุวรรณาทันที  นายธนาธร ปัสสวงศ์  เขากลัวลูกศิษย์ยิ่งกว่าเกรงใจเกรงบารมีของอาจารย์ตัวเองเสียอีก  อีกหน่อยก็คงต้องพากันไปยกถาดกับพวกวิปัสสนากัมมัฏฐาน กันเสียหมด  ถ้าอยู่ในสายสัญญาของ นายธนากร ปุสสวงศ์   คงจะถึงเวลาที่พ่อต้นฯ จะกำจัดออกไปจากสายสัญญาหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ในวันนั้นใครก็ตามที่ยกถาดแล้ว อาจารย์ประหยัด ได้คืนเงิน ๑๐๘ บาทซึ่งถือว่าเป็นเงินของพระบารมีให้ไป  แล้วนำไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว  ไม่ว่าเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม  การยกถาดถือว่า “โมฆะ”  ไปปฏิบัติยังไงก็ไม่เห็นผล อย่าไปเข้าใจว่าอาจารย์ประหยัดไม่มีบารมีที่จะรับยกถาด  เพราะว่าอาจารย์ประหยัด เองเป็นผู้ตีหลักถอดถอนพวกมักง่ายเหล่านี้เอาไว้แล้ว  ในวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ไม่ใช่ว่าอาจารย์ประหยัดจะเห็นแก่เล็กแก่น้อย   แต่การก้าวร่วงพระบารมีนั้นเป็นเรื่องสำคัญ  ถ้าไม่นับถือก็ไม่ต้องมายกถาด  ปฏิบัติกัมมัฏฐานไปเถอะเพราะมีพวกมาก(ผี)  มีผีอยู่ในตัวนึกว่าจะมีตาทิพย์มองแล้วเห็นรึ ?  

          Azn ประสบการณ์ที่ได้เขียนเอาไว้เป็นอุทาหรณ์นั้น  ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจไม่รู้เรื่องเนื่องจากมีแต่ “อวิชชา” อยู่เต็มสมอง  ก็จะไม่รู้เท่าทันพระบารมี  เพียงแค่ยกถาดปฏิบัติไม่กี่เดือน ถ้ายังไม่ได้อ่าน “แผนภูมิสร้างบารมี” ก็จะคิดเอาเองว่าตัวเองนั้น “แน่” อยู่ในสายสัญญาระดับสูงแล้ว แต่แท้ที่จริงแล้วเพียงแค่อยู่ในขั้นระดับ “พลา” เท่านั้นเอง  ซึ่งยังเป็นระดับขั้นต้นของสายสัญญา  ซึ่งจะทำให้มีการแสดงฤทธิ์แบบอ่อน ๆ ได้เท่านั้นเอง  ตั้งแต่รับลูกศิษย์มานั้นที่โผล่ขึ้นขั้นอานิสงส์นั้นคงจะมี รักษาการขั้นอานิสงส์  เท่านั้นเอง  ความจริงถ้าเข้าใจในเรื่องเทพ-พรหมพอ ก็จะรู้ว่าตัวอาจารย์ประหยัดนั้น  สามารถรับยกถาดได้แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๖  เพราะศิษย์ท่านใดก็ตามเมื่อพ่อต้นลงประทับร่างได้  ก็จะสามารถรับยกถาดได้ทันที  แต่ต้องไม่เป็นพ่อต้นฯ ระดับ “แถนบัลลังก์ทอง” นะ  พวกแถนบัลลังก์ทองนั้นเป็นพวกผีชั้น “สวะ” ละดับล่าง  แต่ต้องการที่จะเป็นใหญ่ในสายสัญญา ก็จะแทรกเข้ามาในร่างของศิษย์สายสัญญา  แล้วสังขารนั้นจะกล่าวอ้างว่า  พ่อต้นฯ ท่านมาหาพ่อต้นมาประทับร่าง  แม้กระทั่งองค์พระศรีอาริยะเมตตรัย ก็ยังต้องมาหา  ปฏิบัติยังไม่ทันถึงปีก็ “เพี้ยน” ไปถึงขนาดนี้แล้ว  คงจะไม่นานเท่ากับนายกบแก่ที่ปฏิบัติมาถึง ๔ ปีเศษถึงจะได้เพี้ยน

           Kiss การที่ได้มีบุญวาสนาเข้ามาปฏิบัติในสายสัญญา-ประยุกต์นั้น  ถือว่าท่านเป็นคนมีบุญมากมายอยู่แล้ว  ซึ่งถ้าไปอ่านประวัติพ่อต้นฯ ที่ อ.บุญเพ็ง ได้เขียนเอาไว้  กว่า อ.บุญเพ็ง จะได้มาเป็นอาจารย์สายสัญญา จะเห็นว่าลำบากมาก  แต่เมื่อได้เป็นอาจารย์ในสายสัญญาแล้วก็ได้ลืมความทุกข์ยากที่ในสมัยไปปฏิบัติกับพ่อต้นฯ  เวลานี้ อ.บุญเพ็ง ก็ทำพิธีการในสายสัญญาได้เหมือนเดิม  แต่พระบารมีไม่รับรองเพราะท่านได้ถอดถอนอาจารย์บุญเพ็งไปแล้ว แต่จะมีใครบ้างเท่านั้นที่รู้ทราบได้  การพิสูจน์นั้นไม่ยากเมื่อ อ.บุญเพ็งไปโปรดญาติที่เชียงใหม่ โดยมีอาจารย์ประหยัดเป็นพี่เลี้ยง  คนประมาณยี่สิบกว่าคนที่มายกถาดกับ อ.บุญเพ็ง นั้น  เวลานี้ก็ไม่เห็นว่ามีใครปฏิบัติในสายสัญญา  เมื่อ อ.บุญเพ็งไป  อ.สุวิช ก็มา  หน้าม้าที่ไปเรียกคนเข้ามาหา อ.สุวิช นั้น คือนายฉัตรไชย โรจนศาสตราหรือนายอ๊อด(ฟันหลอ) ก็คาดว่าจะได้เงินไปหมื่นเศษ ๆ  แล้วก็หายไปจากเชียงใหม่  เมื่อ อ.สุวิช  ไป  อ.หอมฟุ้ง ขอบใจกลาง ก็มา ก็เข้าไปเชียงใหม่ไปโปรดญาติแทน  ไปตั้งสำนักอยู่ที่บ้าน “ครูต้อย” ห่างจากบ้านอาจารย์ประหยัดไป ๓ ก.ม.  มาไม่กี่ครั้งก็หายไปจากบ้านครูต้อย  เหลือไว้แต่เพียงความ “ฝัน” ของครูต้อยที่ว่า   ลงทุนหนึ่งหมื่นจะได้หนึ่งล้านบาท    ซึ่งฝันนี้น่าจะมีความหวังมากกว่าฝันที่ว่า  นั่งวิปัสสนากัมมัฏฐานแล้วจะได้ไป “อรหันต์”  ซึ่งทางไปอรหันต์นั้นไกลมากและใช้เวลายาวนานมากเป็นกัปป์เป็นอสงไข ไปเลย

          Tongue Lips Sealed สายสัญญานั้นปฏิบัติไม่ยาก  แต่เมื่อได้บารมีของสายสัญญาแล้ว ก็ เหมือนนักมวยที่ได้แชมป์  แต่การที่จะรักษาเข็มขัดแชมป์เอาไว้นั้น  ในสายสัญญารู้สึกว่าค่อนข้างยาก  เพราะมีตัวอย่างมาให้เห็นอย่างมากมาย  แม้จะเป็นลูกชาย-ลูกสาวของพ่อต้นฯ อาจารย์ที่เป็นศิษย์ของพ่อต้น  ก็ร่วงไปเยอะแยะมาก  จึงทำให้สายสัญญานั้นมีการถดถอยมีศิษย์น้อยลงแล้วก็น้อยลง  อาจารย์ประหยัด นั้นเมื่อเข้ามาในสายสัญญา  ปฏิบัติแล้วก็ได้ผลจริง  จึงได้พยายามเขียนจดหมายไปหาบรรดา อาจารย์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์พ่อต้น  เพื่อที่จะไม่ให้สายสัญญาดับสูญไป แต่บรรดาอาจารย์ทั้งหลายนั้นส่วนมากจะเต็มไปด้วยอวิชชา  จะมีความ “โลภ” ที่จะแสวงหาลาภอยู่ทั่วทุกตัวคน  ในที่สุดความมุ่งหวังที่จะช่วยสายสัญญาเอาไว้นั้นก็ค่อย ๆ เลือนลางหายไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 09:30:49 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 26, 2008, 11:45:24 AM »

"อ่านต่อ"

      Cheesy Wink แต่เมื่อเป็นบุญฤทธิ์ของสายสัญญา  อาจารย์ประหยัด ก็ได้เข้ามากอบกู้สายสัญญา  ซึ่งกว่าที่จะได้มาเป็นอาจารย์สายสัญญาในระดับนี้  ก็เสียเงินเสียทองไปเป็นแสน ๆ เมื่อมาถ่ายทอดวิชาสายสัญญาแบบ “ฟันธง” ตรงกันข้ามกับลูกศิษย์พ่อต้น  คือ “ไม่เก็บเงินเลย”  ทำให้ฟรี  ก็ไม่ทราบว่าสายสัญญา “ฟรี” นั้นจะไปถึงจุดหมายของพ่อต้นหรือไม่ ?  เพราะรู้สึกว่าศิษย์สายสัญญาสายประยุกต์นั้น  ส่วนมากยังไม่ขึ้นขั้นระดับ “อานิสงส์”  ก็จะพากันเพี้ยนไปหมดแล้ว  โดยเฉพาะสายสัญญาที่แฝงมากับ “พาณิชย์”  คิดที่จะหา “ลาภ” จากการมาปฏิบัติในสายสัญญา  ซึ่งคิดไปก็สงสารพ่อต้นฯ บรมครูสายสัญญา  ที่ท่านคิดเอาไว้นั้นว่าจะมีผู้สืบทอด “สายสัญญา” ให้เจริญรุ่งเรืองไปภายภาคหน้า  เป็นความคิดของคนแก่คนหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งแม้จะมีตาทิพย์ก็หาได้ใช้ตาทิพย์มองเห็นอนาคตได้ไม่  น่าสงสารสายสัญญาเสียจริง ๆ

       ถึงแม้ว่า อาจารย์ประหยัด  จะมีศิษย์ทรยศหรือศิษย์เนรคุณ อยู่มากมาย  ก็หาได้ย่อท้อในการปฏิบัติไม่ เพราะว่าได้ปฏิบัติมานานถึง ๑๕ ปีแล้ว  ก็ปฏิบัติสายสัญญาเหมือนรับประทานอาหารนั่นแหละ  บารมีที่ได้จากการปฏิบัตินั้น  จะเอามาวัดหรือแจกแจงเหมือนตัวเงินนั้นคงจะไม่ได้  ถ้าไม่มีบารมีสูงพอละก้อบรรดาลูกศิษย์ทั้งเว็บไซต์ www.saisanya.net และ www.sanyana.com  ยกถาดแล้วคงจะเอาไปปฏิบัติไม่ได้ผล  ซึ่งจะขอยกตัวอย่างที่มองเห็นชัด ๆ ในวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๐ มาให้ฟัง

      Sad Shocked ในวันที่ ๗ ก.ค. นั้น  มีศิษย์ นายธนาธร ปัสสวงศ์   ชื่อ คุณโก้ (แต่ไม่หรู)  ได้นำผู้หญิงคนหนึ่งนามสมมุติว่า “เมย์”  เข้ามาเปิดพระโอษฐ์  ซึ่งในขณะนั้น  อาจารย์ประหยัด กำลัง ประจุองค์พระธรรมให้กับศิษย์สายสัญญาท่านหนึ่งอยู่ ก็ได้นั่งมอง นายธนาธร ปัสสวงศ์    ซึ่งได้ยกย่อง คุณโก้ ว่าเป็นศิษย์ของท่านที่สามารถแปลภาษาเทพได้  ทั้ง ๒ คนได้ช่วยกัน พยายามที่จะเปิดพระโอษฐ์ให้กับน้องเมย์  ใช้เวลากันไปไม่นาน นายธนาธร ปัสสวงศ์ ก็หมดน้ำยา  เพราะทำมาประมาณ ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ  เมื่อ นายธนากร ปุสสวงศ์ หมดน้ำยา  อาจารย์ประหยัดก็ได้ลงไปแสดงฝีมือให้ดูชมเป็นขวัญตา เพียงแค่ไม่เกิน ๑๐ นาที  ที่ นายธนาธร ปัสสวงศ์  ไม่สามารถไล่หรือปราบผีตัวนี้ได้ อาจารย์ประหยัดก็ได้ไล่ผีตัวที่ ๑ และ ๒ ออกไป  ภายในไม่เกิน ๑๐ นาที  ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า  ระดับสายสัญญาที่ปฏิบัติมา ๙ เดือน อย่าง นายธนาธร ปัสสวงศ์    หรือจะมาทาบรัศมี ท่านอาจารย์ประหยัด ได้  น่าจะรู้ตัวว่า ตัวเองเป็นใคร  เป็นอาจารย์หรือว่าเป็นลูกศิษย์  แล้วน่าจะรู้ว่า คุณนุชและคุณสุวรรณา นั้นใครเป็นใคร  ใครมีบารมีสูงกว่ากัน  ถ้ามีบารมีสูงแล้วก็ไม่ควรที่จะมายกถาดกับท่านอาจารย์ประหยัด

      Shocked Smiley ทีนี้จะมาเล่าถึงศิษย์สายสัญญาที่มาเปิดพระโอษฐ์กับ นายธนาธร ปัสสวงศ์   มาก่อน  ท่านผู้นี้มีนามว่า “คุณโก้” แต่ไม่ “หรู” นะ  เมื่อเจอกับอาจารย์ประหยัดทีแรกนั้น  ทั้ง ๆ ที่มีตาทิพย์ตามราคาคุยของ นายธนาธร ปัสสวงศ์  ก็น่าจะมองเห็นและควรจะเกรงบารมีขององค์เทพประจำสังขารของ อาจารย์ประหยัด เอาไว้บ้าง ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งสมมุติว่าชื่อ “น้องส้ม”  เข้ามาเปิดพระโอษฐ์กับ อาจารย์ประหยัด  ในขณะที่น้องส้มพูดภาษาเทพอยู่นั้น  ภาษาเทพที่พูดออกมานั้นไม่ใช่แขกและไม่ใช่จีน  คุณโก้ซึ่งแปลได้นั้นก็บอกว่าเป็นเทพองค์หนึ่ง  แต่งตัวคล้ายกับผู้หญิง “เนปาล” ซึ่ง นายธนาธร ปัสสวงศ์   ก็ยิ้มกริ่ม ในการแปลภาษาเทพของคุณโก้  เนื่องจากอาจารย์ประหยัด  ไม่มีตาทิพย์  คนที่มีตาทิพย์มองไม่เห็นจริงว่า  เทพในร่างน้องส้มนั้นเป็น “พระนางเรือล่ม”  อาจารย์ประหยัด ก็เลยไม่สนใจที่จะสนทนาด้วย ก็พอดี “หมดยก” ทุ่มเศษแล้วก็ออกไปรับประทานข้าว  เมื่อคุณส้มรับประทานอาหารเสร็จก็ขับรถกลับบ้าน  เมื่อไปถึงบ้านแล้วก็ได้เอาแต่ร้องไห้และพูดบ่นเป็นภาษาเทพไม่ยอมพูดภาษาไทย  จึงได้ให้สามีโทรมาหา นายธนากร ปุสสวงศ์ แต่คุณส้มนั้นพูดเป็นภาษาเทพ  นกรู้อย่าง นายธนาธร ปัสสวงศ์   ก็รีบส่งโทรศัพท์ให้อาจารย์ประหยัดพูด  เสียงที่พูดมาตามสายนั้นเป็นภาษาเทพ ก็เลยบอกให้คุณส้มกลับมาที่ร้านเย็นดีสบายอีกครั้งหนึ่ง  เมื่อคุณส้มมาถึงก็ยังโศกาอาดูรอยู่เลย ก็ได้ให้มานอนให้อาจารย์ประหยัดประจุองค์พระธรรมให้  ก็ประจุให้เพียงองค์เดียวเท่านั้นก็คือองค์ “นะกุศล” ประมาณ ๓๐ นาที แล้วจึงให้มานั่งสนทนากับ “พระพุทธเจ้าหลวง”  เมื่อสนทนากันไปนั้น  องค์สมเด็จพระนางเรือล่ม ก็ได้ต่อว่าให้ “พระพุทธเจ้าหลวง” พอสมควร  เป็นที่พอพระทัยของพระองค์ท่านแล้วก็ได้ถอยออกจากร่างคุณส้มไป เป็นอันว่าคุณส้มก็กลายเป็นปกติ  เมื่อหายดีแล้วก็หายหน้าไปเลยตราบเท่าทุกวันนี้

     Shocked เพียงแค่ได้เข้ามาปฏิบัติตัวในสายสัญญายังไม่ถึง ๕ ปี  แล้วก็เกิดอาการเพี้ยน  คิดว่าตัวเองนั้นสำเร็จในขึ้นสูงในสายสัญญา ซึ่งไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง ลูกศิษย์พ่อต้น เอาลูกศิษย์ของ อ.ประหยัด นี้แหละ  นายกบแก่ เจ้าของเว็บ www.saisanya.net  ชื่อจริง  นายโอภาส (นามสมมุติ)  ปฏิบัติสายสัญญามาได้เกือบจะถึง ๕ ปี  ก็เกิดอาการเพี้ยน  Sad สงสัยว่าจะเจอตัว “แพ้”  คือ ท่านนายธนาธร ปัสสวงศ์    ก็เลยปิดเว็บของตนเอง  แล้วเปิดใหม่  ก่อนที่จะเปิดเว็บครั้งแรกนั้นก็ได้โทรไปหา อ.ประหยัด  ขออนุญาตเปิดเว็บให้กับอาจารย์  พอปิดเว็บก็ปลดอาจารย์ประหยัดออก ซึ่งกบแก่นั้นคงคิดว่าตัวเองนั้นสำเร็จแล้ว  ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยอาจารย์ประหยัดอีกต่อไป  ความรู้ต่าง ๆ ที่เอามาตีพิมพ์ในเว็บนั้น  ก็คัดลอกมาจากที่อาจารย์ประหยัดได้พิมพ์แจกเป็น VCD ให้  แม้กระทั่งตัวดับล้างที่มีอยู่สองร้อยกว่าหน้า ก็ไปเอาของ อาจารย์ประหยัด มา  ศิษย์ทรยศและเริ่มจะมีอาการทรยศทั้งหลายนี้  เมื่อคิดทรยศต่ออาจารย์ประหยัด เป็นอาจารย์ของตนเองแล้ว ก็จะไม่มีอาจารย์ที่จะมายกถาดให้ในสายสัญญา  ก็จะพากันวิ่ง “หางจุกตูด” ไปสวามิภักดิ์กับบรรดาอาจารย์รุ่นเก่าทั้งหลาย ส่วนมากจะเป็นอาจารย์ที่พ่อต้นฯ ท่านได้ปลดเกษียรให้เรียบร้อยแล้ว  พวกศิษย์ทรยศเหล่านี้  แม้จะมีองค์เทพประทับร่าง ก็ไม่มีความสามารถที่จะ “สื่อ” กับองค์ของตัวเองได้  ไม่สามารถที่จะถามองค์บารมีของตนเองได้ว่า  อาจารย์คนนี้สามารถรับยกถาดได้ไหม ?  ก็จะทำไปตามใจฉันนั้นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 12, 2010, 12:13:21 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 26, 2008, 11:53:53 AM »

"อ่านต่อ"

       Cool กบแก่นั้นเรียกว่าไร้ปัญญาหรือปัญญาอ่อน  เพราะว่าได้วิ่งไปสวามิภักดิ์กับ นายฉัตรไชย ฟันหลอ ที่พึ่งจะหนีตายออกจากเชียงใหม่ไป  หลังจากที่ไปทำมาหากินอยู่ที่เชียงใหม่นานกว่า ๓๐ ปี  ซึ่งนายฉัตรไชยนี่แหละที่ได้พา อ.สุวิช  ไปโปรดญาติที่เชียงใหม่  ศิษย์คนใดที่ อ.สุวิช โปรดให้นั้น  เมื่อนำไปปฏิบัติก็ไม่เกิดเหตุเห็นผลแต่ประการใด  นายกบแก่นั้นเป็นมนุษย์ที่ด้อยซึ่งปัญญา  ไม่รู้เท่าทันพระบารมี  แล้วยังไม่พอไม่รู้เท่าทันข่าวของนายฉัตรไชยเลย  ทั้ง ๆ ที่ ท่านอาจารย์ประหยัด  ก็ได้นำเรื่องของนายฉัตรไชยมาเขียนเป็นอุทาหรณ์ในเว็บแล้ว

       Cool เวลานี้ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกครั้งหนึ่งแล้ว  จะเกิดมีกบแก่ตัวที่ ๒ ขึ้นมา  เพราะได้ยินข่าวกรองไปถึงหู อาจารย์ประหยัด ว่า  ศิษย์ที่คิดจะทรยศต่อ อาจารย์ประหยัด  กำลังติดต่อไปถึง อาจารย์ กรีฑา  ซึ่งในอดีตนั้นเคยปฏิบัติสายสัญญามาก่อน  แต่ได้เลิกราไปแล้วหลายปี  เพิ่งจะกลับมาปฏิบัติใหม่  ก็คงจะคิดส่งเสริม อ.กรีธา เพื่อที่จะให้มาประชันกับอาจารย์ประหยัด  แต่ความโง่ของตนเองที่ไม่อ่านประวัติของ อ.กรีฑา  ซึ่งได้ทำชื่อเสียเอาไว้กับคนเชียงใหม่  จนกลายเป็นอาจารย์สายสัญญาที่คนเชียงใหม่ไม่ปรารถนา  ระดับ อ.กรีธา นั้นไม่ต้องทำอะไรหรอก  ใครไปหาไม่นานแกก็คงเจ๊งไปเองเพราะแกเคยเจ๊งมาก่อน  สาธุ สัญญา

       Azn ในวันเสาร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๐  นายธนาธร ปัสสวงศ์  ก็ได้ขึ้นไปเชียงใหม่ไปหา อ.กรีธา ทั้งนี้จากข่าวกรองมาจากหาดใหญ่ว่า นายธนาธร ปัสสวงศ์ กำลังตามหา อ.กรีธา ซึ่งเป็นแขนขวาของพ่อต้น เพราะว่า นายธนาธร ปัสสวงศ์ แกไปเปิดดูองค์พระธรรม  ที่ไปถ่ายภาพเอามาจากนายกบแก่อดีตเพื่อนรุ่นพี่ในสายสัญญา แต่ นายธนาธร ปัสสวงศ์  นั้นรู้สึกว่าจะเป็นคนที่คิดว่าตนเองแน่ หลงตัว  จึงไม่ได้อ่านเรื่องของ อ.กรีธา  ซึ่ง อาจารย์ประหยัด ได้เขียนลงเอาไว้ในเว็บแล้ว  เมื่อเห็นชื่อ อ.กรีธา ก็เลยพยายามตามหาตัว  เมื่อขึ้นไปเชียงใหม่วันที่ ๕-๖ ก.ค. ก็คงจะไปติดต่อ อ.กรีธา ก่อน  สำเร็จหรือไม่สำเร็จนั้นไม่ทราบต้องไปถาม นายธนาธร ปัสสวงศ์  เอาเอง  ถ้าสำเร็จก็คงไม่ติดต่อไปหา อาจารย์ประหยัด ในวันจันทร์  ซึ่งอาจารย์ประหยัดเห็นว่า นายธนาธร ปัสสวงศ์   เขามีเจตนาแล้วที่จะไปเอา อ.กรีธา มาโปรโมทยกมาเกทับ อาจารย์ประหยัด  แล้วเรื่องอะไรจึงจะให้ นายธนาธร ปัสสวงศ์   ไปพบที่บ้าน  ก็ให้แม่บ้านปฏิเสธไป ไปนั่งเล่นหุ้นดีกว่า  พอ นายธนาธร ปัสสวงศ์  กลับลงมากรุงเทพฯ  ก็มาปิดเว็บทันที  ก็ไม่ทราบว่า นายธนาธร ปัสสวงศ์  เขาจะกลายเป็นกบแก่ตัวที่ ๒ หรือไม่  ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ในความพิจารณาของ นายธนาธร ปัสสวงศ์ เอง การเปิดเว็บครั้งใหม่ครั้งที่๓ น่าที่จะปลดรูปและเรื่องราวที่อาจารย์ประหยัดเขียนเอาไว้ลงเสีย  เพราะอาการมันเหมือนกับที่กบแก่เป็นมาแล้ว  คือวิ่งหาอาจารย์สายสัญญาคนใหม่เหมือนกับที่กบแก่วิ่งไปวิหารใหญ่  วิ่งไปซบอกนายฉัตรไชย ซึ่งเป็นสายสัญญาที่อยู่ในเชียงใหม่มาหลายสิบปี   เมื่อกบแก่โง่ นายธนาธร ปัสสวงศ์   ก็โง่ไม่แพ้กับลูกพี่เก่านั่นแหละ ก็วิ่งขึ้นไปเชียงใหม่ไปซบอก อ.กรีฑา  แกคงคิดว่าตัวแกเองฉลาดกว่า อาจารย์ประหยัด  แต่ทว่าไปเจอลูกโง่ตัวเบ้อเริ่มเลย  เพราะว่า อ.กรีธา นั้นโดนอาจารย์ประหยัดจ๊วกยับมาแล้ว  จนเลิกปฏิบัติในสายสัญญาไปหลายปี  และเพิ่งจะกลับมาปฏิบัติใหม่  ก็ถือได้ว่าเป็นศิษย์สายสัญญารุ่นน้องอาจารย์ประหยัดไปเสียแล้ว  ก็น่าจะเหมือนพระเมื่อบวชใหม่ก็ต้องนับพรรษากันใหม่

       Wink Sad ในการปิดเว็บของ นายธนาธร ปัสสวงศ์  ครั้งที่ ๑ นั้น  ได้เขียนข้อความเอาไว้ว่า “เนื่องจากมีบทความที่เขียนไปกระทบถึงพวกวิปัสสนากัมมัฏฐาน  จึงออกมาขอโทษและขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”  ผู้เขียนบทความคนนั้นก็คือ อ.ประหยัด  ผู้ที่โทรมาต่อว่า นายธนาธร ปัสสวงศ์   ก็คือคุณนงนุชและคุณสุวรรณาซึ่ง นายธนาธร ปัสสวงศ์  ไปเป็นศิษย์ฝึกนั่งกัมมัฏฐานด้วย  คุณนงนุชและคุณสุวรรณานั้นไปยกถาดกับอาจารย์ประหยัด  โดยคุณนุชเป็นผู้ออกค่าเดินทางให้ เนื่องจากว่าสายสัญญาสาย นายธนาธร ปัสสวงศ์  นั้น  มีพาณิชย์แอบแฝงเข้ามาด้วย  จึงมีการเกรงใจคุณนงนุชที่ว่าเป็นเจ้าของจักยาน L.A  ซึ่งกำลังจะมีการตกลงขายเครื่องโอโซนกัน  ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครจะหลอกใครกันแน่  ตามคำพูดของ นายธนาธร ปัสสวงศ์  ตอนรับประทานอาหารนั้น  คุณโหน่งบอกให้ นายธนาธร ปัสสวงศ์  บอกให้คุณนุชส่งเงินค่าตั๋วเครื่องบินขากลับไปให้คุณอ้อย  นายธนาธร ปัสสวงศ์  ก็บอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวผมจัดการให้  นายธนาธร ปัสสวงศ์  บอกว่าเขายังจะมีการค้าเงินเป็นล้านกับคุณนงนุชเพราะคุณนงนุชกำลังจะซื้อเครื่องโอโซนของเขาอยู่  ผ่านไปวันที่ ๒ ของการปิดเว็บก็กลับมาเปิดใหม่  คาดว่าคงจะไม่มีการตกลงซื้อเครื่องโอโซนของคุณนุช  นายธนาธร ปัสสวงศ์  นั้นคิดว่า อาจารย์ประหยัด ไม่รู้

       Smiley Lips Sealed   เมื่อปิดเว็บเพื่อเอาใจคุณนงนุชเพื่อหวังจะได้ขายเครื่องโอโซน  ซึ่ง นายธนาธร ปัสสวงศ์ เห็นคุณนงนุชซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์ประหยัด ดีกว่าอาจารย์  เขียนเอาไว้ในหน้าเว็บเห็นลูกศิษย์ดีกว่าอาจารย์  แล้วจะให้เข้าใจว่ายังไง เป็นลูกศิษย์อาจารย์ประหยัดมา ๘-๙ เดือน  พอมีลูกศิษย์สายสัญญาพาณิชย์เข้ามาไม่ถึงเดือน  ก็ไปเห็นเขามีคุณค่ามากกว่าอาจารย์ของตนเอง  คุณค่าของคุณนงนุชในทางโลกนั้นก็คือการที่เป็นเพียงคำพูดว่าจะซื้อ  แต่ยังไม่ได้ซื้อ ทำไมไม่รอให้เขาซื้อเครื่องโอโซนเสียก่อนแล้วค่อยนำมาคุยโม้โอ้อวดก็ได้ ก็ไม่เห็นว่าจะรีบร้อนที่จะมาคุยโว เมื่อไม่ซื้อก็เปลี่ยนใจเปิดเว็บใหม่  ทำไมเมื่อไม่เห็นอาจารย์ตนเองไม่อยู่ในสายตาก็ให้คุณนงนุชและคุณสุวรรณามาเขียนแทนก็ได้ น่าที่จะเปลี่ยนเว็บ sanyana.com  เป็นเว็บกัมมัฏฐานไปเสียเลย  ทำผิดครั้งแรกแล้วยังคิดทำผิดใหม่  คิดว่าตนเองฉลาด  ไม่รู้เลยว่าถ้ามีอาจารย์สายสัญญาที่เก่งจริง ๆ ในเชียงใหม่ ทำไมอาจารย์ประหยัดจะไม่รู้ไม่เห็น  แต่ก็มีคนโง่ที่อยู่ถึงกรุงเทพฯคิดว่าตนเองนั้นฉลาดกว่า อาจารย์ประหยัด ไม่รู้เลยหรือว่าอาจารย์ประหยัดนั้นรู้จัก อ.กรีธา ดีมาก จนทนความดีของ อ.กรีธา ไม่ไหวจึงได้นำเรื่องของท่านมาสดุดีในเว็บมาแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 09:34:47 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 26, 2008, 11:59:08 AM »

"อ่านต่อ"

         Sad เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี้(ต.ค.๒๕๕๐)  เพราะความเห็นห่วงในสายสัญญา  อาจารย์ชาญยุทธ์จึงได้เดินทางไปบ้านนายธนาธร ปัสสวงศ์    ได้ก็รับประสบการณ์วิธีการปฏิบัติในสายสัญญารุ่นพิเศษ  ซึ่งอาจารย์ชาญยุทธ์คงจะไม่กล้าน้อมรับเพราะว่าที่ปฏิบัติอยู่ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว  ถ้าสายสัญญายกถาดกับรูปพ่อต้นได้  วิหารใหญ่ก็คงจะเจ๊งไปนานแล้ว  ขนาดที่ว่าลูกศิษย์ที่ยกถาดกับพ่อต้น เช่น อ.บุญมา,อ.หอมฟุ้ง,อ.บุญเพ็ง และอ.สุวิช  เจอกับ อ.ประหยัด  พวกท่านยังเกิด อาการหนาวเย็นเข้าสู่ขั้วหัวใจซะเลย  แกล้งทำออกอาการเดี้ยงกันไปหมดไม่ยกเว้นแม้แต่ อ.พงษ์วิทย์   แล้วประเภทที่ว่ายกถาดกับรูปพ่อต้นฯ นั้นมันจะเห็นผลอะไร ? หรือ

          Kiss Wink ไปคราวนี้ อาจารย์ชาญยุทธ์ไม่ได้ยิน นายธนาธร ปัสสวงศ์   ท่านสดุดี กล่าวขวัญถึง คุณนงนุช และคุณสุวรรณา เลย  ไม่ได้คุยถึงความวิเศษ ตาทิพย์ของคุณสุวรรณาให้ฟัง  คงจะกลัว อ.ชาญยุทธ์รู้ว่าตัวเองนั้นได้ขายโอโซนให้คุณนงนุชเป็นเงินล้าน  หากพูดไปเดี๋ยวก็ไปเข้าหูอาจารย์ประหยัด  อาจารย์ประหยัดก็จะอิจฉา  กลัวคนอื่นจะได้ดี  ขนาดที่ว่ายังไม่ได้ทำอะไร  ไม่รู้เรื่องอะไร  ท่านอาจารย์ชาญยุทธ์ ท่านยังถูกเขี่ย ออกจากเว็บเลย (ใช้อะไรเขี่ยยะ)  ในเมื่อเขาเขี่ยออกจากเว็บแล้ว  ก็ยังมีมิตรไมตรีไปหาเขาอีก รู้ว่าเจตนาดี  แต่เมื่อเห็นพฤติการณ์เป็นอย่างนี้  ก็จำเป็นที่จะต้องปล่อยเขาไปได้แล้ว

          Angry Smiley ความจริงเรื่องนี้ได้เขียนเอาไว้เมื่อกลางเดือน กรกฎาคม ๒๕๕๐  ทีแรกคิดว่าจะไม่เอาในเว็บ  แต่เมื่อวานนี้ วันพุธที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐  ได้มีคนเชียงใหม่เข้าไปอ่านในเว็บ Sanyana.com จึงได้โทรไปหาคนที่ประกาศชื่อเอาไว้ในหน้าเว็บ  ก็ได้ถามอาจารย์ท่านนั้นว่า  “ที่เชียงใหม่มีคนที่ทำสายสัญญาบ้างไหม” นายธนาธร ปัสสวงศ์ เขาตอบว่า  “รู้สึกว่าจะไม่มี”  ซึ่งการพูดอย่างนี้เขาเรียกว่าคนตอแหล  เป็นคนเห็นแก่ตัว  เมื่อเธอผู้นั้นถามว่า รู้เบอร์อาจารย์ประหยัด เจริญบุญ ไหม  นายธนาธร ปัสสวงศ์  บอกว่า เดี๋ยวจะหาให้ หลังจากนั้นประมาณ ๒ ชั่วโมงเธอก็โทรไปหาอีก ปรากฏว่า นายธนาธร ปัสสวงศ์   ปิดโทรศัพท์เสียแล้ว  แต่เธอก็สามารถโทรไปติดต่อที่บ้านอาจารย์ประหยัดได้ แต่ยังไม่ได้คุยกับอาจารย์เพราะท่านไปตลาดหุ้น

          Shocked ทำไมนายธนาธร   จึงแสดงท่าทางเป็นกบแก่ตัวที่ ๒ แสดงนิสัยสันดานเป็นคนเห็นแก่ตัวออกมา  ทั้ง ๆ ที่ตัวเองนั้นทรยศต่ออาจารย์ของตัวเองก่อน  ในเมื่อไปหา อ.กรีธา ถึงเชียงใหม่  กลับมาคุยโม้โอ้อวดยกย่อง อ.กรีธา ให้ อ.ชาญยุทธ์ ฟังเมื่อผ่านมายังไม่ถึงอาทิตย์  น่าจะบอกคุณผู้หญิงคนนี้ว่า  ที่เชียงใหม่ยังมีอาจารย์กรีธา โปรดญาติอยู่ แต่ความเป็นจริงนั้นเวลานี้อาจารย์กรีฑาไม่กล้าโปรดญาติ  นายธนาธร ปัสสวงศ์  รู้จึงได้ตอแหลไปว่าไม่มีอาจารย์สายสัญญาในเชียงใหม่  ก็ในเมื่อคุณมึงออกป่าวประกาศให้โลกรู้ทางเว็บเป็นเวลานาน ๗-๘ เดือน  แล้วมากลับลำว่าไม่รู้จักอาจารย์ประหยัด  จะให้เข้าใจว่ายังไง  ความลับไม่มีในโลก  เมื่อความลับเปิดเผยออกมา  ในวันนี้เธอผู้นี้ก็จะไปหาอาจารย์ประหยัด ก็คงจะได้เรื่องราวของนายธนาธร ปัสสวงศ์  มา เม้าท์ ต่ออีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 09:36:53 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 26, 2008, 12:05:05 PM »

"อายุบวร"

  โคตร ตอแหล (นายธนาธร ปัสสวงค์)

วันพุธที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

      Shocked เมื่อวานนี้ คุณณัฐนันท์   โทร. ๐๘๑–๕๓๑๓๙๓X เข้าไปอ่านในเว็บ Sanyana.com จึงได้โทรไปหา นายธนาธร ปัสสวงศ์  ได้พูดถึงอาการที่ตัวเองเป็นให้ฟัง  นายธนาธร ปัสสวงศ์ บอกให้คุณณัฐนันท์   ลงไปหาที่กรุงเทพฯ ซึ่งตัวคุณณัฐนันท์ ไม่สามารถลงไปหาได้  ก็ได้ถามนายธนาธร ปัสสวงศ์ ว่า  “ที่เชียงใหม่มีคนที่ทำสายสัญญาบ้างไหม ?”  นายธนาธร ปัสสวงศ์ เขาตอบว่า  “รู้สึกว่าจะไม่มี”  ซึ่งการพูดอย่างนี้เขาเรียกว่าคนตอแหล  เป็นคนเห็นแก่ตัว เมื่อผู้นั้นณัฐนันท์ ถามว่า รู้เบอร์อาจารย์ประหยัด เจริญบุญ ไหม  นายธนาธร ปัสสวงศ์  บอกว่า เดี๋ยวจะหาให้  หลังจากนั้นประมาณ ๒ ชั่วโมงเธอก็โทรไปหาอีก  ปรากฏว่า นายธนาธร ปัสสวงศ์ ปิดโทรศัพท์เสียแล้ว  แต่เธอก็สามารถโทรไปติดต่อที่บ้านอาจารย์ประหยัดได้  โดย Search หาใน Google  แต่ยังไม่ได้คุยกับอาจารย์ประหยัดเพราะท่านไปตลาดหุ้น
     Angry ทำไมนายธนาธร ปัสสวงศ์ จึงแสดงท่าทางเป็นกบแก่ตัวที่ ๒ แสดงนิสัยสันดานเป็นคนเห็นแก่ตัวออกมา  ทั้ง ๆ ที่ตัวเองนั้นทรยศต่ออาจารย์ของตัวเองก่อน  ในเมื่อไปหา อ.กรีธา ถึงเชียงใหม่  กลับมาคุยโม้โอ้อวดยกย่อง อ.กรีธา ให้ อ.ชาญยุทธ์ ฟังเมื่อผ่านมายังไม่ถึงอาทิตย์  น่าจะบอกคุณณัฐนันท์ ว่า  ที่เชียงใหม่ยังมีอาจารย์กรีธา โปรดญาติอยู่  แต่ความเป็นจริงนั้นเวลานี้อาจารย์กรีฑาไม่กล้าโปรดญาติ  นายธนาธร ปัสสวงศ์ รู้จึงได้ตอแหลไปว่าไม่มีอาจารย์สายสัญญาในเชียงใหม่  ก็ในเมื่อคุณมึงออกป่าวประกาศให้โลกรู้ทางเว็บเป็นเวลานาน ๗-๘ เดือน โดยให้อาจารย์ประหยัดเป็นผู้เขียนเกี่ยวกับสายสัญญาให้  แล้วมากลับลำว่าไม่รู้จักอาจารย์ประหยัด  จะให้เข้าใจว่ายังไง  ความลับไม่มีในโลก  เมื่อความลับเปิดเผยออกมา  ในวันนี้คุณณัฐนันท์ก็จะไปหาอาจารย์ประหยัด  ก็คงจะได้เรื่องราวของนายธนาธร ปัสสวงศ์มา เม้าท์ ต่ออีก
     Cry วันนี้เวลาประมาณ ๑๐.๓๐ น. คุณณัฐนันท์ ก็มาหา  ก็ได้ถามเรื่องที่โทรคุยกับนายธนาธร ปัสสวงศ์ เมื่อวานนี้ เป็นยังไง  เธอก็พูดให้ฟัง  ในขณะที่ประจุองค์พระธรรมให้กับคุณณัฐนันท์นั้น  คุณสาหรือคุณบุญรัตน์ ลูกศิษย์จากประจวบก็ได้โทรเข้าไป  ก็เลยเล่าเรื่องนี้ให้คุณสาฟัง  คุณสาก็เลยขอพูดกับคุณณัฐนันท์ก็ถามถึงเรื่องที่คุยกับนายธนาธร ปัสสวงศ์  ในที่สุดความลับที่นายธนาธร ปัสสวงศ์   ซึ่งได้ตอแหลกับคุณณัฐนันท์ก็เปิดเผยออกมา  ซึ่งพระบารมีก็คงจะต้องการให้บรรดาศิษย์สายสัญญาได้รู้ความจริง  ถ้าเรื่องถึงหูคุณสาแล้วไม่ขยายต่อก็ไม่น่าจะเป็นคุณสาหรอก
      Lips Sealed ตัวคุณณัฐนันท์ ปวดขาเป็นเวลานานปีเศษ  ก็ไปทุกแห่งทุกที่มาแล้วแม้แต่ศิษย์อาจารย์ประหยัด ที่ชื่อว่า “ปั๋นโว”  เปลี่ยนมาทรง ฤาษี ๑๐๘ ก็ไปมาแล้ว  ถูกปั๋นโวต้มไปเสีย ๖-๗ พันบาท  เนื่องจากไม่ได้อ่านเรื่องเก่า ๆ ซึ่งเป็นประวัติเป็นอุทาหรณ์ที่อาจารย์ประหยัดเขียนเอาไว้  ในขณะที่ประจุองค์พระธรรมอยู่นั้น  ไล่ไปเรื่อยขึ้นไปจนถึงองค์ปราบมารเบื้องสูง  คุณณัฐนันท์ก็ครางออกมา  เสียงเหมือนเจ็บปวดไม่พอใจ  เมื่อประจุองค์พระธรรมเสร็จก็ถามว่า  รู้สึกตัวไหมที่  คุณณัฐนันท์ก็บอกว่าครึ่งหลับครึ่งตื่น  ก็ได้ทำการโปรดเจ้ากรรมนายเวรตนนี้ออกไป  แล้วเชิญองค์พระบารมีประจำสังขารลง  ที่ทำมานี้เอาความจริงมาพูด  อาจารย์ประหยัด นั้นไม่มีนิสัยสันดาน “ตอแหล” เหมือนลูกศิษย์  และก็ไม่พยายามจะเรียนแบบอย่างการตอแหลของลูกศิษย์เลย เป็นอันขาด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 10:48:35 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2009, 11:13:00 AM »

"อายุบวร"

    Grin ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๒

       Azn สังฆทานที่ยิ่งใหญ่  ใช้ิเงินจำนวนมากที่สุด  แต่ไม่ใช่เงินของ อ.พงษ์วิทย์  เป็นเงินของ อาจารย์ประหยัด และภรรยา  เมื่อทำไปแล้ว  พระบารมี ก็หาได้ให้ อะไรกับ อ.พงษ์วิทย์ ไม่  แม้แต่คำขอขมาที่ได้กล่าวเอาไว้แล้วเมื่อ 15 ปี ผ่านมา  ก็หาได้ช่วยปกป้อง อ.พงษ์วิทย์ ไม่  แล้วก็ไม่ได้ช่วยส่งเสริมบารมีให้กับอาจารย์พงษ์วิทย์สูงส่งขึ้นไปเลย  ปัจจุบันนี้ อ.พงษ์วิืทย์ กลายเป็น อาจารย์สายสัญญา ที่ไม่มีลูกศิษย์ลูกหาในเชียงใหม่ กล่าวถึงอีกเลย  กลายเป็น อาจารย์สายสัญญา No Name ไปเสียแล้ว พูดไปก็น่าเวทนาสงสาร  เพราะศิษย์พ่อต้นฯ อย่าง อ.พงษ์วิทย์ ไม่น่าจะกลายเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในสัญญาน้อยกว่า อ.เล็ก หนองจอก  ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์สอนศิษย์สายสัญญารุ่น ๆ ใหม่ ต่อไป  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 10:49:27 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2009, 05:50:43 PM »

 "อายุบวร"

       Undecided Angry ก่อนที่ อาจารย์ประหยัด จะเลิกเขียนเว็บของ นายกบแก่นั้น  นายกบแก่ได้ไปให้อำนาจแก่ศิษย์เอกของเขาให้มีสิทธิ์ในการลบข้อความในเว็บได้  แล้วนายคนนี้ก็ได้ลบเรื่องเกี่ยวกับพนักงานของ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออกหมด  เนื่องจากคิดว่าอาจารย์ประหยัดคงจำเรื่องเหล่านี้ไม่ได้  แต่ก็จำได้  ก็เลยงดเขียนในเว็บในกบแก่  งดเขียนแล้วยังไม่พอก็ Cut เรื่องที่เขียนไว้ออกทีละเรื่องสองเรื่องจดหมด  ถ้าเชื่อนายวิษณุที่เป็นศิษย์เอกของตนแล้ว  ก็ควรจะแยกทางจากอาจารย์ประหยัดได้แล้ว

       Angry เมื่อมาเขียนในเว็บของ นายธนากร  เหตุที่เป็นลางสังหรณ์ก็เกิดขึ้นจากการที่ นายธนากร ไปเห็นลูกศิษย์ที่ชื่อ คุณนุช นั้นดีกว่า อาจารย์  จึงได้ปิดเว็บ ทำเหมือนนายกบแก่  อาจารย์ประหยัด ก็เลิกเขียนในเว็บของนายธนากรทันที  คิดว่าตัวเองดังแล้วอยากแยกวงก็ไม่เป็นไร  ซึ่งอาจารย์ประหยัดได้แยกวงจากนายธนากรมานานหน้าจะ 3-4 ปีกว่าแล้ว  นายธนากรก็หาได้ดังเหมือนที่ตนเองคิดไม่

       เมื่อนายก๊อปแก๊บ มาอ้อนวอนขอเปิดเว็บให้เขียน  ก็เลยเขียนอยู่ในเว็บนี้  จะเป็นเล่ห์กลยังไงของนาย
ก๊อปแก๊ปก็ช่าง  ในที่สุดเมื่อปีนเกลียวกันในกลุ่มของนายก๊อปแก๊ป  อาจารย์ประหยัดก็เลิกเขียน  เว็บนี้ก็เจ๊งไปตามสัญญา

     Azn คุณลูกหมูก็ได้เชิญเข้ามาเขียนในเว็บนี้  ไม่ทราบเหมือนกันว่า "พระบารมี" จะเล่นงานใครในเว็บนี้บ้าง  จะเล่นงานลูกศิษย์หรือ เล่นงานอาจารย์ประหยัด  หากเว็ปจะแตก ลางบอกเหตุร้ายก็จะเกิดขึ้น  ลูกศิษย์ก็จะทะเลาะกันในเว็บ ซึ่งอาจารย์ประหยัดนั้นเคยเป็น "เปาบุ้นจิ้น" มานานพอแล้ว  ก็ทำเฉยเสีย  แต่เนื่องจากว่า เว็บนี้ ได้เปลี่ยนเจ้าของแล้ว เจ้าของเขาจะป้องกันการเข้าใจผิด  มาทะเลาะกันในเว็บนี้  เขาก็ลบข้อความทิ้งเสีย  ในการลบข้อความที่ทำให้ "หินแตก" แบบที่นาย อภิสิทธิ์ ทำนั้น  เขาก็ยังเมตตาให้กับใบหน้าของอาจารย์ประหยัด บอกกล่าวก่อนที่จะลบ  ก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร  แม้คุณหมูเองจะลบข้อความใดซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับอาจารย์ประหยัด  คุณหมูก็ยังขออนุญาตจากอาจารย์ประหยัดก่อนเหมือนกัน

************

20 มกราคม  2553

     แล้วในที่สุดคุณหมูก็ได้จากเว็บนี้ไป  ไม่ใช่เป็นการทะเลาะกับใคร  แต่อันเนื่องมาจากว่า  คุณหมูนั้นมีกิจการเพิ่มขึ้นอีกมากมาย  จนไม่มีเวลาที่จะเข้ามาดูแลเว็บให้  ก็ขอให้ร่ำรวย  ยังไงหาเงินได้มากก็รีบแต่งงาน
ไว ๆ เดี๊ยวจะไม่มีผู้รับมรดก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 10:51:54 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: