หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วินัย และ ข้อยึดมั่น ของผู้ปฏิบัติธ  (อ่าน 669 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 26, 2008, 03:12:52 PM »

"อายุบวร"

Shocked วินัย และ ข้อยึดมั่น  ของผู้ปฏิบัติธรรม “สายสัญญา”

   ข้อ  ๑.  ตั้งมั่นอยูในศีลธรรม  รักษาศีล ๕ ด้วย  กาย  วาจา  จิต  อย่างเคร่งครัด (มีศีลมัย)

   ข้อ  ๒.  หนุนนำ ค้ำจุน  บำรุงพระศาสนา  ด้วยการปฏิบัติบูชาอย่างจริงจัง  (มีภาวนามัย)

   ข้อ  ๓.  หมั่นบำเพ็ญการกุศล  สร้างทานบารมี  สังฆทาน  บุคลิกทาน  สหายทาน  (มีทานมัย)

   ข้อ  ๔.  มีเมตตาธรรมแม่มวลมนุษย์ทั่วหล้า

   ข้อ  ๕.  ไม่เบียดเบียนผู้อื่น  และไม่ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน

                        “แก้วส่องทางให้เห็นธรรมะ"

                     ปฏิบัติธรรม  สายสัญญา  หนองโดน

Angry บัญญัติ ๑๐ ประการ  ศีลมัย  ของผู้ปฏิบัติธรรม  ในสายสัญญา   
   ข้อ  ๑.  ผู้ปฏิบัติธรรม  จะต้องรักษาภาพพจน์ของการปฏิบัติธรรมสายสัญญา  ให้เห็นเป็นคุณธรรมอันสูงส่ง  กระทำตนเป็นปูชนียะบุคคล  ดำเนินชีวิตดังนักบุญ  ซึ่งเป็นอริยะชนในโลก  มีสุขแบบบรรพชิต  อิ่มเอิบด้วยอริยทรัพย์ภายใน

   ข้อ  ๒.   ผู้ปฏิบัติธรรม  ต้องมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรปฏิบัติบูชา  ให้ถูกหลักธรรมาธิษฐานในอันที่จะเป็นผู้สำเร็จ เพื่อสร้างบารมีเข้าสู่พระศาสนาแห่งองค์ ๕  ด้วยกุศลจิตเจตนาอย่างแรงกล้า  โดยมิได้ปฏิบัติเพื่อมุ่งแสวงหาเอกลาภ

   ข้อ  ๓.   ผู้ปฏิบัติธรรม  ต้องยึดมั่นในบทบัญญัติแห่งองค์ “พระบรมครูต้นศาสดาบารมี” พระประมุขแห่ง “ธรรมสายสัญญา”  ซึ่งเป็นต้นบ่อเกิดแห่งธรรม  เป็นหลัก  ให้คำนึงเสมอว่า  “พระองค์ท่านเป็นหนึ่งไม่มีสอง”  ศิษย์จะนอกลู่นอกทางหรือ “ยกตนเทียมท่านมิได้” ถือว่าเป็น “อุตริมนุสสธรรม”

   ข้อ  ๔.   ผู้ปฏิบัติธรรม  พึงการเป็นกุศลศีลธรรมของผู้ปฏิบัติเป็นใหญ่  ยศ  ศักดิ์  ทรัพย์สินเงินทอง  เป็นสิ่งประโลมโลกย่อมเป็นรองคุณธรรมทั้งสิ้น  “อำนาจทางคุณธรรม  เป็นอริยทรัพย์ภายใน  เป็นสิ่งประเสริฐสุด  เหนืออื่นใดในหล้า”

   ข้อ  ๕.   ผู้ปฏิบัติธรรม  ต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง  เพื่อให้ได้บรรลุมรรคผลสำเร็จแก่ตนเอง แล้วน้อมนำคุณธรรมที่สำเร็จนั้นช่วยญาติให้พ้นทุกข์  และเป็นที่พึ่งแก่มวลมนุษยชาติใน
โลก

   ข้อ  ๖.   ผู้ปฏิบัติธรรม  จะต้องเทิดทูนพระคุณของครูบาอาจารย์  (ผู้ซึ่งประสิทธิ์ประสาทวิชาให้)  ผู้ซึ่งกอบกู้เข้าสู่แสงทองแห่งธรรมะ  ซึ่งน้อมนำอำนาจคุณธรรมโปรดจนบรรลุมรรคผลสำเร็จ  ผู้ปฏิบัติจะละเมิดมิได้  ต้องยกไว้แล้วหาโอกาสสนองคุณตามสมควร การรู้คุณครูบาอาจารย์  พระบารมีถือเหตุในคุณธรรมข้อนี้เป็นสำคัญ  จะสร้างบารมีสูงส่งเพียงไร  ถ้าขาดคุณธรรมข้อนี้ก็ยังจัดว่าเป็นศีลมัยที่บริสุทธิ์ยังมิได้

   ข้อ  ๗.   ผู้ปฏิบัติธรรม  ต้องสำรวมวาจาจิตให้เป็นกุศล  ให้รู้จักใช้วิจารญาณ  ไม่ถึงมีทิฐิในตน  หลงตน  ทนงตัว จนข้ามเกินผู้ปฏิบัติอื่น  ด้วยวาจาสบประมาท  ไม่กล่าววาจาส่อเสียด  นินทาโดยกล่าชื่อผู้ปฏิบัติด้วยความจงใจ  ถือว่าละเมิดต่ออำนาจบารมีของผู้ปฏิบัติด้วยกัน  จะเกิดมลทินแก่ตัวเอง

   ข้อ  ๘.   ผู้ปฏิบัติธรรม  พึงมีจิตอนุโมทนาในกุศลผลบุญของผู้ปฏิบัติอื่น  ที่ได้รับมรรคผลสำเร็จในทางธรรมมะ  พึงสรรเสริญคุณงามความดี  และมีเจตนาต่อผู้ปฏิบัติที่มีความสามารถพิเศษ  ในกิจการทางธรรมะ

   ข้อ  ๙.   ผู้ปฏิบัติธรรม  ที่ได้เข้า”สู่หลักธรรมก่อน”  และเป็นผู้ปฏิบัติเคร่งครัด  ถึงได้รับการไว้เกียรติในความเป็น “ศิษย์อาวุโส”

   ข้อ ๑๐. ผู้ปฏิบัติธรรม  ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติใหม่  ต้องประคับประคองตนให้มี  กาย  วาจา จิตให้เป็น ศีลมัย พึงระวังการหลงในอำนาจอิทธิฤทธิ์  เพราะเป็นขั้นต้นของการได้รับเหตุในทางธรรมะ  เป็นอำนาจอิทธิฤทธิ์ฝ่ายกุศลรับรอง  มักจะลืมตน  หลงตน  ทนงตัว  จะเกิดพฤติกรรมที่ปรากฏให้เห็นได้ชัด เช่น  อวดรู้  เพ้อเจ้อ  ปั่นจิตไหวหวั่นยกตนเทียมท่าน ข้ามเกินครูบาอาจารย์  และเหตุอันเป็นประมาทด้วยนานาประการทั้งปวง

                        “แก้วส่องทางให้เห็นธรรมะ"
                     ปฏิบัติธรรม  สายสัญญา  หนองโดน

“หมายเหตุ”  ศิษย์ทั้งหลายโปรดใช้วิจารญาณในการอ่าน  เพราะว่า “แก้วส่องทางแห่งธรรมะ”  นั้นคือ อ.สุวิช ผาสุขมูล  เป็นผู้เขียนบทบัญญัตินี้ขึ้นมา  ซึ่งมีวลีหลายประโยคที่ เพ้อเจ้อเกิน “พุทธพจน์” ที่ว่า “สัจจํเว อมตวาจา”  การพูดความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2010, 12:04:59 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: