|
abcd
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #30 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 08:13:12 PM » |
|
นิทานเรื่องนี้สอนเอาไว้ว่า “อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคน” แม้จะเป็นลูกศิษย์พ่อต้นมีอายุมาก กว่า 70 ปีก็ตาม แต่ในใจนั้นเต็มไปด้วยความชั่วร้ายซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก กินบนเรือนขี้บนหลังคา เป็นคนที่ไม่รู้จักบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่ราดหัวถึง 7-8 วัน อย่าคิดว่าเขียนยันต์ผีตายโหงประหารท่านปรมาจารย์ประหยัดแล้วจะทำอะไรท่านปรมาจารย์ (นิทานเรื่องนี้สอนเอาไว้ว่า "หมาเห่าอย่าเห่าตอบ" แม้มึงนี่ดีนะไอ้สัตว์ไม่มีความเลวเลย อ้อสันดารพ่อแม่มันสอนมาดี) อีสัตว์ตัวมึงเองนั้นเข้ามาเห่าในเว็ปนี้ กูไม่ได้เห่ามึง แต่กูให้เกียรติมึงก็แสร้งทำตัวเป็น "หมา" ตัวผู้ มาเห่ากับมึงด้วย แล้วหมารุ่นมึงนั้นเป็นหมารุ่นใหม่ ผสมพันธุ์ได้ทุกฤดูมิใช่หรือ อาจารย์สายสัญญาระดับกูนั้นเป็นได้ทุกอย่าง แต่จะให้กูเป็นพ่อของมึงนั้นกูคงจะไม่เป็น เพราะจะมีลูกชาติชั่วหากินกับสายสัญญานั้น กูทำใจไม่ได้ แล้วถ้าจะเป็นผัวของมึง คนอีสานรูปชั่วตัวดำ ใครจะไปเอาลงหรือวะ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2010, 01:25:44 PM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
abcd
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #31 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 08:17:22 PM » |
|
อาจารย์ในสายสัญญากลุ่มนี้และ อ.บุญเพ็ง นั้น ไม่เคยได้รู้ตัวว่าตัวเองนั้นถูกปลดออกจากสายสัญญาแล้ว (ปฎิบัติได้ขั้นไหนถึงว่าอ.บุญเพ็ง นั้น ไม่เคยได้รู้ตัวว่าตัวเองนั้นถูกปลดออกจากสายสัญญา ลองไปที่บ้านอาจารย์บุญเพ็งดูนะคนถูกถอดออกสายสัญญามันเจริญขึ้นหรือมีลูกศิษย์เยอะไอ้ตาบอดแล้วยังอยากบอกทาง) คนที่ไปหาไอ้แก่บุญเพ็งนั้น ไปเพราะว่าโง่ กว่าจะรู้ตัวว่าถูกไอ้แก่หลอกก็น่าจะหมดเงินไปมากพอสมควร ซึ่งถ้าไอ้แก่บุญเพ็งมันเป็นคนดีจริง ไม่ไปต้มคนเชียงใหม่แล้ว พวกกูคนเชียงใหม่ก็จะเชิญมันไปทุกปี พวกมึงพวกสายสัญญาผี ก็อยู่กับพวกผีหากินในหมู่ผีนั่นแหละ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2010, 01:30:47 PM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
abcd
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #32 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 08:28:02 PM » |
|
การที่ได้เข้าไปเรียนรู้สายสัญญากับ อ.บุญเพ็ง ในครั้งนี้ เสียทั้งเงินทอง เสียทั้งเวลา และเสียทั้งเลือด อาจารย์ในสายสัญญาท่านได้ให้ความประทับใจมาทุกท่าน คือความประทับใจในการเสียเงิน มากน้อย (มึงพูดแบบนี้มันหมายถึง พ่อต้น ด้วยเพราะ อ.บุญเพ็งท่านได้ยึดมั่น ถือมั่น ในพระองค์ ปฏิบัตตามคำสั่งสอนของพระองท่าน ถ้าใครได้ศึกษาพระธรรมสายสัญญาหัวใจหลักที่พระองค์ท่านสอนคือ 1. การดับล้าง 2.การลงองค์พรธรรมสั่งกายนคร 3.การสร้างสังฆทาน(ซึ่งการทำสังคทานจำเป็นต้องใช้จตุปัจจัยในการทำสังฆทาน) แสดงว่ามึงละเอียดในสายสัญญาจริงดีแต่เห่าคนนั้น เห่าคนนี้) อีเหี่ยเอ๋ย กูจะบอกให้มึงทราบ เคาะสนิมในกระโหลกของมึง ไอ้แก่บุญเพ็งนั้นเป็นเพียงแค่ลูกศิษย์ของ พ่อต้นฯ แม้แต่อาจารย์กว้าง ลูกชายที่สืบสายเลือดของพ่อต้นฯ นั้น เมื่อพ่อต้นฯ ท่าน มรณะ ไปแล้ว ยังไม่สามารถยกสายสัญญาให้เป็นมรดกตกทอดให้กับสายเลือดอย่างอาจารย์กว้างได้ ในภพภูมิของโลกวิญญาณนั้น เขาไม่ได้นับเอาความเป็นพ่อลูกจากมนุษย์ไปนับต่อบนสวรรค์ มึงกลับไปเรียนมาใหม่นะ อีเศษสวะเอ๋ย  อาจารย์กว้างไปบ้านลูกศิษย์กูคนแรก คือบ้านนายกบแก่ ไม่มีใครแม้แต่กบแก่จะกล้าทำสังฆทานกับท่านเลยสักคน เพราะท่านบอกว่าเชิญมาครั้งละ ๑๐,๐๐๐.๐๐ บาท ซึ่งโปรดญาติโดยตั้งราคาของอาจารย์ ลูกศิษย์มันมีเงินไม่ถึงพัน เขาจะให้อาจารย์โปรดได้หรือ หรือจะให้ลูกศิษย์ไปกู้หนี้ยืมสินมาทำสังฆทาน ก็น่าจะเป็นการทำสังฆทานเพื่อให้ลูกศิษย์ประสบกับความฉิบหายเท่านั้นเอง
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2010, 01:35:07 PM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
abcd
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #33 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 08:35:23 PM » |
|
"เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย" เอามาใช้ใน "สายสัญญา" ไม่ได้ เพราะที่พูดที่ลือมาจากศิษย์สายสัญญานั้น เป็นศิษย์สายสัญญาเป็นส่วนมากที่อยู่ในระดับชาวบ้าน ผู้ซึ่งปฏิบ้ัติในสายสัญญาได้เพียงแค่ผิวเผิญ ถ้าเป็นต้นไม้ก็เป็นเพียงกะพี้เท่านั้น หาได้ถึงแก่นไม่ ("เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดน้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเอย" เป็นศิษย์สายสัญญาเป็นส่วนมากที่อยู่ในระดับชาวบ้าน พวกตอแหลลองค้นข้อมูลดูใหม่นะ น่าอายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆแทน) (ซึ่งปฏิบ้ัติในสายสัญญาได้เพียงแค่ผิวเผิญ ถ้าเป็นต้นไม้ก็เป็นเพียงกะพี้เท่านั้น หาได้ถึงแก่นไม่ โถๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆน่าสงสารนึกว่าเขาจะเป็นเหมือนตัวเอง ลองศึกษาข้อมูลใหม่นะว่าลูกศิษย์อาจารย์บุญเพ็ง มีทุกระดับ มีการศึกษาสูงปริญญาเอก ปริญญาโท ฯลฯ หน้าที่การงาน อัยการสูงสุด ทหาร อาจข้าราชการครู ปลัด แพทย์ พยาบาล ตำรวจ ฯลฯ ) ลูกศิษย์ไอ้แก่บุญเพ็ง มัน่จะมีกี่ระดับก็ช่างหัวมัน ทุกคนก็เคยถูกไอ้แก่บุญเพ็งหลอกมาทั้งนั้น กูเองยังไม่เคยรู้จักหัวนอนปลายตีน ไอ้แก่บุญเพ็ง กูยังต้องเสียเงินให้กับไอ้แก่บุญเพ็งไปหลายพ้นบาท กูถามมึงจริง ๆ เถอะ มึงมีห้องแอร์ ให้ไอ้แก่บุญเพ็งนอนสัก ๑ อาทิตย์ไหม มึงลองเอาอาจารย์ของมึงไปนอนที่บ้านดู แล้่วมึงจะรู้ว่าอาจารย์สายสัญญาเป็นยังไง แต่กูว่ามึงไม่มีเงินขนาดนั้นหรอก ถ้ายังไม่เข้าใจที่ว่า "เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย" ก็น่าจะเข้าใจว่า "ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ" ก็่คงไม่ต้องบอกว่าคนอย่างมึงนั้นเป็นดินหรือเป็นฟ้า แล้วประโยคที่ว่า "เหนือฟ้ายังมีฟ้า" มึงรู้จักและเข้าใจหรือเปล่า ซึ่งแต่แรกมึงก็คงจะคิดว่า แค่พิมพ์ดีดเป็นก็จะเข้ามาด่าท่านปรมาจารย์ประหยัดได้ ง่ายๆ ด่าได้ฟรีๆ นะหรือ ? ที่คิดไว้นั้นมันคิดผิดไปเสียแล้ว ตอนนี้มึงอีแก่มึงถูกเขาด่าด้านเดียว เพราะว่ามึงมีสันดานเหี่ย ไอ้แก่บุญเพ็งมันไม่เคยสอนมึงเอาไว้หรือ มึงจึงส่ง SMS ไปด่าลูกศิษย์ของกู ซึ่งเป็นการล่วงละเมิดบารมีของผู้ปฏิบัติด้วยกัน มึงไม่รู้หรือว่า "มึงกัดกับอาจารย์ประหยัด มึงสู้ไปกัดกับหมาพวกเดียวกันจะดีกว่า" แค่อาจารย์ประหยัดคนเดียวมึงจะเกิดลูกไม่ออกแล้ว ถ้าเกิดออกมาก็น่าจะมีใบหน้าเหมือนหมานั่นแหละ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2010, 01:39:59 PM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
abcd
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #34 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 08:36:15 PM » |
|
ถ้าไม่เชื่อรองมาดูเอาเองเลยฮะ แล้วมึงจะให้กูเชื่อ สายสัญญากิ๊กก๊อก โนเนมด้วยหรือ ขนาดที่ว่าอาจารย์สายสัญญา ที่วิหารใหญ่ กูก็สาปส่งมาแล้ว
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2010, 01:41:13 PM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
abcd
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #35 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 08:38:20 PM » |
|
ประสบการณ์เลือดท่วมหลังนั้น คงจะลืมไม่ได้ ลืมไม่ลง ใครจะเชื่อหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ซึ่งถ้าไม่เป็นเรื่องจริง อาจารย์ประหยัด ก็น่าจะถูก อ.บุญเพ็ง ฟ้องหมิ่นประมาท ไปตั้งนานแล้ว (อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเลยอาจรย์บุญเพ็ง ท่านสูงเกินกว่าจะมาเกลือกเลี้ยกลับพวกสะวะ) ไอ้แก่บุญเพ็งนั้น เป็นเสือหิวมาจากเมืองดอกบัว ทำมาหาแดกในบ้านตัวเองไม่พอกิน จึงได้ถ่อสังขารไปทำมาหาแดกในจังหวัดเชียงใหม่ ไปก็ไปได้ครั้งเดียวเท่านั้น คนเชียงใหม่เจอสายสัญญาเก๊ ของเทียมจาก ไอ้แก่บุญเพ็ง ขายสายสัญญากินก็ขายได้เพียงครั้งเดียว มึงคงจะไม่รู้ว่า อาจารย์ประหยัด นั้นไปรับยกถาดที่กรุงเทพฯ มากกว่ายี่สิบครั้ง ได้แต่ศิษย์สายสัญญาที่คุณภาพไม่ค่อยดี ก็เลยเลิกที่จะไป ซึ่งสายสัญญาระดับอาจารย์ประหยัดนั้นไปโปรดญาติกรุงเทพฯ ท่านนั่งเครื่องไปนะโว้ย ไม่ใช่กระจ๊อกอย่างไอ้แก่บุญเพ็ง นั่งรถทัวร์ไปเชียงใหม่
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2010, 01:44:57 PM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
abcd
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #36 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 08:40:05 PM » |
|
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 10, 2010, 01:17:09 PM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
abcd
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #37 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 08:41:31 PM » |
|
มี อาจารย์ หน้าใหม่ในสายสัญญา คือ อ.สุวิช-อ.เพ็ญจันทร์เข้ามาอีก แล้วก็หายไป หายไป ถ้าเป็นสายสัญญาพันธุ์แท้ แล้วเป็นของจริง มันก็น่าจะมีศิษย์สายสัญญาไปเชิญท่านมาอีก (เก่งแต่อาจารย์มึงนะ ไอ้หัวชนฝา) ก็ในเมื่อมึงบอกว่าปฏิบัติในสายสัญญามา ๓๘ ปี แล้ว มึงน่าจะเป็นระดับอาจารย์ได้แล้ว มึงแน่จริงมึงเก่งจริง มึงลองเอาบทดับล้างปราบมารแล้วประจุองค์ปราบมารเบื้องสูง เสร็จ แล้ว ก็ลองไปโปรดญาติที่เชียงใหม่ดู ลองดูซิว่าสายสัญญาของพ่อต้นฯนั้นจะจริงแท้แค่ไหน แน่แค่ไหน ถ้าอยู่ในมือของสายสัญญา ๓๘ มงกุฎ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2010, 01:52:17 PM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
abcd
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #38 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 08:46:32 PM » |
|
 อาจารย์สายสัญญา สายแท้ คนไหน ถ้าเจอหน้าลูกศิษย์แล้ว ก็ให้ "ยกถาด" เรียก "สังฆทาน" นั้น ส่วนมากแล้ว จะเป็นอาจารย์ที่เรียกว่าถูกปลดแล้ว ทำสังฆทานไปก็ไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด ที่ อาจารย์ประหยัด กล้าพูดก็เพราะว่า ได้ทำสังฆทาน ในสายสัญญา หมดเงินไปมากกว่าหนึ่งแสนบาท แล้วพวกท่านที่ทำเพียงแค่พันสองพัน จะได้ผลหรือ ?  (อาจารย์สายสัญญา สายแท้ คนไหน ถ้าเจอหน้าลูกศิษย์แล้ว ก็ให้ "ยกถาด" เรียก "สังฆทาน" เพราะนั่นคือหัวใจของการปฏิบัติสายสัญญาข้อที่3 ที่กล่าวมา)  (ส่วนมากแล้ว จะเป็นอาจารย์ที่เรียกว่าถูกปลดแล้ว ทำสังฆทานไปก็ไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด ณปัจจุบันในการทำสังฆทานของอาจารย์บุญเพ็ง ข้าพเจ้าได้เห็นบารมีมารับเครื่องสังฆทานทุกครั้ง ท่านคงไม่ได้ตาทิพย์ หูทิพย์สิ ถึงไม่เห็นอย่างที่เราเห็น) คนอย่างมึงหรือที่ได้ ตาทิพย์ หูทิพย์ ระดับอาจารย์ของมึง ไอ้แก่บุญเพ็ง ถ้ามันมีตาทิพย์ หูทิพย์ จิตทิพย์ แล้ว มันก็คงจะรู้ว่า การไปบ้าน ท่านปรมาจารย์ประหยัดนั้น มันจะได้รับอะไรบ้าง ที่ที่บ้านอาจารย์ประหยัดนั้น ท่านปรมาจารย์ไม่ยกถาดกับไอ้แก่บุญเพ็งอีก เพราะรู้แล้วในเพียงวันหรือสองวัน ท่านปรมาจารย์ เจอ ๑๘ มงกูฎ ในสายสัญญาแล้ว ถ้ามึงมีตาทิพย์ หูทิพย์ เห็น มึงก็คงจะไม่หลงเข้ามาในเว็ปนี้ให้กูจ๊วกเล่น ไอ้อีควายเอ๋ย
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2010, 10:49:03 AM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
abcd
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #39 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 08:48:37 PM » |
|
คนที่ทำเป็นล้านหลัง อาจารย์ประหยัด คือ คุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ทำแล้ว ผ่านมา ๑๕ ปี ยังถูกศาลตัดสินจำคุกถึง ๕๐ ปี ลดราคาให้ครึ่งหนึ่งก็เหลือ ๒๕ ปี (เรื่องเวรกรรม มันเป็นเรื่องละเอียดซึ่งคนที่ไม่ละเอียดในธรรมจะไม่เข้าใจ) สัตว์นรกเอ๋ย พูดเหมือนควายเอาสีข้างเข้าถูก ก็มึงพูดอยู่แล้วว่ามึงมีตาทิพย์ มึงย่อมน่าจะรู้ว่า อาจารย์บุญมา หลอกเอาเงิน คุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ไปเป็นล้าน ย่อมทำให้สายสัญญานั้นเสียหายทางด้านชื่อเสียง มันเป็นกรรมของสายสัญญา ที่มีอาจารย์อย่างนี้ ไม่ใช่เป็นกรรมของนายรังสรรค์ที่ถูกสายสัญญาหลอก
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2010, 01:56:10 PM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
abcd
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #40 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2010, 08:51:22 PM » |
|
สงสารเจ้าของสายสัญญา คือพ่อต้นฯ แต่ก็ไม่ต้องวิตก เพราะว่า "คลื่นลูกหลังย่อมดังกว่าคลื่นลูกแรก" สายสัญญาไม่เสื่อม แต่ อาจารย์ในสายสัญญานั้นแหละจะ "เสื่อม (สงสารเจ้าของสายสัญญา คือพ่อต้นฯ แต่ก็ไม่ต้องวิตก ขอบใจที่ยังไม่เหยียบหัวเจ้าของสายสัญญา ขอข้าลดโทษให้เจ้าเหลือครึ่งหนึ่ง จากเมืองสลิงคาร มาเป็นแค่เมืองนรกแทนแล้วกัน ปิดศาล) กูเองนั้นอยู่ในสายสัญญาเพียงแค่ ๑๖ ปี ไม่นานเท่ากับพวกดักดานในสายสัญญามาถึง ๓๘ ปี ยังไม่รู้เลยว่าพ่อต้นฯ คือใคร ถ้ากูไม่เข้าไปอยู่ในสายเทพฯ แล้ว กูก็จะไม่รู้ว่าพ่อต้นฯคือใคร เพราะฉะนั้นเศษสวะอย่างมึงไม่ต้องมาขอบใจอะไรกับกูหรอก แล้วในชั่วชีวิตของกูนั้นก็จะต้องนับถือพ่อต้นฯ ไปจนตาย กูจะโปรดญาติเหมือนเดิมคือไม่เรียกเงิน ไม่ทำสังฆทานหลอกเอาเงินใคร กูว่ามึงอย่ามาสอนสังฆราชจะดีกว่า ๓๘ ปีในสายสัญญายังเป็นควาย โง่เหมือนเด่ิม แล้วในชีวิตของมึงนั้นก็จะโง่เป็นควายต่อไปจนตายนั่นแหละ มึงก็คิดเหมือนควายนั่นแหละ คือมีไอ้แก่เพ็งคนเดียวก็พอแล้ว แต่มึงหารู้ไม่ว่า อาจารย์สายสัญญานั้นมีหลายสิบคน ที่ดี ๆ นั้นก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร์ กูเข้ามาใน "สายสัญญา" นั้น กูมางมเข็มในสายนี้ยังไม่เจอเข็มดีๆเลยสักเล่ม ที่มีนั้นก็เป็นเข็มเหมือนกัน แต่เป็นเข็มที่ใช้แล้วเต็มไปด้วยสนิม คนอย่างมึงถ้าเป็นรถยนต์ก็เป็นโตโยต้ากระบะรุ่นแรก ที่เวลาจะติดเคร่ืองก็ต้องเผาหัวเสียก่อน เพราะความจนของมึงนั้นมึงต้องใช้รถกระบะ หรือสายสัญญารุ่นเก่าเหมือนเดิม ไม่รู้จักพัฒนา แต่สายสัญญาของกูนั้นเป็นสายสัญญารุ่นพัฒนา ที่เรียกว่า "ประยุกต์" เป็นรถโตโต้า วีโก้ รุ่นติด "เทอร์โบ" แล้ว กูจึงไม่ได้เป็นสายสัญญาระดับ "ควาย" เหมือนมึง เข้าใจไหม ไอ้ตุ๊ดอีแต๋ว
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2010, 10:46:33 AM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 749
"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
|
 |
« ตอบ #41 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2010, 01:45:38 PM » |
|
"อายุบวร"  ในสมัยเมื่อเข้าสายสัญญาใหม่ ๆ นั้น ถ้าได้ยินคำบอกเล่าว่ามีอาจารย์สายสัญญาคนนั้นคนนี้เก่ง ก็จะทำหูผึ่งแล้วก็พยายามที่จะดั้นด้นไปพบเจอให้ได้ โดยที่เมื่อได้เจอแล้วก็ยังไม่ทราบว่าอาจารย์ท่านนี้เป็นของจริงหรือเก๊ ที่ไม่รู้ก็เพราะว่าเฉพาะการปฏิบัติตนในสายสัญญานั้น จะไม่มีใครได้ตาทิพย์ หูทิพย์ และจิตทิพย์ ที่รู้ได้ก็มารู้ในภายหลังที่ได้เข้ามาปฏิบัติในสายเทพ ซึ่งอาจารย์สายสัญญารุ่นเก่า เขาเล่ากันว่าพวกที่ "ทรง" นั้น พ่อต้นฯ ท่านบอกว่า เล่นยี่เก ซึ่งแท้ที่จริงแล้วพ่อต้นฯ ท่านเองก็เล่นยี่เกตั้งแต่สมัยท่านเป็นเณรแล้ว  ถ้าถามอาจารย์ประหยัดว่า ถ้าเดี๊ยวนี้มีคนมาบอกว่ามีอาจารย์สายสัญญาประเภทมวยซุ่ม ชื่อ "อ.ตุ๋นเปื่อย" อาจารย์ประหยัดจะรีบไปหาหรือเปล่า ตอบได้เลยว่าเพียงแค่บอกชื่อก็รู้แล้วว่าอาจารย์ท่านนี้อยู่ในระดับไหนก็ไม่จำเป็นที่จะโง่เหมือนสมัยแรก ๆ ที่เข้ามาในยุทธจักรสายสัญญา จะขอยกตัวอย่างที่ผ่านมา เมื่อเจออาจารย์กว้างที่ บ้านนายกบแก่ ก็รู้ว่าเป็นลูกชายพ่อต้นฯคนแรก แต่ถ้าจะให้ อ.กว้าง มาทำพิธี ท่านก็จะคิดค่าบูชาครู ๑๐,๐๐๐.-บาท จึงทำให้ศิษย์รุ่นแรกของอาจารย์ประหยัดประจำสำนักของ นายกบแก่ ไม่มีใครกล้าแหยม อาจารย์กว้างเลย เพราะความรู้ที่ได้จาก อาจารย์ประหยัด นั้นรู้สึกว่าจะแน่นกว่าที่จะได้จาก อ.กว้าง เพียงแต่บารมีนั้นจะเทียบเท่า อ.กว้างไม่ได้  ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้นับถือ อ.กว้าง ป้าอ้อย กบแก่ และ อ.ประหยัด ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียน อ.กว้างถึงวิหารใหญ่ ไปยกถาดกับ อ.กว้าง โดยใส่ปัจจัย ๕๐๐.-บาท ซึ่งป้าอ้อยแกก็ทำตาม อ.ประหยัด ส่วนกบแก่นั้น No Money มีบ้างพอที่จะเก็บเอาไปซื้อบุหรี่สูบเสียจะดีกว่า ในเมื่อไปถึงวิหารใหญ่ ได้่เจอกับ อ.สุภาพ แล้ว "ไก่เห็นตีนงูแล้วงูจะเห็นนมไก่" หรือไม่นั้น ในเมื่อเกิดก่อน อ.สุภาพ นับเป็นสิบ ๆ ปี เข้าสายสัญญาก่อน อ.สุภาพ ถ้าจะให้มาเป็นเหยื่ออันโอชะเหมือนสมัยก่อนก็คงจะไม่ทำ ที่ไปวิหารใหญ่นั้นก็อาศัยบารมีของลูกศิษย์ไปเท่านั้น ถ้าตั้งใจไปเองก็เมินเสียเถอะ นอกจากว่าจะตั้งใจไปทำบุญก็ไม่ว่ากัน
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2010, 10:44:28 AM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back. หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
|
|
|
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 749
"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
|
 |
« ตอบ #42 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2010, 10:09:21 AM » |
|
"อายุบวร" นางเบญจวรรณ เขียนว่า (แม้แต่ลูกศิษย์พ่อต้นยังโค่นอาจารย์ประหยัดไม่ลง แสดงว่ามึงอาจารย์ประหยัดไม่ได้อยู่ในสายสัญญา อ๋อลืมไปมารศาสนานี่เอง)  พวกมารศาสนานั้นน่าจะเป็นอาจารย์สายสัญญาประเภท เจอหน้าก็ต้องทำสังฆทาน มันแปลกที่ว่าใครก็ตามที่เข้าวิหารใหญ่หรือเข้าหา ลูกศิษย์พ่อต้นฯ ต้องทำสังฆทาน ทำเพื่ออะไร? ในเมื่อบรรดาอาจารย์เหล่านั้นก็ไม่ได้มีตาทิพย์ มองเห็น "กรรม" ของลูกศิษยเหมือนที่พ่อต้นฯ ท่านมีตาทิพย์ ก็คงจะทำเรียนแบบพ่อต้นฯ เพื่อต้องการเงินของคนที่ไปหาเท่านั้นเอง  อาจารย์ประหยัดตอบ มึงคงจะไม่ได้อ่านประวัติในสายสัญญาซึ่ง กูเองนั้นเริ่มต้นเข้ามาสู่สายสัญญาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๕ ผ่านร้อนผ่านหนาวในสายสัญญามามาก ในมหาวิทยาลัยชีวิตนั้นรู้สึกว่าจะไม่มีอาจารย์สายสัญญาคนใดที่ได้เรียนรู้เท่ากับอาจารย์ประหยัด แม้ในสายสัญญาก็น่าจะคุยได้ว่าอาจารย์ประหยัดนั้นได้เรียนรู้มากกว่าอาจารย์สายสัญญาทุกคน คือเรียนรู้วิธีการหากินของอาจารย์สายสัญญา โดยการอ้างเอาพระบารมีมาหากินกันทั้งนั้น แท้ที่จริงแล้วอาจารย์สายสัญญาเหล่านี้ถ้าเป็นมือถือก็เรียกได้ว่าของก๊อป ก๊อปได้เหมือนมากแต่ถ้าใครซื้อมาใช้ไม่นานก็จะรู้ว่าเป็นของเรียนแบบที่สมกับราคาที่ขาย แต่ในสายสัญญานั้นรู้สึกว่าของก๊อปนั้นจะราคาแพงกว่าความเป็นจริงหลายสิบเท่านัก :  ปัจจุบันนี้ถ้าใครอยู่ในสายสัญญาแล้วไม่รู้จักกิติศัพท์อันโด่งดังของอาจารย์ประหยัดแล้ว พวกคนเหล่านี้น่าจะเป็นคนบ้านนอกยิ่งกว่ามีสำมะโนครัวอยู่ที่ ลำปลายมาศ วิหารใหญ่เสียอีก ซึ่งตามเรื่องเล่าขานที่ว่า พระบารมีให้พ่อต้นฯ ลงมาโปรดคนจนเสียก่อนที่หนองโดน แต่อาจารย์ประหยัดคิดว่า "พระบารมี" จะลงรันเวย์ผิดสนาม ซึ่งจะช่วยประเทศไทยได้ พระบารมีจะต้องไปลงในท่ามกลางคนมีบุญที่แถว ๆ กรุงเทพฯ ซึ่งพระบารมีจะมี "บารมี" สู้มารได้หรือไม่เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าลงผิดที่ผิดทาง ประเทศไทยก็ต้องรอผู้มีบุญที่รับฉันทานุมัติคนที่ ๒ รองจากพ่อต้นฯ มาปราบเท่านั้นเอง ซึ่งนับจากพ่อต้นฯ ท่านได้มรณะภาพไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๒ ผ่านมา ๓๑ ปี แล้ว ก็ยังไม่มีใครที่จะได้รับมอบฉันทานุมัติจากพระบารมีอีกเลย  อาจารย์สายสัญญาก๊อปนั้นมีมากมายหลายร้อยคนมาก แต่อาจารย์ที่แท้จริงนั้นน่าจะมีอยู่ไม่เกิน ๕ คน คือประเภทที่ไม่เรียกร้องเอาเงินใคร คงจะไม่มีใครที่กล้าแจก องค์พระธรรม ทีละ ๒-๓ ร้อย องค์เหมือนกับอาจารย์ประหยัด ซึ่งทุกวันนี้อาจารย์ประหยัดเป็นอาจารย์สายสัญญาที่บรรดาอาจารย์สายสัญญาทั้งหลายไม่กล้า "แหยม" เพราะว่าโปรดญาติโดยไม่เรียกร้องเอาเงินใคร ใครที่มีแผลเหวอะหวะตามตัวก็อย่าได้แหยมก็แล้วกัน :  แม้แต่ในสายสัญญา ยังไม่เคยหากินกับลูกศิษย์คนใด มีแต่ ลูกศิษย์ เท่านั้นที่เอาอาจารย์ประหยัด ไปหากิน ซึ่งแต่ละเว็ปของสายสัญญานั้นก็เกิดมาจากลูกศิษย์หากินทั้งนั้นแหละ เมื่อไม่ยอมเอา "สายสัญญา" ไปหากินแล้ว คงจะเข้าไปเป็นมารในศาสนาไม่ได้ เพราะว่าต้มคนธรรมดายังไม่กล้าทำ แล้วจะไปต้มคนที่บนหัวมีผมสั้น ๆ คือไม่โล้นแต่ก็เอามีดโกน ขูดถากให้มันโล้น ซึ่งพระท่านก็ทำมาหากินไม่ได้ แล้วอาจารย์ประหยัดจะเข้าไปหากินอะไรกับพระได้เล่า เกิดมาชาตินี้ก็ใช่ว่าจะคิดบวชเป็นพระ เพื่อสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ซึ่งเป็นการฝันกลางวันสำหรับผู้ที่ไม่รู้จริง ในสายสัญญานั้นเขาก็บอกแล้วว่า "บวชเป็นพระภายใน" แต่ภายนอกนั้นเรียกสังฆทาน จนลูกศิษย์หน้ามืดไปตาม ๆ กัน
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2010, 10:42:46 AM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back. หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
|
|
|
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 749
"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
|
 |
« ตอบ #43 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2010, 11:35:45 AM » |
|
"อายุบวร"  วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ อีนังเบญจวรรณ และอีกนางโมโม้ มันไม่ทราบเลยหรือว่า อาจารย์ประหยัดได้บุกไปถึง วิหาร อาจารย์บุญมา นพสันเทียะ ไปตามคำเชิญของ "เจ๊กุง" ศิษย์เอกของ อ.บุญมา ซึ่งก็มีศิษย์อีกหลายสิบคนของ อ.บุญมา ไม่มีวาสนาได้เข้าพบ อาจารย์ประหยัด เพราะว่าเมื่อ อาจารย์ประหยัด รับประทานอาหารเสร็จ ก็ได้เข้าไปในห้องพิเศษของห้องอาหาร ก็ไปนั่งคุึยกับเจ๊กุงและคุณชาตรีน้องชายเจ๊กุง และก็มีลูกศิษย์ อ.บุญมา อีกหลายคนเข้าไปคุยด้วย  คือไม่ได้สนใจบรรดาอาจารย์สายสัญญาลูกศิษย์ อาจารย์บุญมา เลย สนใจแต่จะไปสนทนากับเจ๊กุงและบรรดาคนสนิทของเจ๊กุงเท่านั้น แม้แต่ว่าจะเข้าไปคาระวะ อ.บุญมา ก็ยังไม่สนใจที่จะเข้าไปเลย เพราะว่าเคยเจอ อ.บุญมา ที่วิหารนี้ น่าจะเกิน ๓ ครั้งแล้ว ก็ไม่ได้อะไรเลย เพียงแค่ องค์พระธรรม ๓-๔ องค์ จอดเอาไว้บนหัวเท่านั้นเอง ระดับอาจารย์ประหยัด ที่ปฏิบัติตัวมา ๑๗ ปีโดยไม่เคยเรียกร้องเงินจากลูกศิษย์เลยแม้แต่บาทเดียว นอกจากว่าเขาเจตนาจะให้ก็รับเอาไว้ซื้อข้าวให้นกกิน  แล้วที่ไม่กลับไปวิหาร อ.บุญมาอีกในตอนกลางคืน คือเวลาประมาณ ๒ ทุ่มก็ไป อีกประมาณ ๕ ก.ม.จะถึง วิหาร มันมีเหตุที่ไปต่อไม่ได้เพราะ อ.บุญมา แสดงฤทธิ์ อาภินิหาร เอารถพ่วงไปปิดสะพานเอาไว้ หัวรถพ่วงหันกลับมาทางที่เราจะไป ส่วนตัวพ่วงนั้นหันหัวไปทางไปวิหาร ก็เท่ากับว่ารถพ่วงหักครึ่งยัดเอาไว้บนสะพาน แต่ตัวล็อคพ่วงนั้นยังไม่หลุด ซึ่งถ้าพิจารณาแล้ว คนทั้งหลายคงคิดว่า อ.บุญมา เสกคาถาให้รถปิดถนนเอาไว้ไม่ให้ อาจารย์ประหยัด กลับไปอีกแต่มันตรงกันข้ามที่ว่า หาก อ.บุญมา ปิดกั้น อาจารย์ประหยัด ก็เท่ากับปิดกั้นไม่ให้ลูกศิษย์อีกนับร้อยคนไม่ให้ไปวิหาร ก็เป็นการแสดงว่า รถพ่วงที่ติดอยู่บนสะพานนั้น ไม่ได้เกิดจาก อ.บุญมาทำ อย่างแน่นอน  เมื่อมีการปิดกั้นทางมิให้ไปวิหารอีก อาจารย์ประหยัด ก็ไม่ไป รุ่งขึ้นก็กลับกรุงเทพฯ ทันที โดยไม่กลับไปวิหาร อ.บุญมาอีก ทำไมจึงไม่ไปรึ ที่ไม่ไปก็เพราะ "รู้" นั่นแหละ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2010, 10:34:40 AM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back. หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
|
|
|
administrator
Administrator
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 749
"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
|
 |
« ตอบ #44 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2011, 12:07:54 PM » |
|
"อายุบวร"  วันนี้ได้กลับมาอ่านเรื่องของ อ.บุญเพ็ง อีกครั้งหนึ่ง เพราะได้อ่านหนังสือ สายสัญญานะ โดย อ.เทวาฤทธิ์ เกษมพิณ ป. ซึ่งในหน้าสุดท้ายที่ "ขออนุโมทนา" นั้น ได้มีชื่อของ อ.เบญจวรรณ พันธุ์สุวรรณ และ อ.ฉัตรชัย อ.รัศมี โรจนศาสตรา ซึ่งพวกนี้อาจารย์ประหยัดได้นำความจริงที่เขาได้กระทำกับอาจารย์ประหยัดเอาไว้ มาพูดมาเขียนเพื่อที่จะสอนให้ศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ ฉลาด ทันพวกที่ยกย่องตนเองเป็นอาจารย์สายสัญญา มาหลอกต้ม  โดยพระพุทธพจน์ที่ว่า "สัจจํ เว อมตวาจา" การพูดความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย สายสัญญาที่เกิดเป็นคนมาในศาสนาพุทธ หากรู้จริงบ้าง ก็ไม่ต้องกลัวคำขู่ของบรรดาอาจารย์สายสัญญาต่าง ๆ แม้แต่บทบัญญัติ ๑๐ ประการ ที่เขียนขึ้นมานั้น ก็ไม่สามารถที่จะไปลบล้างคำว่า "การพูดความจริงเป็นสิ่งไม่ตายได้"  คนที่ยังไม่เข้าใจคำว่า "คัดเซ็น" แม้จะถูกไล่ออกไปจากสายสัญญา ก็จะไม่มีวันรู้ตัวว่าถูกออกแล้ว เพราะการสมัครเข้ามาในสายสัญญานั้นไม่มีการเขีึยนใบสมัคร เมื่อทำผิดถูกไล่ออก จึงไม่รู้ว่าถูกไล่ออก แต่ก็ยังเอาวิชาของสายสัญญาไปทำมาหากินกับคนที่ไม่รู้ อ.บุญเพ็ง ไปเชียงใหม่ ไม่ได้ไปโปรดญาติ แต่ไปเพื่อไปควักล้วงเอาเงินในกระเป๋าญาติ จึงไปแต่ตัวเปล่ากับเหล็กจาร ๑ อันเท่านั้น แต่อาจารย์ประหยัดไปโปรดญาติที่กรุงเทพฯ นั้น มีแต่ขาดทุนเพราะไม่ได้ไปมือเปล่า พิมพ์เอกสารด้วยเครื่อง Printer ก็ต้องซื้อเครื่องในราคาต่ำสุด ๒,๐๐๐.-บาท น้ำหมึกพิมพ์ สีละ ๒๐๐.บาท หากใช้เติม ครั้งละ ๑๐๐.บาท ต่อ ๑ สี เครื่อง Printer เครื่องแรกซื้อยี่ห้อ Canon ห้าพันกว่าบาท เครื่องที่ใช้ปัจจุบันเป็นเครื่องที่ ๗ ถ้าจำไม่ผิด พิมพ์เอกสารไปแจกลูกศิษย์ครั้งละไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ แผ่น เหล็กจาร แผ่น VCD ลืมบอกไปว่า มีเครื่อง Print แล้วจะต้องมีเครื่อง Computer ด้วย ซึ่งเครื่องสุดท้ายที่ซื้อนั้น เป็นโน๊ตบุ๊ค ราคาค่อนข้างถูก ๑๗,๕๐๐.-บาท เอาไว้ใช้เฉพาะดูหุ้นและพิมพ์ตอบปัญญาในเว็บ  เท่าที่มีประสบการณ์กับอาจารย์สายสัญญาหลาย ๆ คนนั้น ทุกคนมาแต่ตัวเปล่า ๆ พร้อมเหล็กจาร ๑ อัน เวลากลับก็พกปัจจัยเต็มประเป๋า ไม่ได้มาให้ความรู้อะไรมากมาย ให้องค์พระธรรมเอาไว้ ๔-๕ องค์ก่อน แล้วค่อยให้เพิ่มทีหลัง เมื่อเจออาจารย์สายสัญญามากเข้า จนคนสุดท้าย อ.สุวิช ผาสุกมูล จึงไม่ยอมเสียเงินทำอะไรเลย เพราะว่าเวลานั้น ก็ได้ไต่เต้าขึ้นไปบนระดับสังเวียนที่ว่า "ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่" แต่งูของอาจารย์ประหยัดนั้นคือ "พญานาค" หากมนุษย์คนใดที่ไม่ฉลาดจริง หรีือไม่ใช่ญาติสายสัญญาจริง หลงเข้ามาในสายสัญญา ท่านก็จะไม่ได้อะไรเลย ที่ได้นั้นก็คือ "ได้เสียเงิน"
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2011, 02:43:21 PM โดย administrator »
|
บันทึกการเข้า
|
I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back. หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
|
|
|
|