หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: *คุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ  (อ่าน 2809 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 30, 2008, 10:46:35 AM »

   "อายุบวร"

       Sad เมื่อไม่มีใครถาม  อาจารย์ประหยัดก็จะขอถามลูกศิษย์  

       Grin เมื่อ ๑๕ ปีก่อนนั้น  อาจารย์ประหยัด เข้ามาในสายสัญญาใหม่ ๆ อาจารย์พงษ์วิทย์ ได้เล่าให้ฟังว่า คุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ  มาทำสังสังฆทานกับ อ.บุญมา วงเงินหนึ่งล้านบาท  เมื่อทำเสร็จก็ได้รับการประกันตัว  แล้วเรื่องนี้ก็เงียบหายไป  ก็ไม่มีจิกซอมาเชึ่อมต่อที่จะให้รู้ว่าผลลัพภ์มันออกมายังไง  ในที่สุดผ่านมาจนถึงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๑ คุณรังสรรค์ ถูกศาลสั่งจำคุก ๒๕ ปี
 
       Angry Tongue ถามว่า สังฆทาน ๑ ล้านบาท ที่คุณรังสรรค์ ทำไปนั้นนั้นถูกต้องหรือถูกต้ม ?  ขอให้บรรดาลูกศิษย์ช่วยกันพิจารณาแล้วตอบให้ฟังหน่อยซิจ๊ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2010, 11:29:24 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
May
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 49


ความดี ที่มองต่างมุม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 30, 2008, 03:27:58 PM »

ถูกต้ม ชัวร์  Cool Cry Cry Cry Cry Cry
    Shocked ย้อนรอยปมลอบสังหาร "ประมาณ ชันซื่อ" ประธานศาลฎีกา คดีประวัติศาสตร์ยืดเยื้อมานานกว่า 15 ปี

           ภายหลังจากที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาให้จำคุก นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ นักธุรกิจและสถาปนิกชื่อดัง และนายอภิชิต อังศุธรางกูรหรือเล็ก สตูล เป็นเวลา 25 ปี
ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ฐานจ้างวานฆ่านายประมาณ ชันซื่อ อดีตประธานศาลฎีกา เหตุเกิดเมื่อปี 2535-2536 รวมทั้งยังได้ตัดสินจำคุก นายสมพร หรือหมา เดชานุภาพนายเณร มหาวิไล ซึ่งเป็นทีมมือปืน เป็นเวลา 16 ปี 8 เดือน  

            ถือว่าคดีการต่อสู้ยาวนานกว่า 15 ปี ในที่สุดก็ได้มีผลแห่งกระบวนการยุติธรรมออกมาในระดับหนึ่งแล้ว "มติชนออนไลน์" ขอย้อนรอยเหตุการณ์คดีประวัติศาสตร์นี้ไว้ เพื่อย้ำเตือนเหตุแห่งคดีที่ยาวนานให้ได้รับทราบกัน  

            เมื่อ วันที่ 25พฤษภาคม  2536 พ.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ผกก.2 ป. พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย สว.ผ.2 กก.2 ป. พ.ต.ต.ทวี สอดส่อง สว.ผ.4 กก.2 ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายเณร มหาวิไล และนายสมพร หรือ หมา เดชานุภาพ พร้อมด้วยรถปิกอัพอีซูซุสีขาวทะเบียน 6 ป-1246 กทม. ที่บริเวณหน้าบ้าน นายประมาณ ชันซื่อ ประธานศาลฎีกา (ขณะนั้น) บ้านเลขที่ 278 ซอยศรีนคร ถนนนางลิ้นจี่ กทม.โดยรับสารภาพว่า นายบรรเจิด จันทนะเปลิน เจ้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เสรีนคร จ.นครสวรรค์ ให้สังหารนายประมาณ เป็นเงิน 1 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบจึงประสาน พ.ต.อ.รังสรรค์ ชำนาญหมอ รองผบก.ภ.9 นำกำลังเข้าจับกุมนายบรรเจิดได้ที่บ้านพัก

            ทั้งนี้ ใน วันที่ 27 พฤษภาคม2536 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ขณะนั้น) ชี้แจงในการประชุมสภาว่า คดีนี้อธิบดีกรมตำรวจ (อ.ตร.) รายงานให้ทราบตั้งแต่เริ่มวางแผนสืบสวนอยู่ 3 เดือน และแต่งตั้ง พล.ต.ท.ธนู หอมหวล ผบช.ก.ทำการสืบสวนจับกุม  

            ต่อมานายบรรเจิดได้รับสารภาพเมื่อวันที่ 28 พ.ค.2536 ว่า ได้รับการจ้างวานมาจาก นายอภิชิต อังศุธรางกูร หรือ เล็กสตูล ประธานกลุ่มผู้สื่อข่าว "ฉลามดำ" และเจ้าของบริษัททำนากุ้ง ที่มีนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกชื่อดังเป็นประธานบริษัท พ.ต.อ.จุมพล จึงนำกำลังเข้าจับกุมนายอภิชิต  

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2536 ก็เข้าจับกุมนายรังสรรค์ แล้วนำตัวมาสอบสวนที่กองปราบฯ ซึ่งนายทองใบ ทองเปาด์ ทนายความแม็กไซไซ เดินทางมาเป็นทนายให้ โดยมีนายชัย ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคชาติไทย (ขณะนั้น) นายโสภณ เพชรสว่าง ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคชาติพัฒนา (ขณะนั้น) และนายเนวิน ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคชาติไทย (ขณะนั้น) เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ต้องสงสัยด้วย  

            อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.เฉลิมชาติ สิตานนท์ รองผบก.ป.ได้รับหนังสือจากนายรังสรรค์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน อ้างเป็นโรคความดันโลหิตสูงและถุงน้ำดีอักเสบ จึงให้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เป็นเวลา 10 วัน ซึ่งนายรังสรรค์ได้ออกจากโรงพยาบาลไปในช่วงกลางดึกวันที่ 22 มิถุนายน 2536 โดยพล.ต.ต.ล้วน ปานรศทิพ ผบก.ป. เปิดแถลงใหญ่เวลาต่อมาว่า  

            "มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 คน มีนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ นายอภิชิต อังศุธรางกูรหรือ เล็ก สตูล นายสมพรหรือ หมา เดชานุภาพ และนายเณร มหาวิไล ในข้อหาใช้จ้างวาน-ยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใดให้ผู้อื่นไปกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยมีสาเหตุมาจาก 6 ประเด็น

            1.คดีฟ้องร้องคอนโดพัทยา  

            2.คดีศูนย์การค้ายักษ์เรื่องค่าจ้างออกแบบ  

            3.คดีฟ้องร้องหมิ่นประมาท 3 คดีโยงมาจากข้อพิพาทต่างๆ  

            4.กรณีสั่งระงับการสร้างศาลฎีกา  

            5.กรณีข้าราชการหญิงคนหนึ่งถูกย้าย  

            6.กรณีวิกฤตตุลาการ

            หลังจากหลายฝ่ายออกตามหานายรังสรรค์ ก็พบว่าเจ้าตัวมาอยู่ที่บริษัทรังสรรค์สถาปัตย์ โดยไม่ได้หลบหนีไปตามที่หลายฝ่ายกังวล  

            คดีดำเนินต่อเนื่องมาจนเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2550 นายรังสรรค์ ได้ยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดขอให้ถอนฟ้องคดีดำหมายเลขที่ 990/2536 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ คำร้องระบุว่า ตามหนังสือแจ้งผลการพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่1/2543 ศาลได้วินิจฉัยเพียงว่า ข้อบังคับของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ.2543 และคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2536 มิได้ออกโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติ จึงไม่เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามความหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 ดังนั้น การขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยข้อบังคับ ของกระทรวงมหาดไทยและคำสั่งดังกล่าว รวมทั้งการกระทำของพนักงานสอบสวนไม่อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 โดยสำนักงานอัยการสูงสุดรับเรื่องไว้เพื่อพิจารณาต่อไป  

 Shocked ข้อมูลอ้างอิงจาก Kapook.com  

            May
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2010, 10:49:48 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"การพูดความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย"
แล้ว "กรุงโรม ก็มิได้สร้างเสร็จสิ้นภายในวันเดียว"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2008, 05:06:32 PM »

   "อายุบวร"

       Sad Angry Smiley อาจารย์บุญมา ถูกคุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ  กระชากหน้ากากของการเป็นอาจารย์สายสัญญา ศิษย์พ่อต้นฯ  ซึ่งเวลานี้ท่านคงรู้แล้วว่า  สังฆทานที่ท่านทำให้กับคุณรังสรรค์นั้น ไม่ได้ผล  แต่อาจารย์บุญมาคงจะคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ก็เพียงรู้แค่คนเดียว  อดทน ติดตามผลให้เห็นแจ้งประจักษ์จริงมานานกว่า ๑๕ ปี แล้ว

       Angry Smiley Embarrassed ซึ่งอาจารย์บุญมานั้นคงจะรู้ตัวมานานพอสมควร  หลังจากที่ป่วยออกจากโรงพยาบาล  ก็กลับไปปฏิบัติตัวอยู่ที่วิหารบุรีรัมย์  บรรดาศิษย์เอกที่มีเงินมีทองทั้งหลายก็ทำตัวห่างออกไป  เหมือนหมัด-เห็บสุนักข์ที่มันรู้ว่า  หมาตัวนี้จะตาย พวกมันก็จะพากันกระโดดหนีตายออกจากหมาไป  คนเราเป็นมนุษย์มีมันสมอง  เมื่ออาจารย์บุญมาทำอะไรให้แล้วไม่ออกเหตุเห็นผล พระบารมีไม่รับรอง  ถ้าไม่โง่จนเกินไป  ก็จำเป็นที่จะต้องถอยออกไปดูห่าง ๆ เอาไว้  ตั้งหน้าตั้งตาดูมาเป็นเวลานานถึงสิบกว่าปี  ก็รู้แน่ชัดว่า อาจารย์บุญมานั้น ไร้น้ำยา  เป็นสายสัญญาที่ถูกพ่อต้นฯ ถอดถอนแล้ว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 28, 2012, 04:14:47 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2008, 09:50:10 AM »

"อายุบวร"


       Angry Smiley Tongue จากบทความท่อนหนึ่งที่ นายธนากร ปุสสวงศ์  เขียนขอขมา อาจารย์ประหยัด

       Smiley ในข้อความในเว็บไซด์พาดพิงถึงนายเนวิน ชิดชอบ ก่อนปิดเว็บไซด์เพื่อนมาเตือนว่า ขอให้พักเว็บไปก่อน เพราะเว็บไซด์sanyana.com

     Shocked จากบทความข้างบนนี้คุณ May ได้นำข้อความที่คุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ถูกศาลพิพากษาจำคุก ๒๕ ปี  มาลงให้อ่าน  ไม่รู้สึกว่าบทความนี้พาดพิงถึงคุณรังสรรค์หรือยังไง อย่าได้มาอ้างเสียดีกว่า  ว่าพาดพิงถึงนายเนวิน ชิดชอบ  เพราะว่าคดีเกี่ยวกับกล้ายางที่ทั้งหนังสือพิมพ์และทีวีออกข่าวนั้น  ใคร ๆ ก็รู้กันหมดทุกคน  ที่นายกไปพักบ้านนายเนวิน  ก็ออกข่าวทางหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ  แล้วอาจารย์ประหยัด นำมาเขียนในเว็บ  เป็นการพาดพิงหรือ ทำไมตอนนั้นไม่พูดว่า อ.ประหยัด เขียนพาดพิงถึง อาจารย์บุญมา ว่า อ.บุญมา เปิดสังฆทานให้ คุณรังสรรค์ ๑ ล้านบาท  ซึ่งความจริงมันก็เป็นความจริงวันยังค่ำนั่นแหละ  ถ้าอาจารย์ประหยัด พูดต่อไปอีกว่า อ.ประหยัด รู้จัก นายคะแนน สุภา พ่อเมียของนายเนวินดี  เพราะว่าอาจารย์ประหยัด ทำงานธนาคารกรุงศรีฯ เป็นผู้ช่วยแคชเชียร์  คุณคะแนนเดินบัญชีกับธนาคาร ซึ่งอาจารย์ประหยัด ไม่เคยเห็นตัวเลขในบัญชีของคุณคะแนนเป็นตัวดำเลยในสมัยนั้น  มันก็เป็นเรื่องจริงทั้งนั้นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 28, 2012, 04:10:51 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2009, 06:45:40 PM »

"อายุบวร"

       Angry Wink ปัจจุบันนี้  คุณเนวิน ชิดชอบ  ลูกเขย นายคะแนน สุภา  เป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ของคนเชียงใหม่ กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ ซึ่ง นายเนวิน ชิดชอบ  ไม่สามารถที่จะเข้าไปในเชียงใหม่ได้  เพราะว่านายเนวินนั้นได้เป็นผู้นำกลุ่มเสื้อสีฟ้า ไปปราบปรามคนเสื้อแดง โดยได้อาวุธปืน ยิงคนเสื้อแดง ที่พัทยา  ปรากฎว่ามีกลุ่มคนรักเชียงใหม่ ๕๑ ไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

       Angry Tongue นายเนวิน ชิดชอบ  ถือว่าเป็นศัตรู ของ เสื้อแดงในเชียงใหม่  ถ้าพูดหรือเถียงตามกฎหมายว่า นายเนรคุณ ต่อนายกทักษิณ เป็นคนไทย  จะไปที่ไหนก็ได้ถ้าสถานที่นั้นเป็นแผ่นดินไทย  ก็ไปได้เลยที่เชียงใหม่  จะได้เป็นที่ตายของนายเนวิน  เพราะว่าเมื่อมึงยิงคนเชียงใหม่ได้  คนเชียงใหม่เมื่ออยู่เชียงใหม่ อยู่ในบ้านเกิดของตนเอง พวกเขาก็มีอาวุธเพียบที่จะต้อนรับ นายเนรคุณ เหมือนกัน  พูดอย่างนี้ไม่ได้ขู่นะ  เพราะแม้แต่นาย เทพเืทือก พวกเสื้อแดงยังตามล่าตามล้าง จำลอง ศรีเมือง ถ้าวิ่งหนีไม่ทัน ก็น่าจะตายคาเท้าอย่างแน่นอน เพราะเสื้อแดงมี "มนูเด็ด" อยู่อย่างหนึ่งคือ  "ยำส้นตีน" ก็เคยเห็นมาแล้ว  เพื่อนของอาจารย์ประหยัด ชื่อ เสี่ยหน่อ อยู่ฝ่ายเสื้อเหลือง  รับประทาน ยำส้นตีนไป  อร่อยมาก วิญญาณออกจากร่างก่อนที่จะไปถึงโรงพยาบาล  

       Wink Cool กุ๊ก ที่ยำส้นตีนให้กับ เสี่ยหน่อ  เวลานี้ก็ยังไม่ส่งฟ้อง  รู้สึกว่าจะไม่ได้รับความสนใจจากแกนนำเสื้อแดงเท่าไรนัก  ทำเองก็น่าจะรับ "กรรม" เองไปเถอะ  กรรมใดใครก่อกรรมนั้นก็ต้องสนอง  ซึ่งมันไม่เหมือนกับที่นายเนวิน เอาเสื้อสีฟ้า ไปไล่ยิงเสื้อแดง  ไม่จำเป็นที่จะต้องรับกรรม  แต่จะได้รับการทดแทนตอบสนองในไม่ช้า  สิบปีแก้แค้นนายเนรคุณก็ยังไม่สายเกินไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 04, 2012, 01:04:11 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 02, 2009, 04:25:28 PM »

"อายุบวร"

       Tongue ไม่น่าเชื่อที่ลูกศิษย์พ่อต้น  อาจารย์บุญมา นพสันเทียะ  ที่เป็นศิษย์เอกและโ่ด่งดังมาก  ทำสังฆทานให้แก่ นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ  ในคดีที่จ้างวานฆ่า ประธานศาลฎีกา  คือ คุณประมาณ ซันซื่อ  ที่ได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว  แต่ผีของท่านก็ยังเฮี้ยน สามารถทำให้ศาลตัดสินจำคุก นายรังสรรค์ ๒๕ ปี

       Angry  ระดับศิษย์เอกพ่อต้นฯ  ที่ได้ทำสังฆทานให้แก่ นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ  เป็นจำนวนเงินถึง ๑ ล้านบาท ใช้เวลานานถึง ๑๕ ปี  ก็ได้เปิดเผยออกมาแล้วว่า  สังฆทานที่นายรังสรรค์ ทำไปแล้วนั้น เสียเงินฟรี ๆ ให้แก่ อาจารย์บุญมา

      Angry สมัยเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ สมัยนั้น อาจารย์บุญมากำลังดังมาก บรรดาศิษย์ของท่านนั้นนับถือท่านมาก  แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่า อาจารย์บุญมานั้นถูกถอดถอนจากการเป็นศิษย์ในสายสัญญาแล้ว  ซึ่ง อาจารย์ประหยัด น่าจะรู้  เพราะว่า เมื่อ อาจารย์บุญมาเปิดสังฆทานให้ ๗๙ พลา  เอาหลักไปตีขายที่ดินให้  ก็ขายไม่ได้  ซึ่งก็มารู้ความจริงก่อนหน้านี้แล้ว  ที่อาจารย์บุญมาป่วยหนัก เข้าโรงพยาบาล  ก่อนที่อาจารย์บุญมาจะเข้าโรงพยาบาลก็ไม่เคยไปติดต่ออาจารย์บุญมาอยู่แล้ว ซึ่งหากจะไปก็ต้องให้ลูกศิษย์ขอร้องไปดูว่า  อาจารย์รุ่นเก่า เขาเล่นยี่เกกันยังไง  เพราะว่าการทำพิธีต่าง ๆ ของ อาจารย์บุญมา  ก็เหมือนเล่นยี่เก  เพราะจะไม่ประสบความสำเร็จใด ๆ ทั้งสิ้น

      Shocked ระดับอาจารย์บุญมาปฏิบัติสายสัญญามาก่อนปี พ.ศ.๒๕๒๒ ยังต้องกลายเป็นอาจารย์ที่ไร้ซึ่ง "บารมี" ได้ แล้วสัมมะหาอะไรกับ  อาจารย์สายสัญญารุ่นใหม่ ๆ ปฏิบัติมาเพียงแค่ 2-3 ปี  จะไม่ถูกปลด ซึ่งส่วนมากก็มาจากเรื่องเงินทองทั้งสิ้น พ่อต้นฯ ท่านบอกว่า พระบารมี จะไม่เก็บเอาไว้ในสายสัญญา  ต้องดับสูญไปตามสัญญา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 28, 2012, 04:17:10 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2009, 12:36:57 PM »

   จดหมายถึง อาจารย์บุญมา

16   มกราคม  2550

เรียน  อาจารย์บุญมา      
    
     องค์พระธรรมดัดแปลงนั้นก็คือ สาย นะ นะ อุดถัง ๆ นาคราช นะ วิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิ ทดสอบ ตีปราบ คุณสินไปเมื่อ 19 พฤศจิกายน  2548,  จากนั้นก็ตีอีก  เมื่อ 20 ธ.ค. 2548 ก็อยากจะเรียนถามอาจารย์บุญมาว่า  ทำไมคุณสินจึงได้ร่วงไวมาก  ไวจนไม่น่าเชื่อ  ก็ไม่เห็นว่าคุณสินจะทำความชั่วอะไรเลย  ซึ่งน่าที่จะมาให้ท่านอาจารย์บุญมา แก้ไขให้เหมือนกับที่ อ.บุญมาแก้ไขให้กับ อาจารย์พงษ์วิทย์ จนตัวเองก็ต้องป่วยหนักแทบตาย ทำแล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ?  ถ้าไปก้าวร่วงถึงบารมีของผู้ที่ตีหลักปราบนี้ คราวนี้อาจารย์บุญมาก็คงจะไปไม่ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งถ้าคิดว่าตัวเองรู้จริงก็น่าจะนั่งอยู่เฉย ๆ เสียจะดีกว่า รักษาตัวเองอยู่รอดปลอดภัยรักษาสังขารเอาไว้  เพราะว่าปีนี้ก็ 67 แล้วนะ (ปี 2552 นี้ก็ ๗๐ ปีแล้ว)


  การทดสอบตีหลักประหาร “มาร” โดยผู้ที่ได้รับการทดสอบนั้นคือ นาย สิน

1.   วันที่ 23 ก.ค. 2545  โดย  องค์  สาย  พะ พะ อุดถัง ๆ นาคราช นะ  วิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิ
2.   วันที่ 20 ธ.ค. 2548  โดย  องค์  สาย นะ นะ อุดถัง ๆ นาคราช นะ    วิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิ
3.   วันที่ 11 มิ.ย. 2548  โดย  องค์  สาย ยักษ์ ยักษ์ อุดถัง ๆ นาคราช นะ วิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิ
      วันที่ 23 ต.ค. 2548  โดย  องค์  สาย ยักษ์  ยักษ์  อุดถัง ๆ นาคราช นะ  วิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิ
4.   วันที่   9 พ.ย. 2548  โดย  องค์  สาย ยักษ์ ยักษ์ อุดถัง ๆ นาคราช นะ   วิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิ
5.   วันที่  18 พ.ย. 2548  โดย  องค์  สาย ยักษ์ ยักษ์ อุดถัง ๆ นาคราช นะ วิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิ
6.   วันที่    1 ก.พ.2549  โดย  องค์  สาย  นะ นะ  อุดถัง ๆ  นาคราช นะ  วิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิ
7.   วันที่  26 ธ.ค. 2549  โดย  องค์  สาย ยักษ์ ยักษ์ อุดถัง ๆ นาคราช นะ วิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิ
 
        ก็อยากจะเรียนถามอาจารย์บุญมา ว่า  การตีหลักทดสอบ  เป็นการก้าวก่าย “พระบารมี” ของท่านสินหรือไม่ ก็ยังไม่รู้ว่าองค์พระบารมีพระองค์ใดที่ท่านรับทราบแล้ว  ไม่ยอมใส่เกียร์ว่าง  ก็ทำงานไปในทันทีเลย  ก็ทีแรกก็ยังยกย่องท่านสินดีอยู่  ทำไมคนดีอย่างท่าน พอได้รับพระราชทานหลักปราบมารไม่กี่หลักเท่านั้น  ก็ร่วงผลอยเหมือนกับนกถูกยิงตก ตามความเข้าใจที่ว่า  การตีหลักปราบมารนั้น  เหมือนกับการยื่นหนังสือฎีกา  ไม่ใช่เป็นการแกล้งใส่ร้าย เมื่อเบื้องบนท่านได้รับหนังสือฏีกาแล้ว  เห็นว่าผู้ที่ถูกยื่นฎีกามานั้นทำผิดจริง ก็จะสั่งให้ลงโทษทันที  จะช้าหรือไวนั้นอยู่ที่การทำงานของเจ้าหน้าที่เบื้องบน ถ้าไม่ใส่เกียร์ว่างก็จะเสร็จสิ้นไว บางเรื่องที่นานก็คือลูกศิษย์ของท่านบุญมานี่แหละ ก็คงจะทำสังฆทานอยู่บ่อย ๆ เรื่องถึงได้ช้า

        Grin ถ้าท่านอาจารย์บุญมารู้จริงเหมือนที่ท่านรู้ว่า อาจารย์พงษ์วิทย์ไม่มี “บารมี” สามารถเป็นอาจารย์สายสัญญาได้ ในขณะนั้นก็คงจะเป็นเพราะว่า  “พ่อต้นฯ” ท่านมาบอก อาจารย์บุญมาได้ หลักที่ตีปราบไปนั้น  ถ้าสมมุติว่า อาจารย์บุญมาแก้ไขได้จริง  ก็ขอความกรุณาช่วยแก้ไขให้ด้วย  ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง แต่อาจารย์บุญมาจะต้องรู้จริง ๆ นะ  ถ้าไม่เช่นนั้น  เข้าโรงพยาบาลคราวนี้อีกอาจารย์คงจะไม่รอดเป็นแน่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 28, 2012, 04:19:41 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2009, 01:00:41 PM »

"อายุบวร"


       ในเมืองมนุษย์นั้น  เมื่อมีใครผู้ใดที่ทำผิดจริง  ก็จะต้องมีการแจ้งความให้ "ตำรวจ" จับ  จากนั้นก็ยื่นเรื่องให้ "อัยการ" ซึ่งเป็น "ทนายแผ่นดิน" ส่งฟ้อง  เมื่อส่งฟ้องก็จะได้มีการพิจารณา โดย "ผู้พิพากษา" ซึ่งมีหน้าที่จะจัดการให้ความยุติธรรมแก่ผู้ต้องหา  ถ้ามีความผิดจริงละก้อ  จะถูกตัดสินไปตามโทษที่ได้เขียนบรรทึกเอาไว้ในกฎหมาย

       Angry Undecided กฎหมายในเมืองมนุษย์นั้น  โดยเฉพาะเวลานี้เป็น ๒ มาตรฐาน  ดีเจ.แหล่ เสื้อแดง  ถูกจับในข้อหามีอาวุธปืน .๔๕ ปืนเถื่อนเอาในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ  ศาลเพียงแค่ปรับ ๑๒,๕๐๐ บาท โทษจำให้รอลงอาญา ๒ ปี  ใช้เวลาทำงานไม่เกิน ๓ เดือน เสร็จ  แต่การที่พวก "ควายเหลือง" ไปยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ยึดสนามบินดอนเมือง  เวลาผ่านมาตั้ง ๑ ปีเศษ  คดียังไปไม่ถึงศาล

       Undecided ในภาคโลกทิพย์ โลกวิญญาณ นั้น  เมื่อมนุษย์ทำผิดต่อมนุษย์ด้วยกัน  ทำผิดต่อบ้านต่อเมือง ฯลฯ  เมื่อยังไม่มีมนุษย์คนใดฟ้องขึ้นไปยังฝ่าย เทพ-เทวดา มนุษย์คนนั้นก็ยังจะไม่ถูกเบื้องบนทำโทษ มีมนุษย์น้อยคนมากที่จะทำฏีกายื่นต่อสวรรค์เป็น  ซึ่งใคร ๆ ก็เห็นว่า ทำไม นางเปรมวิกา นายอภิสัตว์ นายเทพ เหี่ยทุกวัน นางจั๋นเจ้อเว้อ ฯลฯ จึงไม่ถูกเบื้องบนลงโทษ  แต่ถ้าสังเกตุให้ดีแล้ว  พวกคนเหล่านี้ก็กำลังรับโทษทัณฑ์อยู่  แต่ค่อยเป็นค่อยไป  เพราะเวลาบนสวรรค์นั้นยาวนานกว่าเมืองมนุษย์ ๑ วันบนสวรรค์เท่ากับ ๘๐ ปีเมืองมนุษย์

      Shocked เทวดานั้นก็มีเหมือนกับเมืองมนุษย์  ถ้ามีการยื่นฎีกาขึ้นไป  มนุษย์คนใดที่เป็นญาติมาเกิดเมืองมนุษย์  มนุษย์คนใดที่ให้สินบลโดยการบวงสรวง ฯลฯ เทวดาก็จะแกล้งเก็บเอาฎีกาซ่อนเอาไว้ก่อน  แต่เมื่อฎีกามากมายผ่านมือเทวดาองค์อื่นเก็บเอาไว้ไม่ได้  มนุษย์ผู้ถูกร้องเรียนก็จะถูกสอบสวนเมื่อผิดก็จะถูกทำโทษทันที  ในการพิพากษาลงโทษของฝ่ายสวรรค์นั้นจะรวดเร็วมาก  หากจะช้าก็เพราะว่ามนุษย์คนนั้นยังมีบุญเก่าคอยค้ำจุนอยู่ หมดบุญวันใดแม้แผ่นดินไทยก็จะไม่มีที่อยู่  จะหนีไปอยู่แผ่นดินไหนในโลกนี้  ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ฝ่าย "นรก" ติดตามไปตลอดเวลา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 04:12:52 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2009, 01:34:12 PM »

    "อายุบวร"

       Cheesy มีลูกศิษย์มาท้วงว่า  อาจารย์ประหยัด เอาองค์พระธรรม มาลงในเว็บนั้น  ไม่กลัวลูกศิษย์จะเอาไปตีปราบให้คืนอื่นเดือดร้อนหรือ  ก็จะขอตอบข้อข้องใจว่า  ปืน M.79 นั้น ถ้าไม่ฝึกก็จะยิงอะไรไม่ถูก  แล้วคนธรรมดาจะเข้าไปฝึก จะไปฝึกได้ที่ไหน  นอกจากจะไปเป็นทหารเท่านั้น  แต่เมื่อปลดประจำการจากทหารมาแล้ว จะไปหาปืน M. 79 ได้ที่ไหน  ถ้ามีอยู่ในครอบครอง ก็จะถือว่าครอบครองอาวุธ สงคราม เอาไว้  โทษจะหนักหนาแค่ไหน ก็ไำปเปิดกฎหมายอ่านเอาเอง

       Angry  สายสัญญานั้นอาวุธที่เรียกว่า "หลักประหาร" ไม่ใช่ว่าใครก็จะนำไปใช้ได้  ผู้ที่จะใช้ได้นั้น จะต้องปฏิบัติในสายสัญญามานานพอสมควร  จน "พระบารมี" ไว้วางใจ ซึ่งหากว่านำองค์พระธรรมปราบมารไปใช้ในทางที่ผิดก็จะถูกทำโทษ คือ "ปลดออก ไล่ออก"  เพราะฉะนั้นคนที่จะมี "บารมี" พอที่จะใช้หลักประหารได้นั้นมีน้อยมาก

        Grin  ผู้ที่บังอาจนำเอาหลักประหารไปใช้  ก่อนที่ นายธนากร จะเข้ามาในวงการสายสัญญา ก็คือ นายกบเฒ่า ซึ่งจะมีหลักประหารมารเตรียมเอาไว้เป็นเข่ง ก็ไม่ต้องบอกว่า นายกบเฒ่าจะไม่ตีหลักประหารอาจารย์ประหยัดเลยหรือ ? ตีแต่ไม่มีผล เปรียบเสมือน "หมา" มันเห่าเครื่องบิน ก็แค่นั้นแหละ ต่อมาในสมัยนายธนากรนั้น  ก็ได้มีการตีหลักประหารมาร แต่ก็ไม่ได้ผลใด ๆ ก็เหมือนเดิมคือ "หมาเห่าเครื่องบิน"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 28, 2012, 04:21:24 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 22, 2010, 09:27:24 AM »

"อายุบวร"
 Cool วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 19:50:34 น.  มติชนออนไลน์

"รังสรรค์ ต่อสุวรรณ"หลุดคดีจ้างวานฆ่าอดีตปธ.ศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง กลับคำตัดสินศาลชั้นต้นจำคุก25ปี

   เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องนายสมพร หรือหมา เดชานุภาพ ชาว จ.นครสวรรค์ นายเณร มหาวิลัย อาชีพค้าไม้ นายอภิชิต อังศุธรางกูร หรือเล็ก สตูล นักธุรกิจอดีตผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐภาคใต้ และนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ นักธุรกิจ และสถาปนิกชื่อดัง จำเลยที่ 1 - 4  ในความผิดฐานร่วมกันใช้ จ้าง วาน ฆ่า นายประมาณ ชันซื่อ อดีตประธานศาลฎีกา
               
   คดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2536 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2535 - 25 พฤษภาคม 2536 ต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 4ได้บังอาจเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อนโดยใช้ จ้าง วาน ยุยงส่งเสริมให้นายอภิชิต จำเลยที่ 3 ติดต่อนายบรรเจิด จันทนะเปลิน จัดหาบุคคลไปฆ่านายประมาณ โดยจะให้ค่าจ้างมือปืนจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งนายบรรเจิด ตอบตกลง และติดต่อให้นายสมพร จำเลยที่ 1 และนายเณร จำเลยที่ 2 จัดหาบุคคล ซึ่งได้นายประทุม สุดมณี และนายบำรุง ชัยเมือง เป็นมือปืน และได้ให้เงินกับทั้งสองเป็นเงินจำนวน 80,000 บาทไป และจำเลยที่ 1-2 ได้พานายประทุมกับนายบำรุง ไปดูบ้านพักของนายประมาณ ที่ในซอยศรีนคร ถนนนางลิ้นจี่ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. แต่ภายหลังทั้งสองทราบข่าวว่านายประมาณ เป็นประธานศาลฎีกา จึงกลับใจไม่ยอมกระทำความผิด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจำเลยที่ 1- 3 ได้ และจำเลยที่ 4 เข้ามอบตัว ชั้นสอบสวน จำเลยที่ 1 และ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ แต่กลับให้การปฏิเสธในชั้นศาล ส่วนจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาอ้างว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดฉากสร้างเรื่องเท็จจับกุม
               
   คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552 ประหารชีวิตจำเลยทั้งสี่ในความฐาน ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อาญา ม.289 (4) ซึ่งความผิดนั้นมีโทษประหารชีวิต แต่เมื่อความผิดไม่ได้ทำลงเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำผู้ใช้จึงต้องระวางโทษเพียง 1ใน 3 ของโทษประหารชีวิตคือกึ่งหนึ่งของโทษจำคุก 50 ปี จึงให้จำคุกจำเลยทั้ง 4 คนละ 25 ปี แต่จำเลยที่ 1-2ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี เห็นควรลดโทษให้ 1ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 และ2 ไว้คนละ 16 ปี 8 เดือน ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลยกฟ้อง
               
   ศาลอุทธรณ์ตรวจประชุมปรึกษาหารือกันแล้วมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำความผิดฐานร่วมกันใช้จ้างวานฆ่าผู้อื่นหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีนี้ พ.ต.ท.ประพันธ์ เนียรภาค สารวัตรสอบสวน สภ.อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ทราบเรื่องการจ้างว่าฆ่านายประมาณจาก นายประทุม และนายบำรุง เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2536 จึงไปเล่าเรื่องให้ พล.ต.ต.ล้วน ปานรศทิพ ผู้บังคับการกองปราบปรามทราบ และมีคำสั่งให้สอบสวนตั้งแต่เดือนมกราคม 2536- 19 พฤษภาคม 2536 โดยนายประมาณ ให้การในชั้นสอบสวนและชั้นศาลว่าการปฏิบัติราชการของนายประมาณทำให้ จำเลยที่ 4 เกิดความเสียหาย เรื่องการสร้างอาคารศาลฎีกาแห่งใหม่ แต่นายประมาณ ก็ไม่ได้นำเอกสารราชการเรื่องการสร้างศาลฎีกาซึ่งอยู่ในความควบคุมของกระทรวงยุติธรรม มาให้พนักงานสอบสวนหามูลเหตุจูงใจ ว่าทำให้จำเลยที่ 4 เสียหายและโกรธแค้นอย่างไร นอกจากนี้ทางนำสืบยังได้ความจากนายประมาณ เบิกความรับว่า ไม่ปักใจเชื่อว่าจำเลยที่ 4 จะเป็นตัวการในการจ้างวานฆ่า ส่วนที่จำเลยที่ 4 มีข้อพิพาท เรื่องก่อสร้างคอนโดมิเนียม ที่ พัทยา และข้อพิพาทเรื่องการทวงเงินค่าออกแบบห้างสรรพสินค้า เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ จำนวน 200 ล้านบาท ที่อาจทำให้จำเลยที่ 4 ไม่ได้รับค่าเสียหายนั้น คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งขึ้นอยู่กับหลักฐานของคู่ความและศาลจะเชื่อหลักฐานนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่มีการกล่าวหาว่าจำเลยที่ 4 จ้างวานฆ่านายประมาณ จึงไม่พอรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 มีมูลเหตุจูงใจใช้จ้างวานฆ่านายประมาณ
               
   ส่วนข้อพิพาทเรื่องการย้ายนางยินดี ต่อสุวรรณ ภรรยา จำเลยที่ 4 จากอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ และเรื่องวิกฤตตุลาการ นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 4 และนางยินดี ไม่มีอำนาจในการกีดกั้นตุลาการไม่ให้เข้าห้องประชุมเพราะเป็นคนภายนอกและแม้ผู้พิพากษาเองก็ไม่มีสิทธิยุ่งเกี่ยวถ้าไม่มีหน้าที่ และเรื่องการย้ายนางยินดี ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ไม่ใช่นายประมาณ เพียงคนเดียว อีกทั้งยังเป็นการโยกย้ายในระดับเดียวกันไม่ได้เป็นการถูกลดชั้น โดยหลังจาที่นายประมาณ ได้เป็นประธานศาลฎีกาแล้ว มีหนังสือพิมพ์ข่าวพิเศษ เขียนบทความโจมตีนายสวัสดิ์ โชติพาณิช อดีตประธานศาลฎีกาที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว โดยกล่าวถึงความผูกผันของนายสวัสดิ์ และจำเลยที่ 4 ว่า จำเลยที่ 4 เข้าไปในห้องประชุม ก.ต.เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535 จึงเป็นพิรุธมีพฤติการณ์แสดงว่าร่วมกันสร้างมูลเหตุจูงใจเรื่องการจ้างวานฆ่านายประมาณ
               
   เช่นเดียวกันคำสั่งสอบสวนคดีนี้ของพนักงานสอบสวนก็มีลักษณะในการสอบสวนย้อนหลัง จึงไม่น่าเป็นไปได้ ส่อแสดงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เรื่องจริง นอกจากนี้จำเลยที่ 1-2 นำสืบว่าคำให้การับสารภาพในชั้นสอบสวนเกิดจากการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายของพนักงานสอบสวน เป็นคำรับสารภาพที่เกิดจากความไม่สมัครใจ อีกทั้งนายประมาณ ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง แต่รับฟังมาจากคนอื่น อีกที่พนักงานสอบสวนอ้างว่าได้คุยกับนายประทุมและนายบำรุง ยอมรับว่ายังเหลือเงินที่ได้รับเป็นค่าจ้างฆ่านายประมาณอีก 1 หมื่นบาทเศษ แต่ก็ไม่ได้ยึดเงินดังกล่าวไว้เป็นของกลางทั้งที่เป็นหลักฐานที่สำคัญ เช่นเดียวกับหลักฐานภาพฐานที่นายประทุมอ้างว่าเป็นภาพถ่ายของนายประมาณ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะเป็นหลักฐานที่สำคัญอีกชิ้นว่าจะมีการจ้างวานฆ่าจริง
               
   เมื่อวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่ ข้ออื่นเช่นนายประมาณเป็นผู้เสียหายหรือไม่ พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีกับศาลชั้นต้น ตลอดจนกระบวนพิจารณาตลอดจนพิพากษาคดีนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้นไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนไป ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกโทษจำเลยทั้งสี่นั้นศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย จึงพิพากษากลับศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสี่
 
   คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2536 นับเป็นข่าวครึกโครมมากเนื่องจากขณะนั้นนายประมาณ ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา  ส่วนนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ เป็นสถาปนิกชื่อดัง ทั้งสองฝ่ายนำพยานเข้าสืบฝ่ายละหลายสิบปาก โดยฝ่ายโจทก์มีนายตำรวจหลายนาย อาทิ พล.ต.ท.โสภณ สวิคามิน, พล.ต.ท.ธนู หอมหวน, พ.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย (ขณะนั้น) พ.ต.ต.ทวี สอดส่อง (ขณะนั้น) ใช้เวลาพิจารณาคดีและสืบพยานนานกว่า 15 ปี ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษา
 
 
คดีนี้ยืดเยื้อยาวนานกว่า 17 ปี  จนเมื่อวันที่  7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 "ประมาณ ชันซื่อ" ได้ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ ด้วยโรคปอดติดเชื้อ ในวัย71ปี หลังเข้ารับการรักษาตัวที่ห้องไอซียู 8 ชั้น 9 โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. 2550
 
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 22, 2010, 09:52:13 AM »

"อายุบวร"
 Sad เมื่อ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง กลับคำตัดสินศาลชั้นต้นจำคุก 25 ปี "รังสรรค์ ต่อสุวรรณ" หลุดคดีจ้างวานฆ่าอดีตปธ.ศาลฎีกา  ซึ่งคดีนี้ยาวนานมาถึง ๑๗ ปี  โดยก่อนอุทธรห์นั้นโจทย์ก็ได้ตายไปแล้ว คดีนี้ศาลน่าจะยกประโยชน์ให้แก่จำเลยเสีย เพราะว่า "เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร"
 Shocked ในสายสัญญานั้นก็น่าจะยกประโยชน์ให้กับ อาจารย์บุญมา นพสันเทียะ  ซึ่งเป็นการตอบสนองของสังฆทานอันยาวนานมาถึง ๑๗ ปี เหมือนกัน  แต่จะไม่ยกประโยชน์ให้กับ พระบารมี ในสายสัญญา เพราะว่าพระบารมีนั้นทำงานช้ามาก โดยมนุษย์อาจจะคิดว่าพระบารมีหลง ๆ ลืม เอาฎีกา ของ อาจารย์บุญมา เก็บเอาไว้ในลิ้นชัก และเพิ่งจะมาเจอในวันสองวันนี้  ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ ก็คงจะไม่มีใครที่จะเข้ามาปฏิบัติในสายสัญญาอย่างแน่นอน
    Lips Sealed พระบารมีจะกระทำเยี่ยงมนุษย์หรือไม่  โดยทำเป็น ๒ มาตรฐาน  ในเวลาเดียวกันที่ อ.บุญมา ทำสังฆทาน ให้กับคุณรังสรรค์ต่อสุวรรณ ก็ได้เปิดสังฆทานให้แก่ นางภัทรา เจริญบุญ เหมือนกัน เมื่อ พระบารมีได้ทำการช่วยเหลือคุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ไปแล้ว ก็น่าจะช่วยให้ นางภัทรา ได้ขายที่ดิน ให้เป็นที่เรียบร้อยด้วยภายในเดือน กันยายน ๒๕๕๓ นี้ หากไม่เป็นไปเหมือนกับผลที่คุณรังสรรค์ ได้รับ ก็ฟันธงได้ว่า ที่คุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ หลุดจากคดีจ้างวานฆ่า นั้น ไม่ใช่เพราะพระบารมี เมื่อไม่ใช่เพราะพระบารมี ก็ไม่อาจจะยกผลประโยชน์ให้แก่ อ.บุญมา ได้ไม่
    Shocked พูดได้ว่า "พระบารมี" ไม่เคยทำงานช้าถึงขนาดนี้  ซึ่งถ้าช้าเกินกว่า ๑ ปี ขึ้นไปแล้ว  น่าจะเป็นว่าที่คุณรังสรรค์ นั้นหลุดจากคดีได้เพราะตนเองมากกว่า  เมื่อหมดเวรหมดกรรมแล้วก็ไม่ต้องทำอะไรอีก  สัตว์โลกก็เป็นไปตามกรรมนั่นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 28, 2012, 04:23:44 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 04:31:07 PM »

"อายุบวร"
    Cool เมื่อศาลอุทธรณ์ กลับคำตัดสินศาลชั้นต้นจำคุก ๒๕ ปี คุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ แล้ว  ก็หลุดคดีจ้างวานฆ่า อดีต ประธานศาลฎีกา ซึ่งท่านประมาณ ซันซื่อ คงจะทนรอไม่ไหว ก็เลยมรณะไปเสียก่อน เพราะคดีอะไรกันรอมานานตั้ง ๑๗ ปี  แล้วเมื่อโจทก์ ตายไปแล้ว ใครที่จะมายื่นฏีกาต่อ ภรรยาของท่านประมาณก็คงจะไม่เอาด้วย เพราะกลัวว่าตัวเองจะมีอายุยืนพอที่จะได้ฟังคำตัดสินหรือไม่ แล้วก็คงจะปลงตกแล้ว สามีก็ตายไปแล้ว ก็น่าจะอโหสิกรรมให้แก่คุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ
    Undecided ถ้าท่านประมาณ ซันซื่อ ยังมีชีวิตอยู่ คดีนี้ก็ยังคงจะไม่จบอย่างแน่นอน ถ้าเป็น "มวย" ก็น่าจะพูดได้ว่าคู่ต่อสู้นั้น "หัวใจวาย" ฝ่ายตรงกันข้ามก็ชนะอย่างขาวสะอาด โดยไม่ต้องออกแรงมาก
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: