หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โปรดญาติหนองจอก ครั้งที่ ๑ (16/8/51)  (อ่าน 1423 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nok
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13



เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 25, 2008, 11:03:33 AM »

Angry  "อายุบวร"

         Shocked ๑๖ ส.ค.๒๕๕๑ ด้วยสายการบิน Air Asia  เที่ยวบิน FD ๓๒๓๓ จากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ  ตามคำเชิญของบรรดาศิษย์ของ ท่าน อาจารย์โหน่ง สายจากนารายณ์เปิดโลก ลาดพร้าว ๗๕ ในกลุ่มนี้ซึ่งได้เปิดพระโอษฐ์แล้วจากท่านอาจารย์โหน่งหรือพี่โหน่ง  ให้อาจารย์ประหยัด ไปเปิด "รับยกถาด" ๗-๘ ท่าน  เมื่อบินถึงกรุงเทพฯ มองลงไปข้างล่าง ก็ยังเห็นนายกบแก่ยืนรอรถเมล์ แต่ก็ไม่รู้ว่าแกจะขึ้นสายไหนนะ  ใส่กางเกงยีนเก่า ๆ เหมือนสมัยที่อยู่สาธุประดิษฐ์นั่นแหละ ยืนสูบยาเพื่อที่จะเพิ่มพูน "มะเร็ง" ให้เข้าเต็มปอด  มองดูสภาพแล้วมันก็ไม่ค่อยจะน่าดูเท่าไรนัก  ถ้าจะให้สมกับบุหรี่ของกระทรวงการคลังก็น่าจะใส่เสื้อผูกไท้ ไม่ควรที่จะทำตัวให้เหมือนกับคนตกงาน  ไม่สมกับราคาคุยไว้กับอาจารย์ประหยัด ว่า เบื้องบนให้ออกงาน  อีกเดือนก็จะให้ทำงานใหญ่  โอ้ว่าอนิจจา....อนิจจํ ผ่านกาลเวลามาพอสมควรก็น่าจะถึง ๒ ปี ก็คงจะตกงานเหมือนเดิม เพราะว่าจะมีงานที่ไหนที่จะให้คนแก่อายุขนาดห้าสิบขวบเศษ ๆ ไปทำงาน  ถ้าจ้างคนแก่ไปทำงานละก้อคุณก็โง่มาก  นอกจากคนที่มีปัญญาอ่อนเท่านั้นเอง

      Shocked ก็ในเมื่อท่านธนากร เขียนองค์พระธรรมฝ่าอากาศได้  จึงมีลูกศิษย์ท่านธนากรไปรอ  ยกถาดกับอาจารย์ประหยัด  อาจารย์ประหยัดก็พยายามทำฤทธิ์ให้เหมือนกับลูกศิษย์  จึงมองเห็นตามที่คุณโชติบอกว่า เวลานี้ท่านธนากรไม่โปรดญาติแล้ว  กำลังทำงานเร่งผลิตเครื่องโอโซนขาย  ก็เห็นจริง ๆ แหละที่ท่านขับรถไปสั่งอะไหล่ ก็คงประมาณ ๒-๓ ชุด ซึ่งถ้าท่านธนากรฉลาดก็คงจะนั่งอยู่ที่ร้านสบายดี  สั่งทางโทรศัพท์ก็ได้ ถ้าท่านรับออร์เด่อร์มาก บริษัทใหญ่ ๆ ที่ทำเป็นพัน ๆ เครื่อง  น่าจะเจ๊งล้มละลายไปหมด

      Shocked เมื่อไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ  กว่าจะออกมาได้ก็ใช้เวลาเกือบ ๒๐ นาฑี  เพราะว่าแอร์เอเชีย เขาไม่มีเงินเสียค่าจอดที่งวงช้าง เพราะเขาคิดนาทีละ ๖,๐๐๐ บาท ก็ไปยืนรอคุณเล็กที่ประตู ๑ เมื่อเดินทางไปถึงบ้าน  ก็มีลูกศิษย์ท่านธนากรไปรอรับการยกถาด ๒ ท่าน ก็เปิดโอษฐ์ให้ ๑ คน ยกถาด ๒ คน ก็ไม่น่าจะไปเหยียบจมูกท่านธนากรโดยเปิดโอษฐ์ให้กับลูกศิษย์ของท่านเลย  แต่เมื่อนายธนากรทำมิได้ เขาเต็มใจไปหาก็ทำให้  จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร ใครเป็นอาจารย์ใครเป็นลูกศิษย์  ใครมีฤทธิ์มี "บารมี" แค่ไหน ก็ดูเห็นอยัมภทันตา อาจารย์ประหยัดนั้นเหนือชั้นกว่าลูกศิษย์ที่มีนามว่าท่านธนากรมากมายเปรียบเสมือน "ฟ้ากับดิน"  หรือประเภท "หิ่งห้อยหรือจะมาแข่งกับแสงจันทร์" เมื่อเสร็จจากลูกศิษย์ของธนากรแล้ว ก็รับยกถาดจากกลุ่มคุณเล็ก  ยกแล้วก็ยกอีก ยกไปก็เปิดพระโอษฐ์ไป  ที่เปิดมาแล้ว ก็ต้องจำเป็น "เช็คองค์" ทุก ๆ คน เผลอไปแพลบเดียวบ่ายโมงเศษ ๆ ก็ถึงเวลารับประทานอาหาร จากนั้นก็พักผ่อนอริยาบท ๑๐ นาฑีก็เริ่มลงมือใหม่  ตอนบ่ายคุณโชติซึ่งได้โทรไปหาที่เชียงใหม่ก่อน ๑ วัน  แล้ว อ.โหน่งก็ได้นัดให้ไป ก็ไปเปิดพระโอษฐ์ องค์ก็ไม่ใหญ่มาก ระดับ "พ่อพระศิวะ" เท่านั้นเอง หลังจากที่คุณโชติ ท่านไปเทียบเทพมาแล้วว่าเป็นองค์พระพิฆเนศ แต่กลายมาเป็นองค์พระศิวะ เปิดไป ๆ สอบเทพ ไป อ้าว......ถึงเวลา "กินข้าว" เย็นอีกแล้ว  เมื่อกินข้าวเย็นแล้ว ก็โปรดญาติต่อเผลอแพรบเดียวก็ปาเข้าไป ๓ ทุ่ม เหล็กจานที่เอาไป ๑๘ อัน ก็เหลืออันเดียว นี่ขนาดที่คุณเล็กบอกว่าจะมีคนมาเปิดไม่ถึงสิบคน  แต่เหล็กจานเอาไปเผื่อ ๑๘ อันเหลืออันเดียว

      Shocked หลังจากรับยกถาดไปแล้ว ๑๗ ท่าน ประจุองค์พระธรรมไปประมาณ สองพันสาย  ก็ถึงเวลาที่มนุษย์จะพักผ่อน ทางคุณเล็กไปจองโรงแรมเอาไว้ให้นอนแล้ว  ก็เดินทางไปพักผ่อน  ตื่นเช้ามาเขาก็ไปที่บ้านอีก ก็มีคนป่วยคือคุณแม่ของลูกศิษย์ไปนอนรออยู่แล้ว  คุณป้าท่านเป็นโรคเก๊า  เดินไม่ค่อยถนัด ต้องมีคนประคองเข้าห้องน้ำ  หลังจากยกถาดไป อีก ๒-๓ คน ก็ให้คุณป้าแกมาน้อยประจุองค์พระธรรมให้ ปกติก็จะประจุให้คนละ ๙ สาย แต่คุณป้าเป็นคนป่วยก็เลยประจุให้เกือบ ๒๐ สาย  ก็ให้ไปนั่งพักรอ ก็กลับมายกถาดเทียบเทพใหม่อีก  เมื่อคุณป้าเห็นลูกสาวพูดภาษาเทพได้ก็ใจสู้ ก็เลยให้คุณเล็กเปิดให้  ก็เปิดได้อย่างง่ายดายมาก  ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์โหน่งกลุ่มนี้มีแต่เทพองค์ใหญ่มาก ๆ ทั้งนั้น ท่านโหน่งไปไม่ถึงเดือน ก็สามารถเปิดพระโอษฐ์ได้อย่างง่ายดาย หลังจากรับยกถาดอีกแล้ว  ก็ไปคุยกับองค์ของคุณป้า สนทนากันกับองค์ของคุณป้ากว่า ๑๐ นาฑี  จนองค์ของคุณป้าสนทนากับองค์อาจารย์ประหยัดได้เป็นอย่างดี  ก็เลิกจากคุณป้าไปทำงานยกถาด เปิดองค์ สนทนากับเทพองค์อื่นต่ออีก  เมื่อท่านโหน่งเข้ามาก็เอาเหล็กจานมาอีก ก็คงจะยกถาดไปประมาณ ๒๕ ท่าน องค์ของคุณป้าท่านก็เก่งมาก  ขามานั้นประคองกันมา  ขากลับเดินกลับเอง เดินเข้าห้องน้ำเองก็ได้ องค์ของลูกสาวคุณป้านั้นยังสู้องค์ของคุณแม่ไม่ได้เลย

       Shocked ที่น่าสังเกตก็คือว่ากลุ่มของคุณเล็กนั้น  ส่วนมากจะเป็นเทพองค์ใหญ่ ๆ กันทั้งนั้น  องค์ที่เล็กที่สุดก็คือ องค์ท้าวเทพกษัตริย์ตรี  แต่ก็มีคนที่มีภูมิปัญญาน้อยไปเปิดภาษาเทพ  ตัวเองและครอบครัวนั้นกำลังอยู่ในขาลง  มีแต่กระแสแห่งความทุกข์เข้ามาทั้งนั้น  แม้แต่ตัวเองก็เป็นโรคมะเร็ง  แต่เมื่อเปิดพระโอษฐ์ให้สอนให้ เปิดโอกาสให้ถามปัญหาเท่านั้นแหละ ก็ทำตนเหมือนคนปัญญาอ่อน  ถามวกไปวกมาเป็นที่รำคาญ  จึงบอกไปด้วยอารมณ์สุนทรีว่า  หากมีคนอย่างคุณสองสามคนแบบนี้  ต่อไปไม่ต้องเชิญมานะจ๊ะ ในเมื่อคุณไปขอให้อาจารย์ประหยัดช่วย  คุณพูดจาแบบไม่ "ศรัทธา"  เมื่อคุณรู้มากแล้ว คุณจะไปหาอาจารย์ประหยัดทำไม  คนอย่างหล่อนนั้น  ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรม เมื่อพระโมคลานะ ไม่สามารถช่วยแม่จาก "นรก" ได้  คนอย่างนี้ไม่ใช่โคตรของเรา จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องไปช่วยเขา ก็ไม่ได้เขียนรุนแรง  แต่พูดตามความเป็นจริง  ไม่จำเป็นที่จะพูดถึงหนี้กรรมที่พวกเขาทำมา  แม้แต่เป็นหนี้ธนาคาร แล้วจะให้อาจารย์ประหยัดไปใช้หนี้ให้นั้น  ถ้าช่วยใช้หนี้ธนาคารให้อาจารย์ประหยัดก็ควรจะหน้าโง่ไปเสียเลย  แล้วจะมีกลุ่มคุณเล็กคนไหนที่อยากจะช่วย แม้แต่ท่านอาจารย์โหน่งก็แกล้งทำเฉยเมย  ตามองขึ้นฟ้าทั้ง ๆ ที่อยู่ในบ้าน

     Shocked ก่อนที่จะไปนั้นกลุ่มคุณเล็ก  ช่วยกันลงขันเป็นค่าเดินทางให้กับ อาจารย์ประหยัด โดยท่านอาจารย์โหน่งติดต่อให้คุณอ้อยจองตั๋วเครื่องบินให้  ทีแรกคุณเล็กว่าจะบินไปเองเพราะนั่งเครื่องบินการบินไทยฟรี แต่เมื่อเห็นว่าเพียงแค่ไปรถทัวร์ไปกลับคนละพันสามร้อยบาท  ถ้าไปทั้งหมดได้เพียงแค่ยี่สิบคนก็คงจะเสียค่าเดินทาง ๑๐ คน ก็เป็นเงิน ๑๓,๐๐๐.-บาทแล้ว  ก็เลยตัดสินใจลงขันกันดีกว่า บ่าย ๕ โมงเย็นในวันที่ ๑๗ อาจารย์ประหยัดก็เดินทางกลับ  คุณเล็กก็เอาเงินที่เหลือจากค่าลงขันให้กับ อาจารย์ประหยัด ๓,๒๐๐.๐๐ บาท  บางท่านอาจจะพูดว่า โอ้โห ไปเพียงแค่ ๒ วัน เอาเงินเขาไปตั้งสามพันบาท แต่จะบอกให้ไอ้พวกหน้าโง่ปัญญาอ่อนทั้งหลายโดยเฉพาะที่พูดว่าไปกินข้าวบ้านเขาแล้วยังไม่รู้จักบุญคุณ  เงินที่คุณเล็กให้ไปนั้น  จะนำไปซื้ออาหารให้นกพิราบกิน ใครที่เป็นเจ้าของเงินก็ให้โมทนาบุญเอา  แม้ไม่มีคนร่วมทำบุญให้ทานกับนกพิราบ อาจารย์ประหยัดก็ซื้ออยู่ทุกอาทิตย์แล้ว กระสอบละ ๔๘๐ บาท  เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าอาจารย์ประหยัดจะมาหากินกับลูกศิษย์  ก็มองเห็นชัด ๆ อยู่แล้ว ที่ไปร้านสบายดีนั้น ท่านธนากรแม้แต่ ๑ บาท ก็ไม่ได้ใส่ซองขาวให้ เรียกว่าทำงานฟรีสร้างบารมีให้กับตนเอง ประจุองค์พระธรรมที่บ้านท่านธนากรนั้น วันละ ๓๐ กว่าคน บอกบุญท่านไปสร้างโรงทานวัดดอยผาส้ม  บาทเดียวท่านก็ไม่ยอมร่วมทำบุญ แต่เมื่อคุณลูกหมูทราบ  ทั้งพี่สาวและคุณลูกหมูท่านก็ร่วมทำบุญไปห้าพันกว่าบาท  การทำบุญนั้นอยู่ที่ใจ การทำบุญนั้นถ้าไปบอกให้คนเห็นแก่ตัว ก็ขอพูดภาษาตลาดว่า  "คุณมึงใช้กูโปรดพวกคุณมึง" ๓๐ กว่าคนแต่กระทำตนเป็นคนไร้น้ำใจ หากว่าทำอะไรให้อาจารย์ประหยัดผิดใจแม้แต่นิดเดียวก็เลิกกัน แล้วก็เลิกลากันอย่างง่ายดายมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 10:00:58 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 10, 2009, 10:31:58 AM »

"อายุบวร"

     Tongue บทความข้างบนนั้น  มีอยู่ในแผ่น VCD ที่อาจารย์ประหยัด ไล้ท์แจกไปมากกว่า สองร้อยแผ่น  ซึ่งแผ่นที่คุณ May ไปไล้ท์ มาให้แจก ๕๐ แผ่นก็มีอยู่

      Cool เมื่อคืนวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๒๐.๐๘ น.  อ.เล็กโทรไปหา  เนื่องจากว่ามีลูกศิษย์ของตนเองไปบอกว่า อาจารย์ประหยัดว่าให้ว่า  เวลาให้ไปยกถาดนั้นเรียกเงินจากลูกศิษย์คนละ ๕๐๐ บาท  ซึ่งลูกศิษย์คนนั้นน่าจะเป็นคุณไพศาลก็ได้  เพราะเพียงแค่เป็นการคุยกันเท่านั้นเอง  ซึ่งเมื่อภรรยาเขาเสียเงิน ๕๐๐ บาท อาจารย์ประหยัดก็บอกว่าคนตั้ง ๓๐ คน มันก็เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท  แต่ อ.เล็ก เขาเสียค่าใช้จ่ายให้ อาจารย์ประหยัด เพียงแค่ไม่เกิน ๕,๕๐๐ บาท  ก็คงที่จะมีคนไปใส่ไฟ อาจารย์ประหยัด ให้ อ.เล็กฟัง

      Shocked อ.เล็ก เขาแก้ตัวว่า ทุกครั้งที่ อาจารย์ประหยัด ไปนั้น  เขาขาดทุนต้องซ่อมตลอดเวลาทุกครั้ง  ซึ่งมาวันนี้ได้เปิดบทความเก่า  ครั้งแรกที่ไปหนองจอก วันที่ ๑๖ ส.ค.๒๕๕๑ นั้น  มีลูกศิษย์ไป ๑๘ ท่านไปยกถาด    ในขากลับวันที่ ๑๗ ส.ค.๒๕๕๑ นั้น มีเงินเหลือจากค่าลงขัน ๓,๒๐๐.๐๐ บาท  ซึ่งถ้าคำนวณดูแล้ว  เอาเพียงแค่ ๒๐ คนๆ ละ ๕๐๐ แต่จริง ๆ แล้วมันเกินกว่า ๒๐ คน

เป็นเงินทั้งหมด                     10,000   บาท  
ลบด้วยเงินที่เหลือ                   3,200   บาท  
ก็คงเหลือ                            6,800   บาท
ลบค่าแท๊กซี่ อ.โหน่ง                1,000   บาท
ก็คงเหลือ                            5,800   บาท  
ค่าโรงแรมระดับ ๕ ดาว คืนละ       1,000  บาท  แพงกว่าที่สะพานควายไปคืนละ 350.00
ก็คงเหลือเงิน                        4,800   บาท
ค่าน้ำมันรถ                          1,000   บาท
คงเหลือเป็นค่าเครื่องบิน             3,800   บาท  แต่ไม่ถึงนะจ๊ะ


     ก็ไม่เห็นว่า อ.เล็ก ใส่แว่นตาดำ  แต่คงจะนึกไม่ถึงว่า  มีบทความเกี่ยวกับการไปโปรดญาติครั้งแรกที่หนองจอก แล้วตัวอาจารย์เล็กเองเอาเงินที่เหลือจากการลงขัน ๒๐ คน มาให้ อาจารย์ประหยัด ๓,๒๐๐.-บาท  นี่คิดอย่างเต็มที่นะ โรงแรมที่ไปนอนจริง ๆ นั้น ถ้าราคาเกิน ๓๕๐ บาท ก็ไม่น่าจะไปนอน  ถ้าเป็นโรงแรมระดับดี อย่าง สยามพาเลซ ที่สะพานควาย คืนละ ๕๕๐.บาท มีอาหารมื้อเช้าด้วย  ค่าน้ำมันรถจากสุวรรณภูมิ ไปกลับ ๓-๔ ก.ม. ให้ ๑๐ ก.ม.ก็ไม่น่าจะเกิน ๒๐๐ บาท

     เพราะฉะนั้นการที่โทรไปแก้ตัวว่า ที่อาจารย์ไปทุกครั้งนั้น ขาดทุน ต้องซ่อมทุกครั้ง  ครั้งแรก ๒๐ คน  เงินเหลือ ๓,๒๐๐.บาท  ครั้งสุดท้าย ๓๗ คน ต้องไปขอเหล็กจาร อ.โหน่ง มาเพิ่มอีก  ไม่ตอแหลไปหน่อยหรือ คนไปยกถาด ๒๐ คน เงินเหลือ ๓,๒๐๐ บาท  แต่ไป ๓๗ คน ต้องออกเงินซ่อม  ครั้งแรกเงินเหลือ ๓,๒๐๐ บาท ครั้งที่ ๒ มีคนมายกถาด ๓๔ คน ครั้งต่อไป คือ ครั้งที่ ๓,๔ ลูกศิษย์มามากกว่า ๓๐ คน  แต่เอาเงินใส่ซองให้ อ.ประหยัด ๒,๐๐๐ บาท  มีลูกศิษย์คนใดเชื่อว่า ขาดทุน  แม้แต่คุณ May ยังอยากจะเชื่อ  พยายามจะเถียงเข้าข้าง คุณอ้อ เหมือนกับว่าเป็นญาติกัน  ซึ่งบทความทุกบทที่ อาจารย์ประหยัด เขียนในเว็บนั้น  จะเขียนจากประสบการณ์ทั้งนั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 10:07:10 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 10, 2009, 12:47:35 PM »

"อายุบวร"

      Shocked ก็ไม่ทราบว่า อ.เล็ก หรือคุณอ้อ ถามคุณ May ว่า  เอาเงินใส่ซองให้ อาจารย์ ประหยัด มันน้อยไปหรือเปล่า ?

       Shocked ที่พูดนั้นไม่ใช่เพราะเรื่องเงินพ๊อกเก็ต  แต่มันเป็นเรื่องที่ว่า  ไปเอาเงินลูกศิษย์คนละ ๕๐๐ บาท  แล้วลูกศิษย์บางคนเขาก็คงจะคิดในใจว่า  ไหนว่าอาจารย์ประหยัดไม่เรียกร้องเอาเงิน  ซึ่งส่วนมากแล้วก็เห็นว่าแม้แต่เงินค่ายกถาด ๑๐๘ อาจารย์ประหยัดก็ไม่เอา  แต่ไปเอาเงินจากลูกศิษย์โดยให้หน้าม้าไปเรียกคนละ ๕๐๐ บาท  อย่างนี้มันเสียอาจารย์ประหยัด หมด  แล้วไปบอกอาจารย์ประหยัดว่า ที่ลูกศิษย์มา ครั้งที่ 2-4 นั้น  แม้มีจำนวนมากกว่า ๓๐ คน ก็ยังต้องควักเงินซ่อมทุกครั้ง  อ.เล็ก ไม่พูดจะสวยกว่า  จะได้ไม่เสียน้ำใจ  คุณโกหกทั้งลูกศิษย์ แล้วก็โกหกอาจารย์ของตนเอ

      Cool ในเวลานี้ อาจารย์ประหยัด รู้แล้ว ว่าอาจารย์เล็กโกหก  แล้วลูกศิษย์ที่เสียเงินไปแล้วคนละ ๕๐๐ บาท  แต่บอกว่าขาดทุน  เพราะมีคนที่ไปยกถาดฟรี  ก็มีเป็นจำนวนมาก  คนที่ไปแล้วไม่ได้เสียเงินนั้นก็อยากทราบเหมือนกันว่ามีกี่คน  มีถึง ๒๐ คนหรือไม่  เพราะยกถาดไปแล้วประมาณเกินกว่า   ๑๒๐ คน คนที่ไม่ยอมเสียเงินกรุณาเขียนเข้ามาบอกด้วย  แต่คนที่ไม่เสียเงินเพียงแค่ ๕๐๐ บาท  ก็ไม่น่าจะมี คอมม์ ไว้ใช้นะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 10:10:10 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 21, 2009, 02:19:33 PM »

"อายุบวร"

      Shocked วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๒ ก็ยกถาดที่โรงแรมแถว ๆ สะพานควาย  ก็ไม่เห็นว่าลูกศิษย์ไปหามากมาย  มีไปเพียง ๒ คนเท่านั้น  แล้วที่ยกไปหนึ่งร้อยกว่าคนนั้น  ก็ไม่เห็นว่าไปเลยสักคนเดียว  ถ้าไปยกที่บ้านนายเล็ก หนองจอก  รับรองว่ามีคนมาเป็นร้อย  เพราะนายเล็กจะยอมเสียเงินค่าโทรศัพท์  ไปบอกให้ทุกคนที่จะได้เงินด้วยไปหาอย่างแน่นอน
 
      Shocked ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  คนที่จะยกถาดกับอาจารย์ประหยัด นั้น ก็จะต้องขึ้นไปเชียงใหม่เอง  ซึ่งถ้ากลัวเสียค่ารถทัวร์ไปกลับ- ๑,๐๓๖ บาท  ก็ไม่ต้องขึ้นไป  ให้ไปยกถาดกับ นายเล็ก....หนองจอก ได้เลย  แล้วจะได้รู้ว่า  อาจารย์สายสัญญา-ประยุกต์ ของจริง กับ ของเทียม  มันเป็นยังไง  

      Shocked การโทรหา นายเล็ก....หนองจอก นั้นง่ายมาก  เพราะเขารอเอาเงินพวกคุณอยู่แล้ว  แต่ถ้าโทรไปหาอาจารย์ประหยัด นั้น  รู้สึกว่าจะยากมาก  มีน้อยคนที่จะฟรุ๊คโทรเจอ  อย่าหาว่าราคาคุยเลยนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 10:12:13 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2010, 02:19:05 PM »

"อายุบวร"

หนองจอกครั้งที่ ๒ (3 ธ.ค. 51)« เมื่อ: ธันวาคม 17, 2008, 09:00:16 PM »
 

       ในวันที่ 13 ธ.ค.2551 มีคนป่วยที่เป็น case study อยู่รายหนึ่ง  ที่คุณเล็กนั้นไม่ยอมรักษา ให้หายขาด  แต่เก็บเอาไว้ให้ อาจารย์ประหยัด ซึ่งเมื่อได้เจอนั้น ยกแรกที่ "เปิดพระโอษฐ์" นั้น  เปิดไม่ออก  ที่ไม่ออกเป็นเพราะว่า วิญญาณที่สิงอยู่ในสังขารนั้นเป็นเจ้ากรรมนายเวร  โดยคุณอ้อบอกว่าเป็นคนที่ร่างเคยฆ่าเขาโดยการแขวนคอ  จึงทำให้เขาไม่สามารถที่จะพูดได้  เวลาที่จะพูดก็จะแยกเขี้ยวเสียงที่ออกมานั้นเหมือนเสียงแมวขู่

        ก็ได้ประจุองค์พระธรรมรักษาและเสริมด้วยกุศลให้กับร่าง  จากนั้นก็โอนบุญให้มากพอสมควร  แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะพูดออกมาให้เต็มเสียงได้  เวลาพูดก็พูดออกมาเป็นเสียงเล็ก ๆ พูดได้ไม่ยาว  ก็เลยต้องพักยกแรก  แล้วก็ไปรับยกถาดต่ออีก ๔ ท่าน  ในขณะนั้น อาจารย์โหน่ง ก็เอาคนป่วยรายนี้ไปประจุองค์พระธรรมต่อ  จากนั้นก็เปิดภาษาเทพให้  ก็เปิดได้  ก็เป็นอันว่าอาจารย์โหน่งนั้นเก่งตามเคย  หลังจากอาจารย์ประหยัดยกถาดเสร็จก็ไม่ได้ต่อยกสอง  ก็เสร็จสิ้นไป

       คุณหมูก็โทรมาหา  บอกว่าไปเยี่ยมอาจารย์ประหยัดไม่ได้  เพราะงานมากเหลือเกิน  ทีแรกก็บอกไปว่าจะไปรับประทานหัวปลาหม้อไฟ  คุณหมูก็บอกว่าให้ไปได้เลย  คงจะรู้ว่าอาจารย์ประหยัด ไม่มีปัญญาไปถึง  ความจริงแล้วในวันที่ 13 นั้นก็ไปอยู่ที่สนามศุภชลาศัย  น่าจะนั่งแท๊กซี่ไปกินหัวหน้าสัก ๑ หม้อ  แต่ก็หมดแรงเลยไม่ต้องไปกัน

"อายุบวร"

       การไปรับยกถาดที่ หนองจอก เมื่อ 12-14 ธันวาคม 2551 นั้น  มีลูกศิษยที่ได้ "เปิดพระโอษฐ์" จากคุณเล็กแล้วมา 34 ท่าน

       ทุกครั้งที่ไปยกถาดนั้น  หนองจอกจะมีคนมายกถาดมากกว่า ๓๐ ท่านขึ้นไป  รวมแล้วก็คงจะยกไปเป็นร้อยท่าน  แต่มันก็แปลกอยู่ที่ว่า  ลูกศิษย์ที่ยกถาดไปแล้วจะไม่มีปัญหา หรือข้อติดขัดใด ๆ ทั้งสิ้น

       เมื่อกลับมาที่เชียงใหม่  ก็มีลูกศิษย์มาเปิดพระโอษฐ์บ้าง  ก็เปิดได้ง่ายมาก  แต่ไม่มีเคสที่ตื่นเต้นเหมือนที่หนองจอก  ก็เลยไม่มีเรื่องราวที่จะมาเล่าให้ฟัง  ก็ดีอย่างที่ลูกศิษย์เก่ง  อาจารย์ก็จะได้สบาย  ปล่อยให้สายสัญญารุ่นใหม่เขาทำไป  เป็นการที่จะทำให้สายสัญญาไม่ดับสูญไปตามสัญญา
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2010, 02:23:49 PM »

"อายุบวร"

        วันที่ 28 มี.ค. 52 ได้เดินทางลงไปกรุงเทพฯ  ตามคำเชิญของ อ.เล็ก.....หนองจอก  ไปรับยกถาดตามที่ อ.เล็ก บอกคัดเอาไว้ 20 คนที่แก่กล้ากันทั้งนั้น  อ.เล็กไปรับที่สุวรรณภูมิ  เมื่อไปถึงที่บ้าน  ก็มีลูกศิษย์มานั่งรอหลายคนแล้ว  เป็นครั้งที่ ๓ ที่ลงมา

       อาจารย์เล็กก็เป็นโปรโมเต้อที่จัดคู่ชกไม่ค่อยจะถนัดเท่าไรนัก  เพราะว่ารายการยกถาดนั้น  มีรายการแทรกซ้อนเข้ามา  อาจารย์ประหยัด ยกถาดแล้ว ก็ต้องประจุองค์พระธรรมไปด้วย  สนทนากับลูกศิษย์ที่เปิดมาแล้วไปด้วย  อ.เล็กจะให้แถม "เปิดพระโอษฐ์" ด้วย  ก็ไม่เปิดให้ใคร  เพราะว่ามีคนไปช่วยหลายคน อ.โหน่ง คุณกบดำ  เฮีัยช้าง...จากกำแพงเพชร  เฮียเล้ง....อาจารย์จากลาว  ปรากฎว่ารายการแทรกคือเปิดพระโอษฐ์นั้นมีคนไปมากกว่าสิบคน  ก็เปิดกันนัวเนียไปหมด  ที่ช้าก็เพราะว่าส่วนมากที่มาเปิดนั้น พกเอาของไม่ดีและผีมาด้วย

       เฮียกวง ซึ่งเป็นศิษย์ที่เรียกว่า  อาจารย์ไม่แน่อย่าแหยม  เพราะในตัวเฮียกวงนั้นยังมีของไม่ดีหลงเหลืออยู่มากพอสมควร  ก็ไม่มีใครที่จะเขียนให้  ทาง อ.โหน่งก็ส่งมาให้ประจุองค์พระธรรม ก็ประจุกันไปประมาณ 20 นาฑี  เฮียกวงแกก็สู้ คือข้างในสู้ ร้องไป ดิ้นไป  จนในที่สุดเมื่อหยุดเขียน  เฮียเล้งน้องชายก็ปลุก แต่ก็ปลุกไม่ตื่น  ก็ต้องนอนอยู่เป็นครึ่งชั่วโมง  จนต้องให้ อ.โหน่ง ไปประจุองค์ธรรมให้อีกประมาณ 15 นาฑี แกจึงลุกขึ้นมาได้  ก็มีคนหนึ่งที่สักเสือมา บรรดาอาจารย์ผู้ช่วยทั้งหลายก็สนุกมันมือกันไปตาม ๆ กัน  ก็น่าจะให้พวก "มือปราบเสือ" มาเล่าให้ฟัง

       รุ่้งเช้า วันที่ 29 มี.ค.52 ก็มีลูกศิษย์มายกถาดอีก สิบกว่าท่าน  เหล็กจานที่เตรียมไว้ 25 อัน หมด ที่ฝากเอาไว้กับ อ.เล็ก ก็หมด เอาที่ใช้ในกระเป๋าให้ไปอีก 2 อัน  ก็ยังไม่พอ  ต้องให้ อ.โหน่งส่งไปให้อีก  เป็นอันว่าเที่ยวนี้ อ.เล็ก ตกเลขเหมือนเดิม  ต่อไปงวดหน้าจะต้องมีการแจกบัตรคิว  ถ้ากำหนดเอาไว้ 20 ท่าน นอกเหนือนั้นก็ไม่ให้เข้า  เพราะว่าถ้ามีงานมั่วมาก  กว่าอาจารย์จะได้กินข้าวก็บ่ายสามโมงไปแล้ว  น่าจะมีการจัดคิวให้ถูกต้อง  พอเที่ยงก็หยุดทันที พักยก เพื่อรับประทานอาหาร  เริ่มยกใหม่ บ่ายโมงไปพักรับประทานอาหาร 5 โมงเย็น 6 โมงถึง 3-4 ทุ่ม ก็เลิก ให้อาจารย์ทั้งหลายพักผ่อน

       ความจริงคนที่ไม่รู้จักเวลานั้น  น่าจะให้ขึ้นไปเชียงใหม่ ไปเองบ้าง ไปยกถาด  เพราะสมัยที่อาจารย์ประหยัดเป็นลูกศิษย์นั้น  ก็ต้องเดินทางไปยกถาดที่กรุงเทพฯ และบุรีรัมย์

       ที่ อ.เล็ก แกล้งโง่ ตกเลขนั้น  เป็นเพราะว่า  คนยิ่งมามากเงินก็ยิ่ิงได้มาก  คนละ ๕๐๐ บาทมาเป็นร้อยก็ยิ่งดี  คนที่เหนื่อยนั้นไม่ใช่ตนเอง  ปล่อยให้ อาจารย์ประหยัด ทำ  ตัวเองนั้นนั่งนับเงินเข้ากระเป๋า

 
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2010, 02:28:02 PM »

"อายุบวร"

       Angry ลงไปกรุงเทพฯ โปรดญาติที่หนองจอกในวันที่ 13-14 มิ.ย.52  มีลูกศิษย์ที่ อาจารย์เล็ก จัดเตรียมเอาไว้ ๒๕ คน แต่เนื่องจากว่า อ.เล็ก ตกเลข  เกินมาอีก ๕-๖ คน  เอกสารที่เตรียมเอาไว้ก็ไม่พอแจก แผ่นดิสที่เอาไปก็ทำไปเพียงแค่ ๒๕ แผ่น  ซึ่งถ้ามากกว่านั้นก็หนัก หิ้วขึ้นเครื่องบินไม่ไหว  ถ้าหากว่าโหลดเอาไว้ที่ท้องเครื่องก็เสียเวลา  ไปคราวนี้มีลูกศิษย์ของ อ.ช้าง จากกำแพงเพชรมานับสิบกว่าคน  เห็นแล้วก็รู้สึกสงสารพวกเสื้อแดงที่เจอกันบ่อย ๆ ไม่มีบุญวาสนาที่จะเข้ามาสู่สายสัญญา

     Undecided ในวันนี้ฟัง FM 92.5 ผอ.เพชร แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ พูดว่า  มีเกจิอาจารย์ซึ่งเป็นพระท่านองค์หนึ่งบอกว่า ถ้าเกลียดใคร คนคนนั้นเป็นคนไม่ดี  ก็ให้เขียนชื่อลงบนฝ่าเท้า  แล้วเหยียบมันทุกวัน  ไม่เกิน ๗ วันก็มีอันเป็นไป  ในจังหวะที่ ผอ.เพชร ท่านทำนั้น  เป็นจังหวะที่มีข่าวว่า ขันทีหงอก ป่วยจนยกมือรับไหว้ใครไม่ไหวแล้ว  จะจริงหรือไม่ก็ต้องให้ได้ข่าวแน่นอนมาเสียก่อน  ผอ.เพชร จึงหาแนวร่วมช่วยกันเหยียบขันทีเปรม  
  
     หารู้ไม่ว่า เมื่อวันที่ ๑๖ ม.ค.๒๕๕๒  พระแม่ (คุณอ้อ)ท่านได้ส่งองค์พระธรรมไปให้ อ.ประหยัด ๒ องค์  คือองค์อำมพฤกษ์ และ องค์อำมพาติ  ซึ่งเมื่อได้รับแล้วก็ได้ลงมือตีในทันที  ถ้าขันทีกลายเป็นอำมพาติ  ขันทีท่านนี้ก็เป็นของ องค์อำมพาติ  ซึ่งไม่มีมนุษย์คนใดที่จะมาแตะต้องได้เป็นอันขาด  เมื่อเป็นแล้วก็จะไม่ตายได้วย  จะมีอายุยืนไปถึงกว่าหนึ่งร้อยปี  ก็คงจะเป็นเพราะว่า เทพเทวดาก็ไม่เอา นรกก็ไม่เอา  เพราะฉะนั้นมนุษย์ขี้เหม็นทั้งหลายโดยเฉพาะพวกเสื้อแดง อย่าแหยม ถ้าเขียนชื่อ ขันทีหงอกเปรมใส่ฝ่าเท้า  เมื่อสูเจ้าเหยียบลงพระธรณี  แทนที่จะส่งไปถึงขันทีหงอก  พลังของเทพที่มีชื่อว่า องค์อำมพาติ อาจจะดันส่งกลับมาสู่สังขารพวกเจ้า  แล้วพวกเจ้าจะเดี้ยง  จะต้องมารักษาแข้งขาที่เป็นเหน็บชา หรือขาเป็นอำมพฤกษ์ก็เป็นได้

๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
     Shocked องค์พระธรรมที่ขอให้องค์พระแม่ลักษมีเทวี ซึ่งเป็นองค์ประจำสังขารของ คุณอ้อ ภรรยาของ นายเล็ก...หนองจอกได้เปิดเอาเองแต่กลัวอาจารย์ประหยัดรู้ว่าตัวเองนั้น มีตาทิพย์ปลอม  ซึ่งก็ได้ตีทดสอบไปแล้ว ผ่านเวลามา ๑ ปีเศษ  ไม่ได้ออกเหตุเห็นผลแต่ประการใดเลย เป็นการยกตนเท่าเทียมพระบารมี  ซึ่งคุณอ้อนั้นก็จะได้รับการสั่งสอนจากพระบารมีอย่างแน่นอน  จะถูกสั่งสอนในด้านใดนั้นก็จะไม่มีใครทราบ  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 10:24:30 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: