หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: องค์พระบารมีเป็นพระภิกษุสงฆ์  (อ่าน 1081 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
many
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



« เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2009, 09:39:31 PM »

ตัวดิฉันเองก็ได้ปฏิบัติธรรมสายสัญญามาหลายปี Kissน่ะค่ะอยากแชร์ประสบการณ์กับท่านที่มีองค์พระบารมีเป็นพระภิกษุ
ไทยมาสวดมนต์ด้วย มีไหมค่ะ  และถ้าคุณอ้อคุณเล็กมีประสบการณ์  กับศิษย์ท่านไหน    มาเล่าให้กันบ้างน่ะค่ะ
บันทึกการเข้า
jai
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


ข้าฯ เป็นลูกหลานปู่เห้ง


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2009, 05:35:56 AM »

มีครับตอนทำวัตรเช้า-เย็น 0896754234 ศิษย์สายสัญญาหนองจอก พันธ์ซ่าบ้าดีเดือด Grin Grin Grin Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า

เมื่อเสือกินเนื้อเสือ ทหารไทยก็ฆ่าทหารไทย
May
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 49


ความดี ที่มองต่างมุม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2009, 08:49:11 AM »

 Smiley การมีพระภิกษุมาสวด เป็นภาษาไทย ดิฉันไม่เคยนะ แต่พระภิกษุที่มาสวดด้วยเป็นภาษาเทพ
     หรือที่เรียก บาลีเทพ นั้น เคย คะ ท่านจะมาร่วมสวดด้วยทุกวัน เวลา 3 ทุ่ม  แต่ (ในความเห็นส่วนตัว)
    ดิฉัน คิดว่า ท่านมาผ่านมา เห็นการปฏิบัติของเราและมาร่วมสวดมนต์ ท่านได้กุศลผลบุญ 50% เราได้
     50 %  (อันนี้สอบถามอาจารย์มา สัก ปีได้ละ)

 :Smiley สำเนียงการสวด จะแปลกและแตกต่าง กันออกไป เราปฏิบัติดี ก็อนุโมทนาบุญ และเราจะรู้เองว่าการปฏิบัติ
       อยู่ในระดับไหน มีพระภิกษุมาร่วมสวด ดีนะคะ (แต่การขยายความคุณอยากรู้มากกว่านี้ ท่านอื่น ๆ คงตอบ
      ให้ได้คะ )

 :D 2 อาทิตย์ก่อน ดิฉันพาคุณลุง ไปเปิดกับอาจารย์ ไม่ทราบองค์บารมีแต่เปิดปุ๊ปเป็น พระภิกษุมาสวดตลอด
         เวลาเลย ก็แปล ก ๆ ที่เปิดออกมาเป็นพระภิกษุมาร่วมสวด (ทั้ง ๆ ที่คุณลุง ท่านไม่ได้สวดมนต์ เป็นนิจ)


การปฏิบัติของคุณ ซึ่งมาหลายปีคงจะก้าวหน้าขึ้นมาก ขอให้ปฏิบัติต่อไปนะคะ

MAY Cheesy
บันทึกการเข้า

"การพูดความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย"
แล้ว "กรุงโรม ก็มิได้สร้างเสร็จสิ้นภายในวันเดียว"
เล็ก หนองจอก
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


เมื่อฉันเปลี่ยนไป


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2009, 10:45:59 AM »

        Undecided  มีครับเท่าที่จำได้ก็ประมาณ   2  ครั้ง 

                   Shocked ครั้งแรก  เป็นพ่อคุณขจี ภรรยาคุณวรรณ์ข้างบ้าน  เคยนำมาเปิดโอษฐ์เมื่อประมาณเดือน ตุลาคม 2551  เป็นพระภิกษุสงฆ์ อายุราวๆ 80 ปี  มรณะภาพในขณะที่ยังเป็นพระสงฆ์  แต่เป็นหลวงตาที่ พ่อคุณขจีนับถือกันโดยส่วนตัวมิได้มีชื่อเสียงอะไร    แต่ก็ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับโลกวิญญาณที่เกี่ยวกับภพภูมิ ให้ฟังพอหอมปากหอมคอ

                  :Smiley หลายๆคนที่นั่งดูก็พลอยได้รับความรู้ไปด้วย      ถ้าดูจากสถานะของพระรูปนี้  ท่านก็บอกแค่เพียงว่าท่านก็เป็นวิญญาณ หรือ โอปปาติกะ  ที่ยังต้องแสวงหากุศล เพื่อสร้างบารมี การลงมาสิงสถิตกับร่างพ่อคุณขจีในครั้งนี้ เพียงอยากจะขอสวดมนต์ ผ่านร่าง เพื่อเสริมบารมีของตน  เนื่องมาจากความผูกพันกันเมื่อสมัยยังเป็นมนุษย์  ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ( คงเรียกว่าสัญญาน่าจะได้มั้ง?)   เมิ่อเสร็จกิจ ท่านก็ไป   จากนั้นองค์บารมีก็ลงมาสวดมนต์แล้วก็เป็นองค์จีน พูดภาษาจีนชัดเจน    ปัจจุบัน เป็นพ่อค้าขายผลไม้อยู่สิงห์บุรี  เมื่อสามเดือนก่อนเพิ่งถูกหวยรัฐบาล รางวัลที่ 1 ไปหมาดๆ ครับ

                Cool ครั้งที่สอง   เป็นพนักงานขายสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้า กำลัง  ตามนิคมฯ  เป็นเด็กหนุ่ม  อายุยังไม่ถึง  30  ดี    เปิดโอษฐ์เริ่มต้นก็เจอวิญญาณ อยู่ประมาณ 2 ตน   จากนั้น  ก็เริ่มสวดมนต์เป็นภาษาบาลีพระ  เหมือนเรากำลังนั่งฟังพระสวดมนต์ นี่แหล่ะครับ  แรกๆ  ก็ไม่แน่ใจ  จึงให้คุณอ้อนั่งเช็คดู    คุณอ้อแกก็ไม่ค่อยแข็งแรง ในเรื่องพระเรื่องเจ้าหรอกครับ   เพิ่งมานั่งไหว้พระสวดมนต์ก็หลังจากเปิดโอษฐ์นั่นแหล่ะ     ก็เลยต้องอาศัยให้แกบอกลักษณะ เรื่องราวที่เห็น   รูปพรรณสัณฐานที่ดู   พระท่านแรกเป็นพระเกจิ  คือ  พระครูบาศรีวิชัย  ,องค์ที่ 2 เป็น หลวงปู่ทวด สัญลักษณ์ ท่านในนิมิตที่คุณอ้อบอก คือ เห็นทะเล  เห็นชายผ้าเหลือง  เห็นเท้ากำลังย่างกรายลงไปเหยียบน้ำทะเล  คุณอ้อไม่รู้จักหรอกครับ  แต่บอกมาผมกับญาติที่นั่งรอดูกันก็พอจะเดากันได้แหล่ะ ,องค์ที่ 3  เป็นเงิน, องค์ที่4 เป็นหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ฯลฯ.
   
            :Smiley ก็ปล่อยให้หนุ่มน้อยท่านนี้สวดไปเรื่อยๆ     จนกระทั่งเกิน 10 องค์ คุณอ้อก็เริ่มจะปวดตาแล้ว   ผู้กำกับก็เลยจำเป็นต้องสั่งพักกล้องไป        ปล่อยให้สวดไปไม่นาน  ภาษาสวดก็เริ่มเป็นภาษาแขกครับ    สรุปสุดท้ายหนุ่มน้อยท่านนี้  มีองค์บารมีเป็นพระนารายณ์ครับ     เหตุผลที่ถามจากองค์บารมีเกี่ยวกับพระต้องลงมาผ่าน  โดยคุณอ้อเป็นคนถาม    คำตอบที่ได้คือ   ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ลงมาขอผ่านร่างทุกๆองค์  เพื่อเสริมบารีของตน  แล้วก็เปรียบเสมือนการเสริมบารมีให้ทั้งพระแล้วก็ร่าง  ตามความผูกพัน  ก็คงเรียกว่าสัญญาได้อีกเหมือนกันมั้งครับ

ครับ   

            Shocked  เอาเป็นว่า ทุกวันนี้  เชิญองค์นี้ลงตอนตื่นนอนระหว่างกินกาแฟ  และก่อนนอน  ดีกว่าครับไม่ต้องมานั่งฟุ้งซ่านคิดมาก  ... ก็ องค์พระธรรมสำเร็จในสายสัญญายังไงละครับ!!!!   ก็ใช้เหล็กจารนั่งเขียนนั่งนับไป ก็ได้สมาธิดีกว่าตั้งเยอะ 



                                                                                        เล็ก........หนองจอก.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 26, 2009, 10:21:47 AM โดย เล็ก หนองจอก » บันทึกการเข้า

ข้อมูลสายสัญญาราคาห้าร้อยบาท  หากพลาดก็ขาดทุน
:โอม:
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4


คิดดี ทำดี


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2009, 10:36:01 AM »

 
 Huh? คุณ many ก็อาจารย์ใหญ่ของคุณไง  เวลาสวดมนต์ท่านสวดมนต์เป็นทำนองพระ  เพราะมีพระมาร่วมสวดมนต์สร้างบารมีด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 10:42:45 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

:โอม:
ตัวอย่างที่แก้ไขได้  (คำพูดของเด็กวานซืน)
:โอม:
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4


คิดดี ทำดี


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2009, 10:56:17 AM »

กราบสวัสดีอาจารย์ทุกๆท่านครับ.
        กระผมมีปัญหาอยากจะถามท่านครับหลังจากขั้นตอนเปิดพระโอษฐ์แล้วองค์ลงมาสวด ต่อมาก็เป็นการเช็คองค์ครับตรงนี้ผมอยากทราบอาจารย์ท่านรู้ได้อย่างว่าเป็นองค์อะไร
จากจิตที่สัมผัสได้ หรือจากอาการที่เทพสวดออกมา ช่วยไขข้อข้องใจนี้ทีเถอะครับ กระผมมีความสนใจอยากจะศึกษา มิได้มีเจตนาอื่นใด
                                                    กราบสวัสดีอาจารย์ทุกท่าน,
                                                  โอม:
บันทึกการเข้า

:โอม:
ตัวอย่างที่แก้ไขได้  (คำพูดของเด็กวานซืน)
meji
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2009, 08:10:14 PM »

น้องใหม่ขอแนะนำให้นะครับ   ถ้าจำไม่ผิดในเอกสารที่อาจารย์ท่านกรุณาแจกให้ได้บอกวิธีการถามไว้นะครับ ไม่รู้ว่าได้อ่านหรือยังเก็บไว้อยู่รึเปล่า ถ้าไม่ก็ลองถามดูนะครับว่าจะบอกพระนามของท่านให้เราทราบได้หรือยัง ถ้าท่านอยากจะบอกท่านก็จะพยักหน้าหรือสื่อสารกับเราให้เรารู้ว่าท่านอยากบอก พอท่านบอกว่าอยากบอกก็ถามได้เลยครับว่าท่านมีพระนามว่าอะไร แต่ในกรณีของผมอาจารย์ท่านได้บอกไว้ตอนที่เปิดพระโอษฐ์เลยน่ะครับ แต่หลังจากนั้นก็มีองค์อื่นๆมา ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องศึกษาฝึกปฏิบัติและตรวจสอบลองผิดลองถูกเองครับ แต่ที่แน่ๆ ฝึกสวดให้คล่องและชัดเจนก่อน และต้องทำสมาธิให้จิตละเอียดพอที่จะสื่อกับท่านให้ได้ด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า
May
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 49


ความดี ที่มองต่างมุม


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2009, 10:08:53 AM »

Smiley การติดต่อสื่อสาร ถามรู้ รู้ได้ ทราบได้ เห็นได้ แต่ละคนถูกกำหนดมาแตกต่างกัน
 Wink วิธีการสอบถาม ก็อย่างที่คุณ Meji ตามเอกสารที่ อาจารย์แจกให้ เราต้องฝึกเอง

Lips Sealed แต่ การสื่อสารแต่ละคน ต่างกันและ บุญเก่าที่เราได้มาก็ต่างกัน
      บางท่านอาจจะสื่อได้โดยสอบถามองค์บารมี หรือ การสอบถามทางจิตทิพย์ , ตาทิพย์, หูทิพย์
      ท่านจะบอกเอง หรือ สื่อสารให้เราทราบ

      บางทีเราอาจจะไม่สามารถสื่อสารได้ตามนี้ แต่หากคุณปฏิบัติไป ตามขั้นตอน การได้เลื่อนระดับตามแผนภูมิสัญญา
        อาจจะสามารถรู้ได้ ด้วยตัวเอง

แน่นอน ทุกคนย่อมอยากรู้ว่าตนเองจะได้ จะสื่อได้อย่างไร รู้ได้อย่าง ถูก ไหม ผิดไหม
ต้องลองสอบถามดู พยักหน้า ส่ายหน้า นี่แหละคะ และจดใส่กระดาษไว้ เืพื่อกลับมาดูว่าถูำกต้องไหม


เวลา โอกาส กุศล ผลบุญเท่านั้น ศีลธรรม เท่านั้น บางทีหากเรายังติดเจ้ากรรมนายเวร และ/หรือ วิญญาณต่าง ๆ อยู่จะติดขัดบาง บางเหตุผลก็ไม่สามารถที่จะรู้ในตอนนี้ เราก้อย่าใส่ใจมาก เอาเวลามาปฏิบัติดีกว่า เพราะการกระทำจริงจังเท่านั้น จะตอบโจทย์ได้ (คงตอบได้เท่านี้ และเป็นความเห็นส่วนตัว จากประสบการณ์ที่ได้ทำมา)

การที่เราได้เข้ามาในสัญญา ได้รับเป็นศิษย์ นัี่่ั่นหมายถึงว่า คุณได้รัีบรองเบื้องต้นแล้ว จะทำอย่างไรให้ได้การรับรองทุกกระทรวงละคะ   แน่นอนมิใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ยากจนเกินไป

 หน้าที่ของศิษย์แต่ละคนถูก กำหนดมาแตกต่างกัน ตั้งใจปฏิบัตินะคะ
May

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 23, 2009, 10:20:18 AM โดย May » บันทึกการเข้า

"การพูดความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย"
แล้ว "กรุงโรม ก็มิได้สร้างเสร็จสิ้นภายในวันเดียว"
เล็ก หนองจอก
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


เมื่อฉันเปลี่ยนไป


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2009, 12:24:30 PM »

           Cool  คำถามนั้น เป็นคำถามง่ายๆ  ไม่ไกลตัว ซึ่งทุกๆ คนก็ต้องเคยมีคำถามนี้เหมือนกัน แต่เป็นคำถามที่ตอบ ให้ถูกต้องจริงๆ นั้นมันยากมาก  เพราะมันจะประกอบไปด้วยปัจจัยหลายอย่าง  เพราะพื้นฐานที่จะทำให้คุณเชื่อและยอมรับได้นั้น   คุณก็จะต้องศรัทธาหรือยอมรับ ในวิธีการที่แตกต่างกันออกไป
           ::   แต่วิธีการที่ผมคิดว่า  น่ากังวลมากก็คือการถาม องค์บารมีตัวเอง   ซึ่ง มันจะกลายเป็นถามตัวเองไป ลองทำดูแล้ว ก็น่าหมั่นไส้ตัวเอง  ที่ชอบคิดเข้าข้างตัวเอง หรือเป่า??   แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะปฎิเสธวิธีการนี้ แต่กลับมองว่า วิธีการถามองค์บารมีของตัวเอง น่าจะเป็นการฝึกที่ยากที่สุดแล้ว   
   
           Shocked  ส่วนตัวคิดว่าวิธี ที่จะฝึกวิธีแรก น่าจะเริ่มจาก  วิธีฝึกถาม-ตอบกับคนอื่น  ซึ่งวิธีนี้ก็ได้มาจากการสอนของอาจารย์ประหยัด นั่นแหละครับ   น่าจะแฟร์ทั้งคนถามและคนตอบ  ก็น่าจะต้องหาคนที่เปิดมาแล้วมานั่งคุย โดยอีกฝ่ายหนึ่งคิดและถามอีกฝ่ายหนึ่งออกมาเป็นภาษาที่เปิดไป   อันนี้ รับรองว่าผู้ที่ถูกถามจะไม่ทราบว่าอีกคนหนึ่งมีเจตนาที่จะถามว่าอะไร?    คอยตอบแค่เพียงใช่ หรือไม่ใช่ โดยการพยักหน้าและก็ส่ายหน้า

           Shocked   เริ่มจากคำถามกว้างๆ แล้วก็บีบ ให้คำถามมันแคบลง   เพราะ การถามแบบปลายปิดแบบนี้ มันสามารถตอบได้แค่เพียงใช่หรือไม่ใช่ ....... ส่วนเหตุผล ของคำตอบที่ใช่หรือไม่ใช่  ก็ต้องถามให้แคบลงไปอีก   ถึงมันจะดูยุ่งยาก       แต่ น่าจะเป็นวิธีการที่น่าจะเป็นการฝึกที่ลดความเป็นตัวเองได้มากกว่า  การถามองค์บารมีฯ ตัวเอง   ซึ่งหลายคนประสบความสำเร็จ   บางคนก็กลายเป็นหลงตัวเอง  หรือบางคนก็คิดว่าตนเองกลายเป็นเทพไปแล้วก็มี   (จริงๆ แล้วไม่มีอะไรที่น่ากลัวเท่ากับตัวเราเองหรอกครับ บางคนก็หลอกตัวเองก็ได้โดยไม่รู้ตัวเอง....น่ากลัวจัง)

          Shocked สรุป    การสื่อสารกับองค์บารมี  นั้นต้องอยู่ที่การตั้งใจฝึกฝน ปฎิบัติ  ฝึกสื่อสาร  และ  พยายามลดความเป็นตัวเอง      ลองพยายามฝึกดูนะครับ    ก็สนุกดีเหมือนกัน


                                                                                    เล็ก.......หนองจอก.....
บันทึกการเข้า

ข้อมูลสายสัญญาราคาห้าร้อยบาท  หากพลาดก็ขาดทุน
many
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2009, 02:33:34 PM »

พิมพ์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2009, 03:57:53 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
many
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2009, 03:57:20 PM »

คุณโอม น่าจะลองปฏิบัตินั่งสมาธิควบคู่ไปกับการปฏิบัติธรรมสายสัญญา Wink เพระดิฉันก็ปฏิบัติอยู่การนั่งสมาธิทำให้จิตเรานิ่งและก็สงบสามารถสือกับองค์ได้ดีสื่อในจิตก็ได้  อดีตชาติเราเป็นใคร ทำกรรมอะไรมา คนนี้คิดอย่างไงกับเราบางอย่างที่เรารู้ก็ไม่ต้องไปกังวลมันเป็นกรรมของเราให้นิ่งเฉยเสีย   ....อ.ประหยัดบอกว่าถ้านั่งสมาธิควบคู่ไปด้วยก็จะสื่อกับองค์ท่านได้ดีขึ้นน่ะค่ะ..........many
บันทึกการเข้า
noom_redrider
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


ศิษย์สายสัญญาต้องรู้เท่าทันพระบารมี


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2009, 11:36:39 PM »

เคยเจอแต่สวดเป็นภาษาเทพแต่สำเนียงเหมือนพระสวดน่ะครับสวดนานด้วย แต่ไม่ได้ถามว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์หรือเปล่า แล้วก็เห็นด้วยกับการนั่งสมาธิหรือกรรมฐานเพื่อฝึกจิตให้ละเอียดเพื่อที่จะสื่อกับองค์ได้ครับมีพี่ท่านนึงแนะนำผมและผมก็กำลังฝึกกรรมฐานอยู่ จะรู้สึกได้เลยครับว่าภาษาที่สวดชัดเจนและอาการต่างๆที่ท่านสื่อกับเราก็ชัดเจนเช่นเดียวกัน   
บันทึกการเข้า

เชียงใหม่
many
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2009, 12:16:38 PM »

ใช่ค่ะการนั่งสมาธิกรรมฐานฝึกจิตเราให้ละเอียดกิเลสน้อยลงการสื่อกับองค์ท่านก็จะชัดเจนและแม่นยำรวมทั่งเรื่องของความฝันด้วยน่ะค่ะ  เหมือนกับที่คุณเล็กบอกพยายามลดความเป็นตัวเองไม่อย่างนั้น...คำพูดที่พูดออกมานั้นอาจเป็นเราเสียเองไม่ใช่องค์ท่านพูดน่ะค่ะ......อนุโมทนากับคุณ..noom-redriderในการปฏิบัติน่ะค่ะ.....และขอขอบคุณคุณเมย์ -คุณเล็ก-คุณjai  ด้วยค่ะ
 หมายเหตุ-อย่าลืมดับล้างด้วยน่ะค่ะ...........
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: