
มีครับเท่าที่จำได้ก็ประมาณ 2 ครั้ง

ครั้งแรก เป็นพ่อคุณขจี ภรรยาคุณวรรณ์ข้างบ้าน เคยนำมาเปิดโอษฐ์เมื่อประมาณเดือน ตุลาคม 2551 เป็นพระภิกษุสงฆ์ อายุราวๆ 80 ปี มรณะภาพในขณะที่ยังเป็นพระสงฆ์ แต่เป็นหลวงตาที่ พ่อคุณขจีนับถือกันโดยส่วนตัวมิได้มีชื่อเสียงอะไร แต่ก็ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับโลกวิญญาณที่เกี่ยวกับภพภูมิ ให้ฟังพอหอมปากหอมคอ
:

หลายๆคนที่นั่งดูก็พลอยได้รับความรู้ไปด้วย ถ้าดูจากสถานะของพระรูปนี้ ท่านก็บอกแค่เพียงว่าท่านก็เป็นวิญญาณ หรือ โอปปาติกะ ที่ยังต้องแสวงหากุศล เพื่อสร้างบารมี การลงมาสิงสถิตกับร่างพ่อคุณขจีในครั้งนี้ เพียงอยากจะขอสวดมนต์ ผ่านร่าง เพื่อเสริมบารมีของตน เนื่องมาจากความผูกพันกันเมื่อสมัยยังเป็นมนุษย์ ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ( คงเรียกว่าสัญญาน่าจะได้มั้ง?) เมิ่อเสร็จกิจ ท่านก็ไป จากนั้นองค์บารมีก็ลงมาสวดมนต์แล้วก็เป็นองค์จีน พูดภาษาจีนชัดเจน ปัจจุบัน เป็นพ่อค้าขายผลไม้อยู่สิงห์บุรี เมื่อสามเดือนก่อนเพิ่งถูกหวยรัฐบาล รางวัลที่ 1 ไปหมาดๆ ครับ

ครั้งที่สอง เป็นพนักงานขายสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้า กำลัง ตามนิคมฯ เป็นเด็กหนุ่ม อายุยังไม่ถึง 30 ดี เปิดโอษฐ์เริ่มต้นก็เจอวิญญาณ อยู่ประมาณ 2 ตน จากนั้น ก็เริ่มสวดมนต์เป็นภาษาบาลีพระ เหมือนเรากำลังนั่งฟังพระสวดมนต์ นี่แหล่ะครับ แรกๆ ก็ไม่แน่ใจ จึงให้คุณอ้อนั่งเช็คดู คุณอ้อแกก็ไม่ค่อยแข็งแรง ในเรื่องพระเรื่องเจ้าหรอกครับ เพิ่งมานั่งไหว้พระสวดมนต์ก็หลังจากเปิดโอษฐ์นั่นแหล่ะ ก็เลยต้องอาศัยให้แกบอกลักษณะ เรื่องราวที่เห็น รูปพรรณสัณฐานที่ดู พระท่านแรกเป็นพระเกจิ คือ พระครูบาศรีวิชัย ,องค์ที่ 2 เป็น หลวงปู่ทวด สัญลักษณ์ ท่านในนิมิตที่คุณอ้อบอก คือ เห็นทะเล เห็นชายผ้าเหลือง เห็นเท้ากำลังย่างกรายลงไปเหยียบน้ำทะเล คุณอ้อไม่รู้จักหรอกครับ แต่บอกมาผมกับญาติที่นั่งรอดูกันก็พอจะเดากันได้แหล่ะ ,องค์ที่ 3 เป็นเงิน, องค์ที่4 เป็นหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ฯลฯ.
:

ก็ปล่อยให้หนุ่มน้อยท่านนี้สวดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิน 10 องค์ คุณอ้อก็เริ่มจะปวดตาแล้ว ผู้กำกับก็เลยจำเป็นต้องสั่งพักกล้องไป ปล่อยให้สวดไปไม่นาน ภาษาสวดก็เริ่มเป็นภาษาแขกครับ สรุปสุดท้ายหนุ่มน้อยท่านนี้ มีองค์บารมีเป็นพระนารายณ์ครับ เหตุผลที่ถามจากองค์บารมีเกี่ยวกับพระต้องลงมาผ่าน โดยคุณอ้อเป็นคนถาม คำตอบที่ได้คือ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ลงมาขอผ่านร่างทุกๆองค์ เพื่อเสริมบารีของตน แล้วก็เปรียบเสมือนการเสริมบารมีให้ทั้งพระแล้วก็ร่าง ตามความผูกพัน ก็คงเรียกว่าสัญญาได้อีกเหมือนกันมั้งครับ
ครับ

เอาเป็นว่า ทุกวันนี้ เชิญองค์นี้ลงตอนตื่นนอนระหว่างกินกาแฟ และก่อนนอน ดีกว่าครับไม่ต้องมานั่งฟุ้งซ่านคิดมาก ... ก็ องค์พระธรรมสำเร็จในสายสัญญายังไงละครับ!!!! ก็ใช้เหล็กจารนั่งเขียนนั่งนับไป ก็ได้สมาธิดีกว่าตั้งเยอะ
เล็ก........หนองจอก.....