"อายุบวร"
ความจริงเรื่องนี้ได้ลงในเว็บของนายกบแก่ นายธนากร และเว็บของนายก๊อปแก๊ป มาแล้ว ซึ่งคนที่คิดว่าเอาเรื่องเก่ามาเล่านั้นไม่มีประโยชน์ แต่เรื่องการไปโปรดญาติที่ปอยเปตนั้น ถ้าได้อ่านแล้วเข้าใจ ก็จะรู้ว่าเป็นบทเรียนอย่างดีให้แก่ลูกศิษย์ เมื่ออ่านแล้วไม่รู้เรื่อง จึงได้เกิดกบแก่ขึ้นมาถึง ๓ ตัว ก็ยังจะต้องเอามาลงเป็นอุทธาหรณ์สอนศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์อีกต่อไป 
<<<>>> ทำไม ? จึงไป “POIPET CASINO” <<<>>>

คุณณัชชา เบญจาทิกุล โทร. 06-3989-9XX ไป “เปิดพระโอษฐ์” กับอาจารย์ประหยัดที่ Siam Palace Tel. (662) 271-1192 ปลายเดือน พฤษภาคม องค์บารมีของ คุณณัชชา นั้นเป็นองค์ “พระแม่มหากาลี” ซึ่งเวลานี้ถ้าร่างปฏิบัติก็คงจะดังไปทั่วกรุงเทพฯ แล้ว อาจจะดังกว่า อ.สุชาติ ร่างทรง Top Ten เสียอีก การดำเนินชีวิตคงจะผลิกผันอย่างทันตาเห็น ซึ่งถ้าคุณณัชชาไม่เข้าใจในเรื่องเทพ แล้วเมื่อไม่เข้าใจก็ไม่ศรัทธา ก็จะทิ้งขว้างไปไม่ยอมปฏิบัติ ซึ่งถ้าอาจารย์ประหยัดถามแกก็ตอบว่าปฏิบัติ เปรียบไปก็เหมือนทศกัณฐ์ที่ได้นางสีดามาก็หาได้มีประโยชน์อันใดกับตัวเองเลย
คุณณัชชา ชวนอาจารย์ประหยัดไปทำพิธีให้กับเจ้าของ Casino คุณณัชชา เรียกขานเจ้าของ Casino ว่า ดร. แต่เนื่องจากว่าในสายสัญญานั้นไม่มีองค์พระธรรมในเรื่องเกี่ยวกับบ่อนไพ่ อาจารย์ประหยัดจึงได้ปฏิเสธไป
ซึ่งเมื่อกลับไปบ้านก็ได้ไปนั่งถามองค์ว่า เรื่องบ่อนนั้นอาจารย์ประหยัดจะช่วยได้ไหม ? ท่านก็บอกว่าอาจารย์ประหยัดช่วยได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไงก็เลยต้องเงียบไป 
ต้นเดือน มิถุนายน 2547 ลูกศิษย์ที่ จังหวัดนราธิวาส คุณชาญยุทธ ได้โทรไปหา บอกว่า “เจ๊หลี” ภรรยา อาจารย์สุชาติ รัตนสุข ลงหนังสือ “ชีวิตต้องสู้” EXCLUSIVE STORY อาจารย์ประหยัดก็รีบไปซื้อมาอ่าน หาตั้งหลายร้านก็ไปเจอร้านแถว ๆ ศรีนครพิงค์ มีอยู่เล่มเดียว ส่วนมากแล้วลูกศิษย์ อ.สุชาติ จะพากันกว้านซื้อไปหมด อาจารย์ประหยัดก็รีบโทรไปหาคุณณัชชาทันที ให้ไปซื้อ หนังสือชีวิตต้องสู้ เอาไปให้ ดร.อ่าน ปรากฏว่าเมื่อ ดร.อ่านท่านก็รู้จัก อ.สุชาติ ซึ่งเพื่อนของท่านคือ คุณเฉลิมพันธุ์ ศรีวิกรณ์ เจ้าของโรงแรมเพรสสิเดนท์ ได้สร้าง
“พระนารายณ์ทรงสุบรรณ” ราคานั้นอาจารย์ประหยัดทราบมาก่อนแล้ว 2 ล้านบาท แต่ปรากฎว่าโรงแรมนี้ได้เปลี่ยนมือไปแล้ว
ซึ่งถ้า อ.สุชาติ แน่จริง โรงแรมนี้ต้องเจริญรุ่งเรืองและไม่เปลี่ยนมือเป็นแน่ ดร.บอกกับคุณณัชชาว่า อ.สุชาติ นั้นชอบหลอกขายองค์ ซึ่งท่านเป็นผู้ใหญ่ท่านก็ไม่พูดอะไรมาก 
ท่านก็บอกให้คุณณัชชาโทรไปติดต่ออาจารย์ประหยัด ให้อาจารย์ประหยัดลงไปหาท่าน คือท่านบอกว่าอาจารย์ประหยัดช่วยท่านได้ จะทำพิธีอะไรของอาจารย์ประหยัดท่านก็ให้ทำ อาจารย์ประหยัดก็ซื้อตั๋วเครื่องบินลงมากรุงเทพฯ คุณณัชชาไปรับอาจารย์ประหยัดที่สนามบินไปบ้าน ดร.ที่ สุขุมวิท ซอย ๕๙ ก่อนไปถึงนั้น ดร.ท่านไปเททองหล่อพระประธาน องค์ละ 2 แสนบาท 5 องค์ พอเสร็จท่านก็รีบกลับมาที่บ้านทันที ท่านกลับมาถึงก่อนที่อาจารย์ประหยัดจะไปถึงบ้านท่าน เมื่อไปถึงก็นั่งคุยกับ ดร. ประมาณครึ่งชั่วโมง ดร.ก็พาอาจารย์ประหยัดขึ้นไปห้องพระ คุณณัชชา รออยู่ข้างนอก
อาจารย์ประหยัดก็ทำพิธีเชิญองค์ของ ดร. ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 1 นาฑี ดร.ท่านก็พูดภาษาเทพ แต่พูดไม่ค่อยออก เพราะว่าท่านถูกคุณไสย ซึ่งคนที่ถูกคุณไสยนั้นองค์บารมีจะลงไม่ได้ ดร.ก็นั่งอ๊วกอยู่ประมาณสิบกว่าครั้ง เป็นน้ำลายเหนียว ๆ ออกมา พอของออกหมด ก็มีเสียงหัวเราะห้าว ๆ ออกมา “เอ้อ ดี ๆ ๆ” จากนั้นก็พูดเป็นภาษาเทพ สนทนาภาษาเทพไปสักครู่ อาจารย์ประหยัดก็พูดเป็นภาษาไทยว่า อยากทราบพระนามของท่านว่าท่านเป็นใคร ดร.ยกแขนขึ้นทั้งสองข้างเหมือนยังกับนักกล้าม เปล่งวาจาออกมาเสียงดังว่า “ชัยวรมัน” ซึ่งอาจารย์ประหยัดก็ไม่ได้ถามท่านว่า เป็นพระเจ้าชัยวรมันองค์ที่เท่าไร ? พระเจ้าชัยวรมันตรัสสั่งให้อาจารย์ประหยัดช่วย ดร.
ท่านบอกว่าอาจารย์ประหยัดเป็นคนเดียวที่จะช่วย ดร.ได้ พอท่านถอยออก ดร.ก็หงายหลังลงนอนทันที ซึ่งเป็นการแสดงว่า ดร. ยังมีบารมีน้อยต้องเสริมด้วยองค์พระธรรมอีก อาจารย์ประหยัดก็เอา ดร.นอนลงแล้วประจุองค์พระธรรมให้ เมื่อเขียนไปประมาณครึ่งชั่วโมง ดร.ก็ลุกขึ้นนั่งพิงฝา ท่านบอกว่า หมดแรงเพลียมาก การที่องค์ถอยแล้วร่างหงายหลังนั้นส่วนมากเป็นเพราะว่า องค์ที่ประทับนั้นยังไม่อยู่ในระดับเทพ ซึ่งลักษณะการถอยนั้นก็เหมือนกับ อาจารย์สุชาติ รัตนสุข แต่เป็นที่น่าเสียดายองค์บารมีของ ดร. มาก ถ้าท่านเป็นคนธรรมดา อาจารย์ประหยัดจะจัดการท่านเหมือนกับที่จัดการคุณกบแก่นี่แหละ ขนาดนายกบแก่ยังสามารถเสริมด้วยองค์พระธรรมจนกลายมาเป็นอาจารย์สายเทพได้

รุ่งขึ้นอีกวัน คุณณัชชา ก็ไปรับอาจารย์ประหยัดไปบ้าน ดร.อีก ก็ขึ้นไปต่อภาษาเทพ ซึ่งเมื่อองค์ตรัสภาษาเทพเสร็จแล้วท่านก็ตรัสภาษาไทยออกมา ท่านก็ย้ำคำเดิมก็คือให้อาจารย์ประหยัดช่วย ดร. เมื่อองค์บารมีถอย ดร.ก็หงายหลังลงนอนเหมือนเดิม หลังจากลงองค์พระธรรมเสร็จ ก็มานั่งคุยกับ ดร.ที่ห้องอาหาร คุยกันถึงพระรูปขององค์เทพ ซึ่งอาจารย์ประหยัดออกความเห็นว่าควรจะนำองค์ “พระพรหม” ไปตั้งไว้ที่ คาสิโน (ในที่สุด ดร.ก็หาไปตั้งเอาไว้จนได้) เท่านั้นแหละ พระเจ้าชัยวรมันแทรกลงมาโดยไม่ต้องเชิญ ท่านตรัสว่า
“เจ้าอยากได้ตาทิพย์ไม่ใช่หรือ ?” ให้ไปหาพระรูปของท่านเอามาตั้งที่บ่อน แล้วท่านจะให้ตาทิพย์แก่อาจารย์ประหยัด ท่านสั่งให้อาจารย์ประหยัดไปหามาท่านบอกว่าอาจารย์ประหยัดทำได้ แต่ในที่สุด
คุณมนัส รอง M.D. POIPET RESORT = HOTEL & CASINO Tel. 01-91105055, 01-911-9022 ก็ไปหามาได้ 2 องค์ “พระเจ้าชัยวรมัน” ไม่ใช่เป็นองค์บารมีประจำสังขารของ ดร.แต่เมื่อ ดร.ไปทำมาหากินที่เขมรท่านก็แทรกเข้ามายึดร่าง ดร. เอาไว้ก่อน พระเจ้าชัยวรมันท่านนับถือ “พระนารายณ์” ซึ่งเมื่ออาจารย์ประหยัดเปิดท่านออกมาโดยที่องค์ปู่นั้นเกี่ยวข้องกับพระนารายณ์ พระเจ้าชัยวรมันจึงแน่ใจว่าอาจารย์ประหยัดจะช่วย ดร.ได้ เพราะพระเจ้าชัยวรมันก็นับถือพระนารายณ์ตั้งแต่ท่านยังเป็นกษัตริย์ปกครองเขมร ความจริงนั้นองค์บารมีที่แท้จริงของ ดร.นั้นก็คือ “ท่านท้าวมหาพรหม” แต่ยังไม่ถึงเวลาที่ท่านจะลงประทับร่าง เพราะ ดร.ท่านไม่ปฏิบัติตัวเลย มีแต่ว่าท่านจะกราบพระ และพระรูปของเทพ ที่ห้องพระทุกวัน

องค์พระเจ้าชัยวรมันที่อยู่กับ ดร.นั้น เวลาท่านลงประทับท่านจะลงเต็มองค์ ซึ่งเมื่อถอยออก ดร.ก็จะจำอะไรไม่ได้ ซึ่งการที่จำอะไรไม่ได้นั้นก็จะทำให้ร่างไม่ค่อยจะศรัทธา เพราะไม่รู้ว่าในขณะที่องค์ลงประทับร่างนั้นได้พูดอะไรไปบ้าง แล้วก็ไม่มีพยานรู้เห็นในขณะที่องค์บารมีลงประทับ ซึ่งถ้า ดร.ถ่าย วีดีโอเอาไว้ดูก็จะรู้สึกทึ่ง และประหลาดใจมาก ตัว ดร.เองนั้นไม่รู้ว่า พระเจ้าชัยวรมัน สั่งให้อาจารย์ประหยัดช่วยท่าน แล้วก็ไม่มีใครรู้เลยแม้แต่ตัวท่าน ส่วนคุณณัชชานั้นอยู่นอกห้อง คุณณัชชาก็กลัว เพราะ “พระเจ้าชัยวรมัน” ท่านพูดเสียงดังมาก แต่ถ้ายังไม่ถึง “เวลา” ละก้อ ยังไง ดร.ก็ไม่เชื่ออยู่ดี
วันที่ 25 มิถุนายน 2547 อาจารย์ประหยัดก็ไป Poipet กับคุณณัชชา มีลูกสาวคุณณัชชาและพี่เลี้ยง ส่วนอีกคนก็คือ “คุณกบแก่” คุณณัชชาไปรับอาจารย์ประหยัดที่สนามบินโดยมีรถตู้ของบ่อนไปรับ จากนั้นก็ไปรับพี่ชายกับเพื่อนที่บ้าน ก็วิ่งรถไปอรัญญประเทศ ก่อนถึงบ่อน 3 ก.ม. รถก็จะไปเข้าสำนักงานของบ่อน เพื่อเปลี่ยนรถและไปนั่งรอให้พนักงานเขียนใบผ่านด่านให้ หลังจากนั้นทางบริษัทก็จะให้ขึ้นรถอีกคันไปส่งที่ด่าน ก็เข้าคิวเช็ค PASSPORT เมื่อเดินข้ามไปฝั่งเขมร ก็จะมีรถตู้ เบ๊นซ์ มารับไปส่งที่บ่อน จากด่านไปทีบ่อนก็ประมาณ 100 เมตร

ทางราชการไทยคิดว่าตนเองฉลาด คนประเภท “กบอยู่ในกะลาครอบ” ก็ได้เปลี่ยนจากการใช้ใบผ่านด่านเป็นการใช้ PASSPORT แทน เพื่อป้องกันมิให้ข้าราชการข้ามไปเล่นการพนันที่ฝั่งปอยเปต ก็พวกหน้าโง่ทั้งนั้นที่ไม่ยอมทำตัวเป็น “กบนอกกะลา” พวกคนแบบนี้มันจะรู้อาไร๊ มันยังไม่รู้ว่าตัวเองโง่ คนที่เขาจะเล่น เมื่อปอยเปตผ่านด่านยากพวกเขาก็ไปเล่นกันเสียที่ “มาเก๊า” หรือ “เกนติ้งปีนัง ก็ได้
เพราะความหน้าโง่ของข้าราชการไทย จึงทำให้เกิดมีอาชีพใหม่ขึ้นมาอีกอาชีพหนึ่ง คืออาชีพพาคนไทยข้ามแดนไปเล่นไพ่โดยไม่ต้องใช้ Passport คนที่ไม่ต้องการให้ใครทราบว่าตัวเองไปเล่นไพ่ ก็ต้องใช้บริการนี้ เรื่องนี้อาจารย์ประหยัดรู้ดีพอสมควร เพราะว่าอาจารย์ประหยัดพาลูกศิษย์ไปคนหนึ่ง แล้วก็ใช้บริการนี้ จากนั้น 2-3 เดือน พวกที่พาเธอข้ามแดนเขาก็ไปหาอาจารย์ประหยัดที่บ้านเพื่อไป “เปิดพระโอษฐ์” เป็นอันว่าอาจารย์ประหยัดมีลูกศิษย์อาชีพพาคนข้ามแดนไปเล่นไพ่ 6-7 คน

เมื่ออาจารย์ประหยัดไปถึงบ่อน ดร.ท่านก็นั่งรออยู่แล้ว ท่านก็ให้ไปนั่งโต๊ะอาหาร VIP สั่งอาหารมาเลี้ยงอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นท่านก็พาอาจารย์ประหยัด คุณกบแก่ และคุณณัชชา ขึ้นไปที่ห้องพระ ก็ไปลงองค์พระธรรมให้ ดร.และเชิญองค์ท่านลงประทับ ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ พระจ้าชัยวรมันก็มา ท่านก็ตรัสให้อาจารย์ประหยัดช่วยเหลือ ดร. แต่ครั้งนี้รู้สึกว่าไม่ค่อยจะแข็งแรง จากนั้นอาจารย์ประหยัดก็เปิดภาษาเทพให้ คุณมนัส รอง M.D. ก็เปิดง่าย องค์บารมีของคุณมนัสนั้นเป็น “พระเจ้าชัยวรมัน” เหมือนกัน แต่เป็นปู่ขององค์ ดร. สามารถตรัสเป็นภาษาไทยได้ ก็ดีใจที่ได้เจอกับวิญญาณของกษัตริย์เขมรถึง 2 พระองค์ จากนั้นก็เปิดให้คุณเล็ก ซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกห้องอาหาร และพนักงานอีกหลาย ๆ คน

ความจริงนั้นในสายสัญญาไม่มีองค์พระธรรม สำหรับเขียนแล้วจะช่วยให้บ่อนดีขึ้น ให้มีคนเข้ามากและได้กำไร หรือแม้แต่องค์บารมีที่เป็นเทพระดับใหญ่ ก็ไม่มีความสามารถที่จะช่วยได้ นอกจากการทำพิธีไสยาศาสตร์เท่านั้นเท่าที่ได้เคยเห็นมา ความคิดของอาจารย์ประหยัดก็คือ มีทางเดียวเท่านั้นที่จะให้กิจการของบ่อนดีขึ้น ก็จะต้อง “เสริมบารมี” ให้ ดร. และบริวารสูงขึ้น เมื่อบารมีร่างสูงขึ้น บารมีองค์ประจำสังขารก็สูงขึ้น เมื่อองค์บารมีสูงขึ้นแสงที่เปล่งออกไปก็จะแผ่กว้างไพศาล คนที่จะไปเล่นไพ่นั้น ทุกคนมีองค์กันทั้งนั้น เมื่อองค์ประจำสังขารเห็นแสงบารมีของ ดร. ก็จะสงสัย พาร่างไปดู ก็จะทำให้มีคนเข้าบ่อนมาก

แต่ก็เกิดความเข้าใจผิดขึ้นมากับพนักงานที่เป็น “เขมร” พวกเขายังเป็นประเทศที่ไม่รู้เรื่องนี้สักเท่าใดนัก เมื่ออาจารย์ประหยัดเขียนองค์พระธรรมให้พวกเขา แล้วเปิดพระโอษฐ์ให้พนักงานบางคนที่เห็นว่าจะไปได้ พวกเขากลับไปพูดให้ลูกค้าฟังว่า ทางบ่อนไปเชิญอาจารย์มาเพื่อทำพิธีให้ลูกค้าเสียเงิน ซึ่งถ้าลูกค้าเสียเงินพวกเขาก็จะได้ค่า“ทิป” น้อย ก็เป็นอันว่าไม่เอาพนักงานมาเขียนองค์พระธรรมอีก