
การสร้างองค์พระธรรม ใช้เหล็กจานทำด้วยเงิน ทองคำ ส่วนมากจะเป็นเหล็ก ตรงกับคำกล่าว สายเหล็กไหลดิ่ง สิทธิ์พะเนินสัญญา ส่วนประกอบ มีครีมทาผม ทาหน้า น้ำมันพืช น้ำธรรมดา เพื่อให้มีความลื่นและซึมเข้าในกาย จะเป็นอักขระธรรม อักษรธรรม ซึมไปไปทั่วตัว ส่วนที่ประกอบอีก มีลูกประคำหรือลูกนับ สมัยก่อนใช้ก้อนกรวดเม็ดผลไม้แทนลูกนับ เพื่อนับกำหนดจำนวนขององค์พระธรรม ตามธรรมมาอธิษฐานบัญญัติไว้ ให้ครบถ้วน

การเก็บรักษาสมุดองค์พระธรรม พระองค์ท่านเคยกล่าวเตือนศิษย์ไว้ องค์พระธรรมเป็นของสูง เป็นวิญญาณของผู้สำเร็จ เวลานำมาใช้พอจับสมุดองค์พระธรรม ให้จับยกขึ้นแล้วกล่าว สัญญานะ จึงบันทึก จึงเปิดดู เวลาเปิดค่อย ๆ เปิด เวลาวางค่อย ๆ วาง เมื่อเสร็จแล้วเอาเก็บไว้ที่สูง องค์พระธรรมบางองค์ ลงได้ท่อนแขน คือจากเอวถึงหัว บางองค์ก็ลงได้ทั่วตัว บางองค์ลงใส่ตัวไม่ได้ องค์พระธรรมนี้แหละ คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่รู้ถึงองพระธรรมจริง จะต้องสัมมาคารวะกราบไหว้ เหมือนพระพุทธรูป เราเคารพต่อพระพุทธรูปอย่างไร ก็ให้เคารพต่อองค์พระธรรมอย่างนั้น พระพุทธรูปเพียงเป็นรูป แทนรูปสังขาร แต่องค์พระธรรมเป็นดวงวิญญาณสำเร็จ ที่ทำให้สังขารบรรลุธรรมได้ ความสำเร็จของสังขารคือพระธรรม ปราชญ์บัณฑิต ท่านจึงคิดทำตู้เก็บพระคัมภีร์ธรรม สาธุ สัญญานะ

เวลาปฏิบัติธรรมะ พระองค์ท่านเคยสั่งสอนไว้ ผู้เข้าถึงธรรมะจริงแล้วจะไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่ เรานึกได้เวลาไหนก็ปฏิบัติได้ จะอยู่บ้าน บนรถบนเรือ อยู่ตามทุ่งไร่ทุ่งนา ที่ทำงาน ทานข้าว นั่ง นอน ยืน เดินได้ทั้งนั้น แต่จะต้องรู้กาละเทศะด้วยดวงปัญญา สาธุ สัญญานะ

สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือสระน้ำมนต์ การสระน้ำมนต์ให้ถึงพระโคดม ตอนที่มีมารจะมาทำร้ายท่าน ก็มี ”พระแม่ธรณี” ช่วยโดยใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มวยผมขับพวกมารให้พ่ายแพ้ไป ตรงกับคติธรรมที่สอนว่า “ธรรมะย่อมชนะอธรรม” การสระน้ำมนต์พ่อต้นฯเคยกล่าวว่า สังขารของมนุษย์เราไม่ว่าชาย-หญิง เป็นซากศพเต็มไปด้วยกิเลสที่สะสมมาทั้งวิญญาณและสังขาร ก่อนจะเอาองค์พระธรรมประจุเข้าไว้ก็ต้องสระล้าง กิเลสมารทั้งหลาย ทั้งภายในและภายนอกออกจากกายนครเสียก่อน อำนาจของน้ำมนต์จะกำจัดเสนียดจัญไร โรคภัย พยาธิโรคา อุบาทว์ที่ติดตามมา และกำลังจะมาถึง ให้อันตรธานสูญไป จมอเวจีสูญไปจากสังขาร วิญญาณ

การสระน้ำมนต์ จัดเอาน้ำสะอาด ๑-๒ ถังเต็ม ใช้เทียน ๒ เล่ม อาจารย์นำสวดประจุองค์พระธรรมใส่สังขารและน้ำ ขณะที่สวดอยู่นั้นก็ให้สังขารที่จะรับน้ำมนต์นั้นก้มดื่มน้ำในถังสัก ๒-๓ ครั้ง ก่อนที่จะนำไปสระให้ใส่น้ำหอมและแป้งในถังน้ำสักนิด อาจารย์เป็นผู้สระ เวลาสาดน้ำให้สาดใส่ที่หัวก่อน สาดลงไปถึงเท้า สาดลงใส่แรงพอสมควร เสนียดจัญไรที่อยู่ในกายก็จะหลุดร่วงออกไป เมื่ออาบน้ำมนต์เสร็จใหม่อย่าเพิ่งไปอาบน้ำล้างน้ำมนต์ออก ปล่อยให้ตัวแห้งเสียก่อนจึงไปอาบน้ำได้ อโหสิ สัญญานะ

เตือนเวลาออกโปรดญาติ ก่อนจะออกจากบ้านให้ยกมือข้างใดข้างหนึ่งขึ้น กล่าวเป็นเสียงหรือในใจก็ได้ว่า “สัญญาสายนะ” และเวลาจะเข้าไปบ้านญาติ หรือสถานใดก็ดีที่จะไปทำพิธีก็ให้กล่าว “สัญญาสายนะ” หรือ “สัญญานะ” เป็นการนำทาง หรือบอกกล่าวสถานที่นั้นให้รับรู้ ทั้งวิญญาณและสังขาร สาธุสัญญานะ พระองค์เคยกำชับบ่อย ๆ

ประวัติตอนท้าย ก่อนท่านจะประจุให้แก่ศิษย์และแสดงธรรม พ่อต้นฯท่านจะกล่าว “สัญญา” ขึ้น ศิษย์ทั้งหลายจะประนมมือยกขึ้นเหนือหัว พร้อมคำกล่าวว่า “สัญญาสายนะ” ท่านจึงประจุมอบองค์พระธรรม อริยาบทนี้จะกระทำทุกครั้งที่มีการประจุการแสดงธรรมทั้งเริ่มต้นและจบ เสร็จจากพิธีบางครั้งท่านก็นั่งสนทนาพูดจากับศิษย์เป็นปกติ องค์พระธรรมบางองค์เมื่อท่านประจุเสร็จท่านก็ให้ศิษย์แสดงเหตุ ประนมทะบารมีดู จะแสดงไปตามอำนาจขององค์พระธรรม องค์ฤทธาก็แสดงไปในทางอิทธิฤทธิ์ กระโดดโลดเต้น องค์แก้วส่องโลก ท่านก็บอกให้ศิษย์ดูโน่นดูนี่ ทางพูดอันใดเป็นอันนั้น องค์รสพระธรรมเทศนาพอท่านประจุเสร็จก็เปิดให้ศิษย์แสดงพระธรรมเทศนา องค์พระธรรมท่านเปิดแต่ละวันไม่ไม่มีซ้ำกัน แต่มีองค์ที่เป็นหลักคือ “นะธรรมธาตุ, นะกุศล, พระร่วง, อาหารธรรม, นะกำจัดมาร, วิยั่งสังขาร, มิกุศล, ยะกุศล ตั้งแต่การสวดและการประจุจะต้องเสริมไปทุกครั้งหลังจากโปรดศิษย์ศิษย์ ท่านก็กลับขึ้นวิหารนั่งปฏิบัติตัวต่อ ศิษย์ทั้งหลายก็พากันนั่งสร้างองค์พระธรรมเป็นการสร้างพระคัมภีร์ธรรมในสังขาร เหล่าศิษย์ที่อยู่ต่างจังหวัดก็มีถอยกลับบ้าน และญาติใหม่ก็ทยอยเข้ามามิได้ขาด พ่อต้นฯท่านกล่าวกับศิษย์ว่ารีบสร้างตัวปฏิบัติตัวเข้า จะไม่ทันต้น ศิษย์ทั้งหลายที่รับปฏิบัติกับต้นก็จะไม่ได้ไปกับต้นทั้งหมด จะไปกับต้นได้ก็แต่ผู้มีกุศล ขณะนี้เข้ามารับแล้ว ก็มีเกิด แล้วก็มียังไม่เกิด นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็นั่งครองทรัพย์สินสมบัติก็มี ถึงสัญญามาจอดมารับสัญญาจุนเดียวก็สำเร็จไปได้ เพราะเขามีกุศลมีมูลเดิม พ่อต้นฯท่านเป็นผู้มีกายละมัย วาจาละมัย ใจละมัย ใจท่านมีแต่ความเมตตาเป็นที่ตั้ง ไม่มีอิจฉา อาฆาต วาจาท่านพูดกับศิษย์ มีแต่อาจารย์นั้น อาจารย์นี้ พ่อนั้น พ่อนี้ องค์นั้น องค์นี้ ไม่เคยได้ยินกล่าวคำว่า กู มึง บัก อี กายของท่านสำรวมได้ทุกอริยาบทเป็นแบบอย่างที่ดีเลิศให้แก่ศิษย์

วันหนึ่งข้าพเจ้าสร้างองค์ “นะธรรมธาตุ” เปิดตา เห็นรูปฝ่าพระบาทลอยลงมาจากเบื้องบน ก็นึกได้ไปซื้อผ้าขาวมาเตรียมจะขอจากพ่อต้นฯท่าน พอพ่อต้นฯท่านขึ้นไปโปรดศิษย์ที่ศาลาก็ได้ขออนุญาต “พ่อครับผมขอกราบขอรอยเท้าของท่านพ่อครับ” พอพูดจบก็รีบปูผ้าขาว ฉีดน้ำหอม พ่อต้นฯท่านยืนทะบารมีแล้วก้าวเข้าเหยียบตรงกลางผ้าขาว ท่านกล่าวว่าได้ จะเกิดสัญญาขึ้นทันทีข้าพเจ้าก็หยิบปากกาขีดไปตามช่องนิ้วเท้ารวมทั้งเท้า เสร็จท่านก็เอาฝ่ามือทั้งสองข้างทาบลงบนผ้าขาว ข้าพเจ้าก็ยกมือไว้ขออนุญาตหยิบปากกาเขียนไปตามช่องนิ้วตลอดทั้งฝ่ามือเสร็จ พ่อต้นฯจับปากกาเขียนฝ่ามือลงในรูปฝ่ามือ เขียนรูปมือลงในรูปฝ่าเท้า ศิษย์จึงขออนุญาตบันทึกเอารอยฝ่ามือและรอยฝ่าเท้าของพ่อต้นฯไว้เป็นสิริมงคล ท่านยังกำชับว่าเวลาฉุกเฉิน เกิดศึกสงครามให้ถือติดตัวไป เวลานอนเอาหนุนหัว

หลังจากได้รอยเท้าร้อยฝ่ามือ วันหนึ่งขึ้นไปบนวิหาร คัดเอาตัวดับตัวล้างของตัวเอง และของญาติประมาณสิบกว่าคน ท่านเหยียดขาออกตั้งฝ่าเท้าขึ้นทั้งสองข้าง ท่านพูด “อาจารย์เพ็ง” ดูฝ่าเท้าต้นซิมีอะไร เราประนมมือขึ้นเหนือหัว กล่าวว่า สัญญาสายนะ เห็นในฝ่าเท้าของพ่อต้นฯท่านมีสีเหลืองเป็นทองเป็นธรรมจักรทองอยู่ตรงกลาง ภาพที่เห็นวันนั้นยังติดตาอยู่ตลอดเวลาเมื่อเรานึกถึงคำกล่าวกับศิษย์อีกคำหนี่ง ถ้าต้นฯเข้าซ่อนตัว พวกเราจะไปรับปฏิบัติกับใคร ศิษย์ทั้งหลายก็ตอบไปตามความเห็นของตัวเอง คำกล่าวคำนี้ ท่านแนะว่า “องค์พระธรรม” ทั้งหลายที่ท่านมอบไว้กับศิษย์นั้นเกิดแล้วตาย ตายแล้วกี่ชาติ กี่ภพ ก็จะสร้างไม่ครบ ทุกคนหายข้อกังขา

คำกล่าวของพ่อต้นฯท่าน จะออกตัวดับล้างให้ศิษย์ พ่อต้นฯท่านตั้งสัญญาภายในแล้วเริ่มกล่าวว่า ๐๑–๑๔–๔๔–๙๔ คำกล่าวคำนี้ไม่มีศิษย์คนใดสามารถรู้ได้ เป็นระหัสภายในของพระบารมี พ่อต้นฯท่านกล่าวจบ ท่านก็เปิดตัวดับล้างให้แก่ศิษย์ผู้นั้น บันทึกจากคำกล่าวเป็นวรรคไป ตัวอย่าง นอนิจา อมนิจ พมอนิจา ทนอนิจา อมิอนิจา ทิมิอนิจา ศิษย์ก็รับเขียนตาม ผู้ใดเขียนช้าพระองค์ท่านจะไม่รอ ขณะที่ออกตัวบางบางวรรค ก็กล่าวไปด้วยว่า ลึกในโลง เขียวในสมอง ดำในปอด ไฟลุกในตา ลึกไม่เห็นตัว พ้นแล้ว ได้สุขรับรอง ยังเวรไม่หมด ล้างชดใช้คุณบิดา มารดา คำกล่าวนี้มีมากมาย แต่ศิษย์ทั้งหลายไม่ได้บันทึกเอาไว้ รับจะเขียนเอาแต่ตัวดับล้างก็แทบจะไม่ทันอยู่แล้ว เพราะพ่อต้นฯท่านมีองค์พระบารมีประคองให้ออกตัวล้าง ศิษย์จึงหาวิธีเขียนตัวดับตัวล้างให้ทัน โดยการเขียนย่อให้สั้นเข้าเช่น สลิง ก็ย่อ – (เป็นเครื่องหมายลบ) แต่เวลาอ่านตัวไฟ อ่านว่าสายนะสลิง, นจา อ่านเต็มว่า สายนะอนิจจา, นจี- อ่านเต็มว่า สายนะจีวะรังสลิง, นจัง- อ่านเต็มว่านอนิจจังสลิง, นจูงล- อ่านเต็มว่า สายนะจูงลิงสลิง, ส- อ่านเต็มว่า สายสะสลิง คำย่อตัวล้างมี สลิง = - ,ลิงค์ = ล, อนิจจา = จา, อนิจจัง = จัง, จีวรัง = จี, กรณี = ณี, ปรุงลิง = ปุงล, จูงลง = จุงลิง, กะใด = กะไดลิง