หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: *การเข้ารับการยกถาดครั้งแรก  (อ่าน 769 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« เมื่อ: ธันวาคม 13, 2009, 08:59:25 AM »

  Azn "อายุบวร"

      Wink จากประวัติพ่อต้นฯ  ที่ อาจารย์ประหยัด ทำเป็น VCD แจกจ่ายให้กับผู้ที่ยกถาดไปมากกว่า ๕๐๐ แผ่นแล้ว มีใครที่เป็นศิษย์สายสัญญาได้อ่านบ้าง  ในสายสัญญาพันธุ์แท้นั้นจะไม่มีอาจารย์คนไหนมีความรู้ความสามารถที่จะทำแจกให้อ่านได้  เพราะว่า อาจารย์ประหยัด นั้นอยู่ในสายสัญญามานานกว่า ๑๐ ปี นั้นยังไม่เคยได้รับแจกจาก อาจารย์สายสัญญา ลูกศิษย์พ่อต้น ท่านใดเลย  ประวัติพ่อต้นฯ เล่มนี้ได้มากจาก อ.เฉลิม คำชมภู ศิษย์ผู้พี่  ซึ่งเวลานี้ได้เลิกปฏิบัติสายสัญญาไปแล้ว


     1.   ภาคการรับประสิทธิ์คุณธรรมครั้งแรก เรียกว่ารับโปรด

      Smiley ให้ครูบาอาจารย์บรรจุหลักธรรม ประสิทธิ์ ประสาท อำนาจคุณธรรม ให้ทั้งในส่วนที่เป็นคุณธรรมพื้นฐาน และคุณธรรมระดับสูง แล้วแต่วิจารณญาณของผู้น้อมนำให้แก่ญาติต่างวาระกันไป ขั้นตอนการกระทำพิธีครูบาอาจารย์ ทำเป็นแบบแผนเดียวกันดังนี้
 
      Cheesy 1.1   ให้ญาติใหม่จัดเครื่องสักการบูชาให้ถูกต้องตามหลักธรรมาธิษฐาน ซึ่งแล้วแต่ความวิรัชเจตนา และความพร้อมด้วยกุศลจิตเจตนาอยากได้รับคุณธรรม อยากปฏิบัติธรรม ถ้าไม่มีความพร้อม มือสิบนิ้วก็ขอรับประสิทธิ์ ประสาทจากอาจารย์ผู้น้อมโปรดให้ได้ ทั้งนี้แล้วแต่โอกาสของญาติ จะจัดเครื่องบูชาสนองคุณธรรมภายหลังก็ได้ ขอให้จิตน้อมรับด้วยความปิติ พระบารมีก็จะรับรองคุณธรรมไม่เลือกหน้า
 
      Wink 1.2 อาจารย์ผู้น้อมนำอำนาจคุณธรรม จุดธูปเทียน อาราธนาถวายสักการบูชาต่อพระองค์ต้นบรมครู และอำนาจพระบารมีองค์พระผู้สำเร็จทุกกระทรวง ขอให้ยั่งลงมาอำนวยการรับรอง การประสิทธิ์ประสาทคุณธรรมแก่ญาติ ขอให้ท่านสาธุการส่งเหตุส่งผลรับรองตามกุศลมูลเดิมแก่ญาติตามสายสัญญา
 
      Cheesy 1.3 อาจารย์ผู้น้อมนำให้ศิษย์ใหม่ จุดธูป เทียน พนมมือ แล้วนำกล่าวอาราธนาถวายสักการบูชา ปักธูป ปักเทียนแล้ว จึงยกพานหรือถาดเครื่องบูชาสนองคุณธรรมขึ้นทุกคน แล้วจึงนำศิษย์ใหม่กล่าวตั้งสัญญา อธิษฐานต่อองค์พระประมุขแห่งธรรมะ องค์พระบารมี ทั้งเบื้องสูงเบื้องล่าง ขอให้มารับรองเป็นสักขีพยาน อันข้อความที่ควรเน้นในการนำญาติใหม่กล่าวสัญญาอธิษฐานให้ถูกทำนองคลองธรรม ของการสร้างบารมีในคุณธรรมอันบริสุทธิ์ของพระพุทธศาสนา คือ
 
-ขออำนาจกุศลผลบุญ บารมี ที่ข้าพเจ้าสร้างสมมาแต่อดีตชาติมายั่งกายตนตามเดิมคืน ตามสัญญา
-จะขอสร้างบุญบารมี เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขไปในพระศาสนาอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรมตามสัญญา
-จะไม่ขอลืมคุณ คุณธาตุ คุณธรรม คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ คุณของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
  ตามสัญญา
-ขอให้ได้ลุเวร ลุกรรม เป็นผู้สว่างโลกสว่างธรรม จะได้ช่วยกู้สายญาติ สายกุศล บำรุงพระพุทธศาสนา
  ตามสัญญา
-และอื่น ๆ แล้วแต่กรรมกรณีของญาติ เฉพาะราย ซึ่งขอแก้ไขเหตุวิบากกรรมที่เผชิญอยู่

    
     ทั้งนี้ แล้วแต่ครูบาอาจารย์จะพิจารณา กล่าวให้เหมาะสมกับญาติใหม่ ให้ถูกกาลเทศะและความตั้งใจของญาติในเจตนาของแต่ละบุคคลที่พึงเป็นไปได้
 
      Cheesy 1.4. อาจารย์นำกล่าว สัญญาอธิษฐานเสร็จแล้วรับถาดจากญาติ ตั้งรับรองพระบารมีไว้ แล้วน้อมบรรจุหลักธรรม และประสิทธิ์น้ำทิพย์มนต์รดให้เป็นครั้งแรก (บางโอกาสขึ้นอยู่กับญาติเฉพาะราย) บรรจุ หลักธรรมตามสัญญากรรมสิทธิ์แห่งตน วางหลักธรรมให้อยู่ในหลักสูตรกู้เอาญาติทางบุญกุศล (ศึกษาได้จากคุณธรรมในหลักสร้างตน) อาจารย์เป็นผู้น้อมนำคุณธรรมบรรจุให้ญาติปั่นกายหลาย ๆ ครั้ง จนแน่ใจว่าพระบารมีรับรองเต็มกำลังอย่างสมเหตุผลแล้ว ก็หยุดแล้วคัดองค์พระธรรมลงสมุดของญาติ
 
      Smiley 1.5 อาจารย์พาญาติใหม่กรวดน้ำ ให้ญาติได้กรวดน้ำส่วนตน โดยนำกล่าวตามบทกรวดน้ำ และกล่าวสาธุการให้พรอย่างถูกครรลองครองธรรม อาจารย์ไม่ควรกล่าวนำให้ญาติละเมอเพ้อฝันทะยานอยาก เหลือวิสัยเกินกว่ากุศลมูลเดิม พึงมีพึงได้ของญาติ
 
      Smiley 1.6 ลงองค์พระธรรมให้ญาติเป็นรายบุคคล ลงแบบจอดไว้ก่อน วางหลักธรรมพอเป็นเหตุไว้ หรือจะแต่งองค์ธรรมให้เต็มจุนขึ้นอยู่กับเจตนาของญาติ หรือพิจารณาโปรด ให้สมมูลค่าที่ญาติ สนองคุณธรรม ให้เกิดการสมเหตุสมผลแก่กัน จะได้ไม่ค้างคาเวรแก่ผู้น้อมนำโปรดให้
 
      Wink 1.7 ในโอกาสที่ญาติมีความพร้อมที่จะลงมือปฏิบัติ อาจารย์ควรนัดศิษย์ใหม่ และเตรียมอุปกรณ์ เช่น แบบฝึกปฏิบัติสำหรับญาติใหม่ บทฝึกหัดบูชา บทภาวนาธาตุ บทดับล้าง บทกรวดน้ำ อาจารย์ต้องฝึกสอนขั้นตอนให้ถูกวิธี ทั้งอาจให้ญาติที่ปฏิบัติก่อนช่วยแนะนำกันเองก็ได้ เมื่อฝึกหัดภาคการดับล้างเสร็จแล้ว อาจารย์ต้องแนะนำให้ศิษย์ฝึกหัดลงองค์พระธรรมใส่ตน เริ่มจากองค์พระธรรม องค์ง่าย ๆ ก่อน จนชำนาญแล้ว จึงลงองค์พระธรรมองค์ยากที่มีพยัญชนะหนุนบ้าง เทินบ้างหลายชั้น ก่อนลงองค์พระธรรมสร้างตน ควรจุดธูปเทียนบูชาก่อน หรืออาจจุดเทียนตั้งไว้ 1 เล่มก็ได้ ขณะลงตั้งจิตให้เที่ยง ภาวนาสายสัญญานะ (สูด) เข้ายั่งเป็นระยะ ก่อนลงองค์พระธรรมควรยกมือพนมไหว้พระบารมีก่อน ให้เป็นศีลมัย นั่งในท่าสำรวม ไม่ควรลงองค์พระธรรมในที่ประเจิดประเจ้อ เช่นขณะนั่งอยู่ในที่สาธารณชน ขณะเดินทางบนยวดยานที่ปะปนกับคนทั่วไป ฯลฯ การวางสมุดองค์พระธรรมต้องมีสิ่งรองรับให้สูงกว่าพื้นที่นั่ง ไม่ควรเปิดอ้าสมุดทิ้งไว้ แบบปล่อยปละละเลย อุปกรณ์ลงองค์พระธรรม ประกอบด้วยเหล็กจาร ลูกปะคำ น้ำมัน ถือเป็นของสูงเก็บไว้ในที่อันควร
 
      Smiley อนึ่ง การรับประสิทธิ์ประสาทคุณธรรม กระทำได้ทุกวัน เวลาใดก็ได้ ไม่ต้องกำหนดฤกษ์ยาม ไม่ต้องเลือกวัน เพราะพระบารมีไม่มีกลางวันกลางคืน พระบารมีไม่มีการพักผ่อนหลับนอน วันพระมีทุกวัน ครูบาอาจารย์น้อมนำคุณธรรมประสิทธิ์ให้ญาติได้ทุกสถานที่ ทุกหนทุกแห่ง ทั่วทุกภูมิภาคของโลก โดยไม่ขึ้นอยู่กับความสวยงามใด ๆ จะทำพิธีที่ใดก็ได้ เช่น ใต้ร่มไม้ ในกระท่อมนา ในเคหะสถานบ้านเรือนทุกรูปแบบ หรือกลางสนามรบ การแต่งกายของครูบาอาจารย์ แล้วแต่สถานภาพของแต่ละอาจารย์ ที่พึงสำรวมเป็นศีลมัย ในสำนักของตน และชุดเดินทางตามความเหมาะสมให้ถูกกาลเทศะ ทั้งนี้ มิให้อุตรินอกรีดนอกรอยที่นอกสาระบบของนักบุญทั้งหลาย
 
      Wink การได้รับคุณธรรมในศิษย์ใหม่บางท่านที่ไม่ค่อยมีเวลาว่าง สร้างองค์พระธรรมใส่ตนเองด้วยตนของตน ควรเอาสังขารตนเองเข้าวิหาร หรือไปที่สำนักของครูบาอาจารย์ พำนักอยู่ ให้ครูบาอาจารย์ช่วยลงองค์พระธรรม แบบแต่งให้เต็มจุน โดยให้ศิษย์ใหม่ผู้นั้น ถวายปัจจัยสนองคุณเอาก็ได้ หรือศิษย์บางท่านอาจเรียนเชิญครูบาอาจารย์บางท่านไปพำนักอยู่ที่รับรองในเคหะสถานของตนเป็นเวลาหลาย ๆ วัน เพื่อแต่งคุณธรรมให้ทั้งครอบครัวก็ได้ แล้วญาติจัดเครื่องรับรองสนองบารมีให้ตามสมควรแก่เหตุในวรรคจุนหนึ่ง ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 12, 2010, 09:52:07 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2009, 09:16:37 AM »

"อายุบวร"

       Wink 2. ภาคการลงองค์พระธรรมสร้างตนตลอดไป
 
      Cheesy (เท่าที่มีเวลา ด้วยจิตสำนึกห่วงใยตนเอง) องค์พระธรรมที่สร้างตน ต้องผ่านการบรรจุใส่ตนโดยมีผู้น้อมนำประสิทธิ์ประสาทให้ อาจจะรับบรรจุโดยตรงจากพระองค์ต้นบรมครู หรือได้รับบรรจุจากอาจารย์อาวุโสก็ได้ โดยการจัดเครื่องบูชาคุณธรรมขอรับเอาให้ถูกหลักธรรมาธิษฐาน บุคคลทั่วไปจะไปคัดลอกเอาองค์พระธรรมจากพระคัมภีร์หรือจากอาจารย์ผู้ใด แล้วไปนั่งภาวนาบรรจุเอาเองแล้วนำไปสร้างใส่ตนเอาเอง โดยไม่มีผู้ประสิทธิ์ให้ ย่อมเป็นโมฆะไม่มีผลบังเกิด จะไม่มีอำนาจพระบารมีที่ไหนรับรอง ศิษย์ใหม่ควรได้รับบรรจุหลักธรรมบ่อย ๆ จากครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ครั้งแรก หรือครูบาอาจารย์ท่านอื่น ๆ อีกก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่วาระของการสร้างบารมี ของเหล่าศิษยานุศิษย์ต่างวาระกันไป
 
      Smiley 2.1 การลงองค์พระธรรมสร้างตน ควรสร้างให้เป็นวรรคเป็นจุน ตามแบบที่พระองค์ต้นบรมครูโปรดศิษยานุศิษย์ในแต่ละวรรค จะมีองค์พระธรรมเป็นชุด เป็นหมวดหมู่ แล้วต้องลงองค์พระธรรมอื่น ๆ เสริมในจุนนั้น ให้ศิษย์ผู้นั้นได้มูลค่าอานิสงส์เต็มจุน เรียกว่าสร้างได้สำเร็จธรรมเป็นวรรคเป็นจุน พระบารมีก็ส่งเหตุตอบสนองเต็มกำลังในวรรคนั้น ๆ ถ้าลงองค์พระธรรมแบบจอดไว้ ตัวอย่างเช่น พระบารมีบัญญัติให้ลงคอ 107 คาง 1007 หัว 1007 แต่ญาติลงจอดไว้เพียง คอ 5 คาง 7 หัว 7 แล้วข้ามเลยไป พระองค์ต้นบรมครูเคยตรัสบอกไว้ว่าเหมือนสร้างบ้านด้วยกระดาน 2-3 แผ่น ก็ไม่เป็นบ้านเป็นเรือนสำเร็จรูป ก็ไม่ได้มูลค่าบังเกิด ผลก็ไม่บังเกิดรับรอง
 
      Wink 2.2 การลงองค์พระธรรมสร้างตนของผู้ปฏิบัติใหม่ และผู้ที่ได้สร้างตนเองมานานพอสมควร ซึ่งพอที่จะน้อมนำคุณธรรมประสิทธิ์ให้ญาติใหม่ได้บ้าง พระองค์ต้นบรมครู เคยตรัสบอกให้พิจารณาห่วงใยตนเองให้มาก ข้อสำคัญสร้างตัวของตนให้มันได้ อย่ามัวแต่ไปห่วงใยคนอื่น ๆ ในเมื่อตนของตนยังสร้างไม่ถึงอานิสงส์ชั้นสูง และสร้างหลักธรรมยังไม่เต็ม บารมียังไม่กว้างแผ่ไพศาล ศิษย์บางท่าน พระบารมีห้องอิทธิฤทธิ์พาออกเหตุญาติไหลแห่ห้อม มัวแต่เพลินเที่ยวออกเหตุตามมูลเดิมเก่าในอดีตชาติ ไม่นานก็ค่อยจืดจางไป มีสาเหตุหลายประการ เช่น สร้างบารมีพ้นห้องอิทธิฤทธิ์ประเด็นหนึ่ง และไม่เที่ยงธรรมพระบารมีถอย หลงอิทธิฤทธิ์ สำคัญว่าตนเป็นผู้สำเร็จกระทำการประสิทธิ์คุณธรรมให้ญาติเกินกว่าอำนาจบุญในตนที่สร้างได้ เกินกว่าสัญญากรรมสิทธิ์แห่งตน เรียกร้องให้ญาติสนองปัจจัยมาก ๆ จึงตกอยู่ในฐานะผู้รับจ้างสร้างบารมีให้แก่ญาติ หนักเข้าเอาตัวไม่รอด (อุปมาลงทุนราคาถูกเอาไปขายกินราคาแพง) ผิดทำนองครองธรรม ผิดวิสัยนักบุญ สะสมทรัพย์นอกกาย ไม่ค่อยแผ่เป็นทานผ่านตัวออกไป

      Wink ที่กล่าวมานี้เป็นข้อให้พึงสังวรแก่ญาติใหม่ เพราะว่ามีตัวอย่างเกิดขึ้นในหมู่ศิษยานุศิษย์ ทั้งในช่วงเวลาที่พระองค์ต้นเป็นสังขารอยู่ และหลังจากที่พระองค์ท่านวางพระสังขารแล้ว มีตัวอย่างที่ละวางการปฏิบัติจำนวนไม่น้อย ด้วยสาเหตุหลายประเด็น ซึ่งเป็นด้วยการไม่รู้จักใช้วิจารณญาณ ให้รู้เท่าในกองสังขารวิญญาณของตน
 
      Wink อนึ่ง การลงองค์พระธรรมสร้างตน สำหรับญาติใหม่ผู้เคร่งครัด ซึ่งไม่ค่อยมีปัจจัยโภคทรัพย์ในการสนองบารมี ก็ใช้ความวิริยะอุตสาหะ เพียรสร้างตน ทั้งขยันประกอบกิจการงานเลี้ยงตน และครอบครัว แล้วยังมุ่งมั่นบำเพ็ญปฏิบัติตนด้วยการสร้างอานิสงส์ภาวนามัย เอาหยาดเหงื่อแรงงานที่อุตส่าห์อดตาหลับ ขับตานอน มุมานะสร้างตนเป็นกิจวัตร พระบารมีก็บันทึกเป็นบุญสะสมให้ได้อานิสงส์ต่างวาระกันไป ญาติทั้งหลายก็อย่าห่วงใยคนอื่นเขา สำคัญที่ตนสร้างให้มันได้ อย่างเพิ่งรีบตั้งตนเป็นอาจารย์โปรดญาติกันนัก จุดที่พระองค์ต้นบรมครูเน้นเป็นข้อสำคัญที่สุด คือ การสร้างตนให้มันได้ ถือให้เที่ยงธรรม ส่วนศิษยานุศิษย์ผู้ใดจะกู้ญาติได้มากน้อยถือเป็นเรื่องธรรมดา พระองค์ท่านเคยตรัสบอกให้รู้จักพิจารณา ศิษย์บางท่านกุศลลึก ถือเที่ยงธรรม นิ่งเฉยวางตัวทำเป็นโง่ ๆ เซ่อ ๆ จนถูกมองข้าม ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว และเจตนาจะเอาตัวรอดเพียงผู้เดียวของศิษย์ผู้นั้น
 
       Shocked 2.3 การลงองค์พระธรรมสร้างตน พยายามตั้งจิต สำรวมจิต ยั่งลมหายใจเข้าออก นึกขึ้นได้ก็ตั้งสัญญานะ จิตจดจ่อองค์พระธรรมที่ลงในจุดที่ลงใส่สังขาร พยายามขมวดหัวอักขระองค์พระธรรมให้ครบตามสูตรที่บัญญัติไว้ จะได้ผลเต็มกำลังตามพระบารมีบัญญัติ อย่าลงแบบรีบร้อน แบบสุกเอาเผากิน ดั่งเช่น พระบารมีบัญญัติให้สร้างตน องค์พระธรรมองค์นะกำจัดมารเบื้องล่าง ห้องหัว 15 รอบ ญาติบางท่านพอจ่อเหล็กจารลงขมวดหัวอักขระวนได้ 4-5 รอบแล้วโมเมเอาเป็น 15 แล้วลากเหล็กจารต่อให้ครบองค์ทุก ๆ จุด ที่ต้องขมวด 15 รอบ นับแบบโมเมเอาทางจิตเป็นเรื่องที่ผิดแบบแผน เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ผลได้จะไม่คุ้มแก่ตน เสียเวลา เสียผลประโยชน์ ในสิ่งที่ควรได้ประโยชน์ เหนื่อยเปล่า ๆ ศิษย์ทั้งหลายจึงตั้งใจสร้างตน เพราะว่าองค์พระธรรมแต่ละวรรค แต่ละองค์ลงแล้วก็แล้วกันไปแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ต้องวนเวียนลงซ้ำย้อนหลังเริ่มใหม่ทั้งปีทั้งชาติ (ยกเว้นองค์นะกุศลที่ต้องสร้างเสริมจุนตลอดชั่วอายุขัย) การสร้างองค์พระธรรมใส่ตน เป็นเรื่องของวิญญาณในสังขารได้รับองค์พระธรรม แต่งประดับไว้ในวิญญาณ แต่งเสร็จโดยสมบูรณ์ก็แล้วกันไปในวรรคหนึ่ง ๆ
 
      Wink 2.4 การลงองค์พระธรรมสร้างตนด้วยตัวเอง โดย “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” เป็นอานิสงส์เพิ่มพูนแก่ตนเต็มกำลังในแต่ละวรรค ศิษย์เก่าบางท่านที่ได้เฝ้าปรนนิบัติรับใช้พระองค์ต้นบรมครูอย่างใกล้ชิด มักได้อานิสงส์เกิดเป็นบุญสะสมจากการช่วยจดบันทึกตัวดับล้างให้ญาติ คัดองค์พระธรรมให้ญาติ คอยลงองค์พระธรรมให้ญาติ หลังจากพระองค์ท่านบรรจุหลักธรรม โปรดญาติเสร็จ ได้ร่วมบรรจุหลักธรรมพร้อม ๆ กับญาติ ผู้เข้าเฝ้ารับโปรด แล้วก็มานั่งลงสร้างใส่ตน บางส่วนก็ลงใส่ตนแบบจอดไว้ บางวรรคก็ลงใส่เต็มจุน คุณความดีที่ได้ปรนนิบัติรับใช้ ช่วยแบ่งเบาภาระการโปรดญาติ และลงหลักปราบมารเป็นเวลาหลายปี พระบารมีก็รวบรวมเป็นอานิสงส์ให้ ศิษย์ใหม่ทั้งหลายผู้มุ่งหวังจะเอาดีด้วยการบำเพ็ญสร้างตนให้มีบุญญาบารมีแก่กล้า จึงต้องใช้ความเพียรพยายามกอดหลักธรรมให้แม่นมั่น โดยจิตอย่าได้ไขว้เขว (เป็นนิวรณ์คือความลังเล) ต้องเป็นผู้มีอุดมการณ์ชีวิตอย่างแรงกล้าแบบมอบกายถวายชีวิต โดยมีปณิธานว่า ชาตินี้ขอตายไปกับหลักธรรมนี้ พระบารมีเบื้องบนรู้เห็นวิถีจิตของท่านอยู่ตลอดเวลา จะสาธุการแก่ศิษย์เป็นอย่างมาก
 
      Smiley 2.5 การลงองค์พระธรรมใส่ตน ลงให้ถูกทางอย่าให้องค์พระธรรมกลับหลัง (ประดุจดังเขียนหนังสือกลับหลัง) องค์พระธรรมบางองค์มีพยัญชนะ มีนาคราชหนุนหลายชั้น แล้วมีเทินขึ้นบนเป็นพยัญชนะ เป็นโสด เป็นโม เป็นพัดจุฬี หลาย ๆ ชั้นในแต่ละองค์ แต่ตำแหน่งที่ลงบนสังขารเป็นจุดจำกัด ให้ลากเหล็กจารเขียนลงทุกตอน โดยย้ำเหล็กจารย่อองค์พระธรรมให้เล็กให้อยู่ในตำแหน่งบริเวณที่ลงนั้น จิตผู้ลงต้องจดจ่อ ลงให้ถูกต้องอย่าให้ขาดตอน ลงองค์พระธรรมใส่ตน พระองค์ต้นบรมครูให้ใช้น้ำหรือน้ำมันเป็นสื่อเชื่อมใส่สังขาร ศิษย์จึงใช้น้ำหรือน้ำมันทาชโลมที่จะลงก่อน หรือใช้เหล็กจารจุ่มลงก่อนลงองค์พระธรรม
 
     2.6 องค์พระธรรม ที่พระองค์ต้นบรมครู บัญญัติวางหลักธรรมไว้เป็นจำนวนมาก เพราะว่าคุณธรรมมีจำนวนมากเหมือนต้นไม้ หรือเปรียบได้กับจำนวนดวงดาวบนท้องฟ้า ศิษย์ทั้งหลายจึงไม่จำเป็นต้องได้สร้างหลักธรรมครบจุนทุกองค์ และไม่มีการสร้างค่านิยมประชันขันแข่ง การมีองค์พระธรรมมากกว่ากัน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับกองสังขารวิญญาณของตน ฉันใดที่ศิษย์ทั้งหลายไม่รู้เท่าในกองสังขารวิญญาณของตน ก็จะไม่รู้เท่าธรรม ศิษย์ทั้งหลายพึงสร้างได้มากน้อยต่างกรรมต่างวาระขึ้นอยู่กับการจัดเครื่องบูชา ตั้งสนองคุณธรรม ขอรับเอาในแต่ละวรรค ขึ้นอยู่กับการตั้งกองการกุศลสังฆทาน ไถ่ถอนโทษทัณฑ์ ได้รวบอานิสงส์สังฆทาน ได้รับการบรรจุหลักธรรม หลายองค์เสริม จุน ในวรรคนั้น พระบารมีเบื้องบนก็วางสัญญาบันทึกกุศลกรรมไว้เบื้องบนโลกทิพย์ ศิษย์ก็สร้างองค์พระธรรมให้เต็มจุนเฉพาะล็อคนั้น ๆ ให้เต็มบัญญัติ จึงเรียกว่า สร้างได้มูลค่าเป็นวรรค กระทำอย่างนี้หลาย ๆ ล็อค แล้วแต่โอกาสของศิษย์แต่ละบุคคล ค่อยทำไปสร้างไป ครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ ประสาท คุณธรรมให้ญาติ แบบบรรจุหลักธรรมให้เป็นวรรค มุ่งหวังแต่งหลักธรรมเสริมจุนให้ญาติ แบบเอาเหตุเอาผลโดยสมบูรณ์แบบเบ็ดเสร็จ จึงเป็นการกระทำที่ถูกต้อง และเป็นการเจริญรอยตามพระองค์ต้นบรมครูอย่างเที่ยงแท้แน่นอน

      Smiley 2.7 ศิษย์ใหม่อาจผลัดกัน ลงองค์พระธรรมให้กันและกันก็ได้ ในบางตำแหน่ง ในสังขารที่ลงเองไม่ได้ ศิษย์ทั้งหลายควรใช้เหล็กจารลงองค์พระเพียงอันเดียว ไม่ควรใช้ครั้งละหลาย ๆ อัน
 
      Smiley 2.8 การลงองค์พระธรรมใส่ตนในแต่ละวรรค ให้สัมพันธ์กับบทดับล้างฟอกฝนวิญญาณ บางบทต้องลงองค์นะกุศลเสริมในวรรคนั้น ซึ่งเมื่อมีการลบออกก็ต้องมีการเพิ่มค่าเป็นบวกเข้า

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2010, 09:16:27 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2009, 09:49:37 AM »

3. ภาคการดับล้างฟอกวิญญาณในตน

      Cheesy การดับล้าง กล่าวโดยใช้ศัพท์ทางวิชาการ เรียกว่า “การปฏิรูปวิญญาณ” ซึ่งเป็นการพัฒนาวิญญาณในกองสังขารของตนให้เกิดการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ภายในสูตรธาตุธรรมที่ปรุงแต่งประชุมร่วมกัน อยู่ในกองสังขารทุกส่วน ที่เป็นวิญญาณซ้อนรูปสังขาร อยู่สังขาร เป็นเรือนร่างให้วิญญาณเป็นผู้อยู่อาศัย สังขารเป็นผู้พาวิญญาณสร้างบารมี สังขารต้องเป็นตัวพาปฏิรูปวิญญาณ

      Wink ก่อนที่จะเอาพระเข้ามายั่งสถิตอยู่ จะต้องปัดกวาด เช็ดถู ขัดสีฉวีวรรณ วัดวาอารามนั้นให้สะอาด น่าอยู่ น่าอาศัย  อย่างร่มเย็นเป็นกุศล คุณพระก็จะยั่งสถิตอยู่อย่างสถิตสถาพร ถ้าหากวัดวาอารามในสังขารผู้นั้น มีแต่ความสกปรกรกรุงรัง มีแต่ความเสื่อม มีซ่องโจรป่าเถื่อนเสนียดจัญไร คุณพระก็ไม่มายั่งสถิตอยู่ ดังนั้น ผู้ปฏิบัติธรรมจึงต้องมีวิธีขัดสีฉวีวรรณ วัดวาอารามในกองสังขารของตน เพื่อให้คุณพระมาอยู่มาก ๆ ซึ่งเป็นเหตุผลในการเข้าถึงคุณธรรมชั้นสูง ผู้ไม่ได้ดับล้างจะมีผีอยู่เต็มตัว ต่างกรรมต่างวาระอยู่ที่การเสพอาหาร มั่วสุมโลกีย์วิสัย และการทำลายกุศลธรรมในกองสังขารด้วยการเสพสิ่งเมถุน สุรายาเสพติด วัตถุมีพิษ ในบุคคลที่เกิดมาเพื่อลดชั้นตนเอง และกลายเป็นมนุษย์นอกศาสนาโดยไม่รู้ตัว ผีจึงมีเชื้อสายสิงเกาะสุมอยู่ในตัวคนด้วย

    Cheesy   อนึ่งเมื่อมนุษย์มีแต่ความเสื่อมโทรม  สะสมวิญญาณตัวอกุศลธรรมไว้ในกองสังขาร หลายชาติเรื่อยมา ความสกปรกรกรุงรังก็ติดวิญญาณเวียนว่ายตายเกิด ตัวอกุศลก็ติดตามปรุงแต่งต่อภพต่อชาติ เรียกว่าตกอยู่ในกองทุกข์ พระองค์ต้มบรมครูจึงให้ศิษย์ดับล้างออก ล้างกองสังขาร ปฏิรูปวิญญาณในตัวตน หรือปฏิวัติธาตุธรรมในองค์การกายนครแบบเบ็ดเสร็จ

      Shocked ภาคการดับล้างฟอกวิญญาณในตัวตน ควรปฏิบัติเป็นกิจวัตร

      Grin มีเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการปฏิบัติคือ

   1. เทียนจุดตั้ง และเทียนจุดเป่าไฟ หรือใช้ตะเกียง 2 ลูกแทนการใช้เทียนก็ได้
   2. สมุดตัวดับล้าง (ตัวมลทินมัวหมองในวิญญาณมนุษย์)
       - บทฝึกสำหรับญาติใหม่
       - ตัวดับล้างส่วนตัว (เฉพาะราย)
   3. สถานที่ดับล้าง ห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และไม่ประเจิดประเจ้อ
   4. ผู้ปฏิบัติ สังขารทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถาบัน ทั้งญาติใหม่ ญาติเก่า ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย
   5. กาลเวลา ได้ทุกเวลาที่มีความพร้อม โดยไม่ต้องให้ว่าง ต้องเจียดเวลาเอาให้ได้ในวันหนึ่ง ๆ ได้
       ทั้งเช้าและยามค่ำคืนยิ่งดี ผู้ที่มีเวลาว่างมากควรทุ่มเทดับล้างวันละหลายครั้ง วันใดติดกิเลสจากกลุ่ม
       ชนมาก ๆ ในแต่ละวันควรดับล้างมากกว่าปรกติ
   6. ขันใส่น้ำสะอาด มีขนาดใบใหญ่ พร้อมแป้งหอม มีไว้สำหรับกรวดน้ำ
   7. เครื่องช่วยอื่น ๆ เช่น ตลับเทปอัดบทดับล้าง สำหรับผู้อ่านหนังสือไม่ออก จัดให้เฉพาะราย

      Shocked ขั้นตอนปฏิบัติการดับล้าง

     1. จุดธูปเทียนอาราธนาถวายสักการบูชาก่อนลงมือดับล้างของวันหนึ่ง ๆ (ท่านผู้ใดดับล้างตลอดวันไม่ต้องจุดธูปบูชาหลายครั้ง)
      
     2. การสำรวมกายภาวนาตั้งธาตุ หนุนธาตุ ปั่นพลังวิญญาณธาตุภายในกองสังขาร ผู้ปฏิบัติควรภาวนาได้ปากเปล่า ปั่นกายให้ได้ไม่ต่ำกว่า 17 ครั้ง ควรฝึกสำรวมกายและจิต ภาวนาตั้งธาตุ สูดลมให้ลึก การแสดงท่านั่งปฏิบัติ ถ้าเข้ากลุ่มปฏิบัติพร้อม ๆ กันในสำนักของอาจารย์ ควรนั่งพับเพียบให้เป็นศีลมัย เป็นรูปแบบเดียวกัน สำหรับผู้ปฏิบัติซึ่งบำเพ็ญอยู่ในเคหะสถานส่วนตัว มีห้องส่วนตัวไม่ประเจิดประเจ้อ จะเลือกท่านั่งในการดับล้างตามสะดวก หรือตามชอบใจก็ไม่เป็นการผิด ผู้สูงอายุอาจนั่งบนเก้าอี้ดับล้างบนโต๊ะ เหมือนนักเรียนอ่านหนังสือก็ได้ นั่งยอง ๆ หรือนั่งเหยียดขาก็ได้ เพื่อให้เลือดลมในกองสังขาร หมุนเวียนไปทั่วสรรพางค์กายโดยสะดวก

     3. การตั้งใจกล่าวคำดับล้างด้วยจิตจดจ่อ อย่าให้สติลอยวอกแวกนึกคิดไปทั่ว ๆ ให้อ่านออกเสียงพอได้ยินและชัดถ้อยชัดคำแล้วจึงเป่าไฟ ช่วงจังหวะการดับให้ดับช้า ๆ แบบพระองค์ต้นบรมครู กล่าวคำเสริมให้ชัดถ้อยคำ อย่าพูดแบบรุกรน หรือเร็วจนฟังไม่ได้ศัพท์ แบบสุกเอาเผากิน ซึ่งทำพอแล้ว ๆ ให้ผ่านไปวันๆ จะเหนื่อยเปล่าๆ ได้ผลไม่เต็มที่ ไม่ต้องกังวล ว่าบทดับล้างยาวหลายหน้ากระดาษ แล้วรีบดับล้างให้จบเร็วๆ (เอาคุณภาพไม่เอาปริมาณ)

     4. การเป่าลมปราณใส่ไฟเทียน หรือตะเกียงที่ถืออยู่ในมือ เมื่อกล่าวคำดับล้างแล้วยกมือด้านหนึ่งรองรับให้ไฟดับบนฝ่ามือ

     5. การหยุด เว้นวรรค เพื่อภาวนาตั้งธาตุ หนุนธาตุ เมื่อดำเนินการดับล้างไปได้ 9-10 บรรทัด หรือ หนึ่งหน้ากระดาษ ปั่นกายหลาย ๆ ครั้ง สูดลมอัดเข้าปอดลึก ๆ แล้วค่อยผ่อนลมออกทีละน้อยให้เกิดการจรุงธาตุภายใน แล้วดับล้างเป่าไฟไปเรื่อย ๆ จนพอใจ บทดับล้างบทหนึ่งเราจะหยุดพักไว้ตอนใดก็ได้ แล้วค่อยหาเวลาดับล้างต่อ

        6. การภาวนาธาตุหนุน หลังจากดับล้างจนพอใจแล้ว ตั้งใจว่าตอนนี้เอาเพียงแค่นี้ นั่งพนมมือพับเพียบภาวนาธาตุ ปั่นกายหลาย ๆ ครั้ง เสร็จแล้วภาวนาองค์พระธรรม องค์ต่าง ๆ เข้ามาหยั่งจนพอใจ แล้วลุกขึ้นไปกรวดน้ำ

      7. การกรวดน้ำหลังจากดับล้าง ผู้ปฏิบัติควรท่องบทกรวดน้ำให้จำได้ ตักน้ำสะอาดเต็มขันใส่แป้งหอม หรือน้ำอบให้มีกลิ่นหอม เพราะว่าพวกวิญญาณทั้งหลายเขาชอบของหอม แล้วเทน้ำลงไปในที่สะอาด กล่าวบทกรวดน้ำไปค่อย ๆ หยาดน้ำลงไปจนพอใจ
 
        ข้อควรคำนึง  เรื่องการดับล้าง ในเมื่อเหล่าศิษย์ทั้งหลายยังคงรับประทานอาหารอยู่ในชั่วชีวิตนี้ พระองค์ต้นบรมครู ตรัสบอกไว้ว่า อย่าได้ละทิ้งการปฏิบัติ บางท่านไม่ได้กระทำทุกวันก็อย่าได้ละทิ้ง

        ข้อเตือนใจ สำหรับศิษย์ผู้ปฏิบัติธรรมสายสัญญาโดยทั่วไป บางท่านอุตริเปิดคำดับล้างให้ญาติใหม่โดยนึกเดาสุ่มว่าไป โดยมองพิจารณาเปิดในกองสังขารแก่ศิษย์ใหม่มิได้ จึงไม่สมควรกระทำ บางท่านที่ยังไม่หยั่งรู้เท่ากองสังขารวิญญาณของตน แต่อวดอุตริเปิดคำดับล้างเอง แบบนึกเดาสุ่มเอา โดยการนั่งดับล้างแหงนเงยหน้าดูท้องฟ้า นึกหาไปแบบเหวี่ยงแหไปทั่ว ๆ ลำแม่น้ำ เหวี่ยงทั้งวันไม่ถูกปลาสักตัว เท่ากับเหนื่อยเปล่า ๆ หรือถูกบ้างก็ไม่คุ้ม นาน ๆ จะได้สักตัวหนึ่ง

        ข้อสนับสนุน ขอให้เหล่าคณาญาติสายกุศลทั้งหลาย ขอจงจำเริญรอยตาม แนวทางซึ่งพระองค์ต้นบรมครูวางไว้เถิด หมั่นบำเพ็ญปฏิบัติตน ขอท่านจงเป็นผู้ตื่นเถิด ขอท่านจงเป็นผู้หลุดพ้นจากทุกข์ ได้ปลดเปลื้องกรรมกิเลสด้วยการดับล้างเถิด ขอท่านจงลงมือปฏิบัติตนเป็นกิจวัตรเถิด นับได้ว่าท่านไม่เสียทีที่ได้เกิดมา เป็นกำไรชีวิต ชาตินี้เกิดมาแล้วได้ล้างเวรล้างกรรมตัดเวรตัดกรรม ได้ขจัดกรรมกิเลสตัวอวิชาออกจากตัวตน นับได้ว่าเกิดมาโชคดี  เป็นผู้มีกุศลล้นโลกแล้วที่ได้พบผู้นำพาล้างเวรล้างกรรมให้เห็นทันตาได้ในชาตินี้

       ข้อได้ดี จากการได้ดับล้างพวกวิญญาณในตัวตน เผาล้างตัวอกุศลธรรม วิญญาณเชื้อสายพญามาร ตัดสายโยงวาโยฝ่ายชั่วออกจากตัวตน เผาล้างธาตุเมืองอบายภูมิผู้ปฏิบัติจะมีแต่ข้อได้ดี มีมรรคผลบังเกิดดังนี้

      1. วิญญาณจะใสสะอาด บริสุทธิ์ผุดผ่อง ปราศจากอวิชชาครอบงำ มองด้วยจักษุทิพย์จะขาวนวล
          เปล่งรัศมี ผิดไปจากวิญญาณมนุษย์ธรรมดาสามัญ โดยทั่วไป
      2. พวกกลุ่มสาริกธาตุมลทิน ศีลไม่บริสุทธิ์ จากเวรกรรมที่ติดวิญญาณมาแต่อดีตชาติ และชาตินี้
          จะค่อยเบาบางลง จนกระทั่วหมดสิ้นไป
      3. ตัดสายโยงวาโยวิญญาณธาตุ เชื้อสายพญามารออก บรรดาอธรรมทั้งหลาย ไม่สามารถ
          ทำลายล้างฝ่ายธรรมะได้ จึงพ้นจากศัตรูหมู่มารทุกประเภท ทั้งที่มีสังขารและเหล่าวิญญาณ
          อุบาทว์สารพัดชนิด
      4. พระบารมี มายังส่งสายโยงวาโยธาตุกายสิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ทุกประการมาประคับประคองสังขาร มี
          พญานาคราช คอยปกป้องคุ้มครอบ และประหารวิญญาณมาร บรรดาเทพอิทธิฤทธิ์ จะคอยส่ง
          พลังบรรลัยจักร ประหารวิญญาณอุบาทว์ช่วย และช่วยให้พ้นภัยจากมนุษย์ทั้งหลาย
      5. เมื่อกองสังขารมีวิญญาณอันปราศจากอาสวะกิเลส สิ่งสกปรกรกรุงรังได้ถูกเผาล้างจนเตียน และ
          น้ำไม่ดีก็แห้งขอดไป จะส่งผลให้บรรลุทางจิต เกิดในมโนบุบผัง มีพระบารมีมาเทียบเข้าภวังค์
          ทำให้แจ้งในจิตแตกหลักธรรม มีวิจารณญาณสูง
      6. ได้เป็นมนุษย์ชั้นอริยะชน ชนชั้นผู้มีวิญญาณเข้าถึงคุณธรรมอันบริสุทธิ์ของศาสนา เรียกว่า
           ชนชั้นผู้ประเสริฐ มีวิญญาณเป็นพระอยู่ภายใน ในยุคนี้
      7.  กองสังขารเป็นธรรม บังเกิดบุญสะสมทางภาวนามัย และศีลมัยไปพร้อม ๆ กัน
      8.  เมื่อวิญญาณได้รับการปฏิรูปเป็นสูตรใหม่ จะแปรเปลี่ยนระบบปฏิพัทธ์ธาตุธรรมทั้ง 4 ใน
           องค์การ กายนคร เป็นสื่อสายโยงวาโยโดยมีวิญญาณเหล็กไหลลิงค์มาเชื่อมให้พระบารมีลง
           สรวมได้ง่าย  วิญญาณในกองสังขารจะมีพลังชูในกองสังขารขึ้น สามารถทะบารมี ชูสังขารแสดง
           เหตุให้พิจารณาได้
      9.  เพิ่มพูนค่าอริยทรัพย์ภายในต่อเนื่องจากกุศลมูลเดิมอดีตชาติ มากขึ้นเป็นทวีคูณ และ
           โภคทรัพย์  มนุษย์สมบัติก็ออกรับรองมาตามสายญาติ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 13, 2009, 12:15:43 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2009, 12:21:13 PM »

4. ภาคการทำสังฆทาน

       การจัดกองการกุศลสังฆทาน มีสองประเด็น เพื่อให้ถูกจุดประสงค์ของผู้ปฏิบัติธรรมตัวตนหนึ่ง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องของวิญญาณส่วนบุคคล มีพันธะทางศีลธรรมกับโลกวิญญาณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรรม กรณีทางวิญญาณของตนต่างกรรมต่างวาระกันไป

       สังฆทานประเด็นแรก มุ่งประเด็นสนองแก่เจ้ากรรมนายเวร เรียกว่า “สังฆทานแก้เวร” เพื่อเป็นการไถ่ถอนโทษทัณฑ์ ตามบัญชีบาป ในคดีธรรม ซึ่งเจ้ากรรมนายเวรได้บันทึกไว้ ในศาลสถิตยุติธรรมของโลกวิญญาณ ด้วยเหตุผลที่ผู้ปฏิบัติธรรมจะกู้เอาวิญญาณของตนข้ามพ้นโลกเวียนว่าย จะต้องแก้ไขกรรมกรณีแต่ละด่านปราการ ที่เป็นคดีธรรมผูกมัดไว้เป็นวรรค ๆ เรียกว่าจะเดินไปหน้าต้องแก้พันธะกรณีข้างหลังให้หมดจึงจะไปได้

       สังฆทานประเด็นหลัง เป็นสังฆทานเพื่อเพิ่มมูลค่ากุศลมูลเดิม เสริมจุนต่อเนื่องให้มีอานิสงส์สูงขึ้น เปรียบประดุจดังฝากเงินไว้ในธนาคารเพื่อสะสมทรัพย์แบบฝากประจำ เรียกสังฆทานประเด็นหลังนี้ว่า “สังฆทานเสริมจุนต่อไปในพระศาสนา” เป็นการเสริมบุญญาบารมีให้ตนมีอำนาจคุณธรรม และมีบารมีอำนวยการแผ่รัศมีไปในโลกกว้างหลายโยชน์

       โครงสร้างภาคกองการกุศลสังฆทาน ประกอบด้วย

      1. ประธานจัดการน้อมนำรวมอานิสงส์สังฆทาน จะต้องมีบุญญาบารมีแก่กล้า ได้รับการอำนวยการรับรองจากพระบารมีองค์พระผู้สำเร็จทุกกระทรวง ซึ่งต้องเป็นอาจารย์อาวุโส ที่มีฐานะทางวิญญาณสำเร็จธรรมศาสตร์ชั้นสูงของภาคโลกวิญญาณทิพย์เบื้องสูง
      2. ผู้ปฏิบัติธรรมบุคคลหนึ่ง ๆ หรือนักบุญ หรือบุคคลโดยทั่วไป ในกรณีเฉพาะราย หรือคู่สามีภรรยา หรือรวมทั้งครอบครัว เป็นผู้จัดการกองการกุศลสังฆทาน ซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าภาพ
      3. เครื่องบูชาคุณธรรมสนองบารมี ตามธรรมาธิษฐานตั้งไว้ จะให้ถูกต้องที่สุดควรจัดถาดเป็นการส่วนตัวเฉพาะราย
      4. เครื่องอุปโภค บริโภค ที่ภพมนุษย์ใช้ในการดำรงชีวิต และมีผลต่อวิญญาณที่ติดอยู่ในโลกเวียนว่ายที่ล่องลอยอยู่ในชั้นอากาศและทั่วพื้นปฐพี ในกรณีแก้เวรให้เกิดการไถ่ถอนโดยเร็ว และให้วิญญาณต่าง ๆ ได้เสพโดยทันที ควรเป็นโภชนาหารที่ปรุงสำเร็จรูปแล้ว เมื่อทำพิธีรวบสังฆทานเสร็จ สังขารผู้อื่นได้รับประทานโภชนาหารนั้นโดยเต็มที่ ไม่เหลือทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากผู้มารับเอาโภชนาหาร มีจิติอยากได้อยากเสพโภชนาหารนั้นมาก ผู้กระทำสังฆทานก็จะได้อานิสงส์แรง เป็นบุญแก่ตนอย่างสมเจตนา

      อนึ่ง ในกรณีแก้เวรเฉพาะราย พระบารมีอาจเปิดให้สนอง โดยใช้เครื่องอุปโภคบริโภคจำนวนมากหรือน้อย ซึ่งแล้วแต่วรรคของเวร ที่ต้องแก้ในวรรคจุนนั้น ๆ ทำตามเป้าหมาย แก้อย่างถูกจุดหมาย ทำอย่างผู้รู้ต้นสายปลายเหตุ ให้เกิดการลุแก่โทษแล้วเสร็จไปทีละวรรค โดยสมเจตนาของผู้แก้ ซึ่งไม่ทำแบบเลื่อนลอยและไม่ถูกจุด ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้นจะมีองค์พระผู้สำเร็จกระทรวงธรณีศาลโลก และกระทรวงยุติธรรม เป็นฝ่ายคอยจัดงานอยู่เบื้องบน เพื่อให้ลุเวรลุกรรมในบัญชีดำที่ถูกบันทึกไว้ในบัญชีบาปส่วนบุคคลเฉพาะราย ตั้งแต่ครั้งปุเรนชาติใด ๆ ก็ดีจนถึงชาติปัจจุบันนี้ ภาคแก้เวรด้วยสังฆทานโภชนาหารที่ปรุงสำเร็จรูปนี้ จำเป็นต่อญาติผู้ปฏิบัติใหม่อย่างมาก เพราะว่าจะทำให้หลุดพ้นจากวิบากกรรม ทั้งคดีโลก คดีธรรม ที่ทำให้ชีวิตมีอุปสรรคนานัปการ ให้ผ่านพ้นไปอย่างเห็นทันตา ถึงแม้จะยังไม่ถึงกับลุเวรลุกรรมในวรรคจุนนั้น ๆ ก็ทำให้ผ่อนหนักเป็นเบา ปัญหาชีวิตก็จะคลี่คลายไปในทางดีขึ้นเรื่อย   ๆ สำหรับเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานนั้น เน้นในสิ่งที่เป็นตัวปัจจัยบำรุงกองสังขารผู้มีวิญญาณเป็นพระ หรือใช้บำรุงสังขารเพื่อสร้างคนให้เป็นพระ เอื้ออำนวยให้นักบวชนักบุญผู้ปฏิบัติธรรม ได้เป็นปัจจัยบำรุงกองสังขารไว้  เพื่อให้สังขารของตนมีชีวิตดำรงอยู่ได้ และได้พาวิญญาณของตนบำเพ็ญสร้างสมบารมีตลอดไป เครื่องอุปโภคบริโภค ที่กล่าวตอนหลังนี้อาจอยู่ในรูปที่ยังมิได้ปรุงประกอบเป็นอาหาร ครูบาอาจารย์เรียกเครื่องสังฆทานเหล่านี้ แบบภาษาพื้นบ้านว่า สังฆทานยาว หมายถึงเก็บไว้กินไว้ใช้ได้ในระยะเวลาหลาย ๆ วัน อาทิเช่น อาหารปรุงสำเร็จบรรจุห่อ กระป๋อง อาหารแห้ง และเครื่องประกอบอาหารคาว หวาน ตลอดจนเสื้อผ้าอาภรณ์ และเครื่องใช้สอยในชีวิตประจำวันที่จำเป็น เครื่องสังฆทานยาวนี้ ศิษยานุศิษย์ทั้งหลายมักทำในเจตนาสร้างอานิสงส์เสริมจุนให้สูงส่งยิ่งขึ้น

      5. การกรวดน้ำอุทิศกองการกุศลส่งไปถึงเหล่าวิญญาณที่มีเวรต่อกัน ที่รอเวลาจองเวรในวาระต่อ ๆ ไป ให้มารับกองการกุศลสังฆทานในวรรคนั้น ๆ โดยมีตัวการนำส่ง คือเจ้ากรรมนายเวรควบคุมวิญญาณเหล่านั้นมารับ การกรวดน้ำนี้ศิษย์ผู้จัดการกองการกุศลสังฆทาน ต้องให้ผู้เป็นประธานรวบรวมสังฆทานนำพาสาธุการถึงพระบารมี เจ้ากรรมนายเวร และวิญญาณสังขารมนุษย์สรรพสัตว์ทั้งหลาย แล้วนำพากรวดน้ำ การกรวดน้ำแก้กรรมกรณีของศิษย์เฉพาะราย จะให้ถูกต้องที่สุด ควรให้ศิษย์ผู้นั้นได้กรวดน้ำเป็นรายบุคคล กรวดน้ำทีละมาก ๆ ให้วิญญาณมารับโดยทั่วถึง
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2009, 09:47:43 AM »

 Grin "อายุบวร"

      Shocked จากภาค ๓  ภาคการดับล้างฟอกวิญญาณในตน

คอลัมน์ ๒   ก่อนที่จะเอาพระเข้ามายั่งสถิตอยู่ จะต้องปัดกวาด เช็ดถู ขัดสีฉวีวรรณ วัดวาอารามนั้นให้สะอาด น่าอยู่ น่าอาศัย  อย่างร่มเย็นเป็นกุศล คุณพระก็จะยั่งสถิตอยู่อย่างสถิตสถาพร ถ้าหากวัดวาอารามในสังขารผู้นั้น มีแต่ความสกปรกรกรุงรัง มีแต่ความเสื่อม มีซ่องโจรป่าเถื่อนเสนียดจัญไร คุณพระก็ไม่มายั่งสถิตอยู่ ดังนั้น ผู้ปฏิบัติธรรมจึงต้องมีวิธีขัดสีฉวีวรรณ วัดวาอารามในกองสังขารของตน เพื่อให้คุณพระมาอยู่มาก ๆ ซึ่งเป็นเหตุผลในการเข้าถึงคุณธรรมชั้นสูง ผู้ไม่ได้ดับล้างจะมีผีอยู่เต็มตัว ต่างกรรมต่างวาระอยู่ที่การเสพอาหาร มั่วสุมโลกีย์วิสัย และการทำลายกุศลธรรมในกองสังขารด้วยการเสพสิ่งเมถุน สุรายาเสพติด วัตถุมีพิษ ในบุคคลที่เกิดมาเพื่อลดชั้นตนเอง และกลายเป็นมนุษย์นอกศาสนาโดยไม่รู้ตัว ผีจึงมีเชื้อสายสิงเกาะสุมอยู่ในตัวคนด้วย

       Angry ก็อยู่ใน VCD แผ่นที่แจกให้ลูกศิษย์ที่ยกถาดไปนั่นแหละ  แต่มีคนส่วนน้อยมากที่จะอ่าน  ส่วนมากคิดว่าตัวเองนั้นมีฤทธิ์มาก บารมีสูง  จึงไม่ได้สนใจในเรื่องดับล้าง  ในร่างกายจึงมีสิ่งที่สกปรกรกรุงรัง  ซึ่งถ้าเป็นบ้านก็ไม่เคยที่จะทำความสะอาดเลย ก็คงจะเป็นบ้านที่ไม่น่าอยู่  ใครก็ไม่อยากจะไปเยี่ยมและเสวนาด้วย  ถ้าเป็นวัดไหนที่ไม่สะอาด ประชาชนก็คงจะไม่อยากเข้าไปทำบุญ

       Azn คนที่มีเชื้อสายลิงเกาะสุมอยู่ในตัว  พวกนี้แม้จะมีฤทธิ์เล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะได้มาจากฤทธิ์ขององค์พระธรรม  ก็หลงตัวเอง โดยเฉพาะพวกที่สามารถทำเว็บให้อาจารย์ประหยัดเขียน  ก็คิดว่าแม้แต่อาจารย์ประหยัดยังไม่มีความสามารถทำเว็บได้เอง  ต้องอาศัย นายธนากร ปุสสวงศ์ อาศัยนายโอภาส  ซึ่งความมุ่งหมายแต่แรกในการทำเว็บขึ้นมานั้น ก็ได้มองไกลไปว่า  ในที่สุดก็จะโปรโมทตัวเอง  โดยอาศัยอาจารย์ประหยัด  ไม่ได้มีจิตเจตนาที่จะทำเว็บเพื่อนำสายสัญญาไปช่วยเหลือคนอื่น  ในที่สุดเมื่อลืมตัว  บารมีที่เคยได้ยินและชอบอ้างแถว ๆ วิหารใหญ่  ก็เลิกสนใจในบรรดาศิษย์เหล่านี้  พวกนี้ก็จะถูกพระบารมีให้ถอยห่างหรือพูดง่าย ๆ ก็คือ กำจัดออกไปจากสายสัญญาของอาจารย์ประหยัด

      Grin แม้ศิษย์คนสุดท้ายที่เริ่มจะดัง อย่างนายเล็ก  เพราะมัวแต่เอาสายสัญญาไปหากินกับลูกศิษย์  เวลาในการดับล้างก็ไม่พอ  เมื่อไม่ดับล้างแต่ตัวเองนั้นไปยุ่งกับ "กรรมเวร" ของลูกศิษย์มาก  ก็จะเพิ่มผีให้มีอยู่ในตัวมาก ถึงกับกล้าพูดด่าศิษย์สายสัญญารุ่นพี่ในเว็บ ว่า  ปีหนึ่ง ๆ นั้นมีผลกำไรปีละเกือบสิบล้าน  แต่ก็ยังผ่อนบ้านอยู่ทุกเดือน  ตัวเลขเป็นสิบ ๆ ล้านนั้นคิดได้  แต่ตัวเลขเพียงแค่จำนวนหมื่นนั้นคิดไม่ออก  ตัวเองเองคนมายกถาดกับอาจารย์ประหยัดครั้งละไม่ต่ำกว่า ๓๐ คน  เก็บเงินคนละ ๕๐๐ บาท ก็ได้เงิน ๑๕,๐๐๐ บาท  แต่โทรไปบอกอาจารย์ประหยัดว่า ทุกครั้งที่ไปนั้นตัวเองต้องควักเงินในกระเป๋าซ่อม  เพราะว่ามีคนไม่ให้ก็มี  

       แต่คนที่ไม่ยอมจ่ายก็คงจะมีไม่ถึงครึ่งหรือเกินครึ่ง  คนให้มา ๑๐ คน ไม่ให้ ๒๐ คน พ่อค้าที่ได้กำไรปีละ ๑๐ ล้าน คงจะคิดเลขไม่ถูกเพราะเงินมันน้อย ๑๐ คน ก็ ๕,๐๐๐ บาท เป็นค่าเครื่องบินไปกลับไม่เกิน  ๒,๕๐๐ บาท ใส่ซองขาวให้อาจารย์ ๒,๐๐๐ บาท เพราะเห็นว่า อาจารย์ขนเอกสารมาตั้ง ๓๐๐ กว่าแผ่น กระดาษนั้นคงจะราคาไม่กี่ตัง แต่หมึกพิมพ์นั้นสี่สี สีละ ๒๕๐ บาท ก็หนึ่งพันบาทแล้ว  ใช้เวลพิมพ์อย่างน้อยก็ ๑๕ วัน  เพราะถ้าใช้ Pinter มาก เครื่องก็จะเสีย แล้วก็จะต้องซื้อใหม่ แล้วก็ซื้อมาเป็นเครื่องที่ ๗ แล้ว เอกสารของอาจารย์ประหยัดนั้นทำเป็นอย่างดี ไม่ใช่ทำแบบชุ่ย ๆ ง่าย แบบนายเล็ก  คือเอาของอาจารย์ประัหยัดไปถ่ายเอกสารแล้วเอามาแจก  แม้แต่เอกสารอาจารย์ประหยัดทำเองก็เป็นของแท้ ของนายเล็กนั้นเป็นของเทียมก็คือถ่ายเอา  ต่อหน้าก็คงจะถ่ายให้ แต่ลับหลังนั้นรู้สึกว่าถามหลาย ๆ คนนั้นไม่ได้เอกสายที่จะช่วยให้ศิษย์ฉลาดนั้นได้รับไป

       อาจารย์ประหยัดนั้นเป็นอาจารย์สายสัญญาที่จะสอนศิษย์ให้ฉลาด  จึงมีคู่มือที่เป็นเอกสารและเป้น VCD ให้  แต่เมื่อลูกศิษย์ "โง่" เอง ไม่ยอมอ่าน  เมื่อไม่อ่านก็จะไม่ได้ปฏิบัติ  เมื่อไม่ปฏิบัติก็จะรู้น้อย รู้น้อยว่ารู้มากกว่าอาจารย์ตนเอง "โธ่" เอ๋ย ให้ศิษย์โง่  แม้พวกมึงจะทำเว็บได้สวยงาม  แต่ "พระบารมี" นั้นท่านไม่รู้จักเว็บ  เพราะบนสวรรค์นั้นเขาไม่ต้องใช้ เขาใช้ของทิพย์กันทั้งนั้น  พ่อต้นฯ ท่านจึงไม่ได้มองศิษย์รุ่น Computer อยู่ในสายตา แต่ท่านจะมองศิษย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในสายสัญญา  เว็บสายสัญญานั้นไม่ได้ช่วยให้ระดับบารมีเราสูงขึ้นไปเลย เว็บที่สวยที่สุดของสายสัญญาคือของนายธนากร  ซึ่งเจ้าของเว็บนั้นก็หาได้ประสบความสำเร็จในสายสัญญาไม่

       บทความเฉพาะหน้านี้ที่เอามาลง  หากจะเพียงแค่อ่านก็จะไม่มีวันเข้าใจ  อ่านแล้วปฏิบัติไปด้วย กว่าจะรู้และเข้าใจก็น่าจะเป็นปี  ถ้าเพียงแค่อ่านหรือฟังแล้วทำได้ทันที ก็น่าจะไปฟังแช้มป์ว่ายน้ำ สอนวิธีว่ายน้ำ หลังจากนั้นเราก็ลงไปในสระฝึก ๑ เดือน ก็จะได้เป็นแช้มป์ว่ายน้ำเลย  หรือให้คุณลูกหมูมาสอนวิธีการทำหัวปลาหม้อไฟ หรือสมมุติว่าคุณลูกหมูให้ไปดูวิธีทำเลย  ก็จะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว  มาทำหัวปลาหม้อไฟขายแข่งกับหัวปลาหม้อไฟปิ่นกล้าได้  สายสัญญานั้นใครที่ทำได้ต้องเป็น "บารมี" ของผู้นั้น  ทุกคนจะได้เท่ากับกุศลมูลเดิมที่ได้สร้างสมมาตั้งแต่อดีตชาติ  "กุศลมูลเดิม" นั้นถ้าคุณมีน้อยกว่า อาจารย์ประหยัด  แม้คุณจะปฏิบัติไปจนตาย  คุณก็จะไม่เก่ง หรือไม่เหนือกว่าอาจารย์ประหยัด ไปได้ เหมือนอย่างพ่อต้นฯ ที่ยังไม่มีลูกศิษย์คนใดที่จะปฏิบัติให้เก่งเทียบเท่าท่านได้เลยสักคน

       Cheesy ไม่ใช่เป็นการอวดตัวเอง  แต่รู้มา รู้ได้เพราะการปฏิบัติ  สายสัญญาเป็นของพ่อต้นฯ เมื่อได้ความรู้มาก็จะถ่ายทอดไปให้ลูกศิษย์ทุกคนหมด  ไม่มีเก็บไว้เพราะว่า "สายสัญญา" ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของอาจารย์ประหยัด  แต่ก็ยังมีศิษย์ประเภทที่ "ขี้" อิจฉา ยังมาพูดใส่ร้ายว่า  เขาไปหาอาจารย์ประหยัด อาจารย์ประหยัดเรียกเอาเงิน  ก็ในเมื่อแม้แต่การทำสังฆทาน ซึ่งเป็นข้อหนึ่งของสายสัญญา อาจารย์ประหยัดยังไม่ยอมทำ ไม่หากินกับลูกศิษย์ แต่เมื่อทำให้แล้ว เห็นว่าอาจารย์ประหยัด ไม่เรียกร้อง  เคยไปเสียเงินที่อื่นมามาก  ก็มีคนเอาเงินใส่ซองวางเอาไว้ที่หิ้งพระ  ก็จะนำเงินเหล่านี้ไปทำบุญโดยการไปซื้อข้าวเอามาให้นกพิลาปกิน แม้จะเป็นสิทธิ์ของตัวเองก็จะเอาเงินนี้ไปซื้อข้าวให้นกหมดทุกบาททุกสตางค์  สิ่งของที่นกมันกินไม่ได้ก็คือ Vitamilk อันนี้อาจารย์ก็ต้องดื่ม  ถ้าเป็นกล้วยน้ำว้าก็จะเอาให้นกหัวขวานกิน  ถ้าเป็นกล้วยหอมก็จะกินเองและแจกบ้านใกล้เรือนเคียง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 19, 2010, 09:27:43 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: