"อายุบวร"

ในระดับชั้นของการปฏิบัติเพื่อมุ่้งไปสู่ "อรหันต์" นั้น ได้แบ่งชั้นออกเป็นดังนี้
๑.โสดาปัตติมัค
๒.สะกิทาคา
๓.อะนาคามี
๔.อรหันต์

ในสมัยพระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์อยู่นั้น พระองค์ท่านจะเป็นผู้รู้อยู่พระองค์เดียวเท่านั้นว่า พระองค์ไหน
อยู่้ในขั้นอะไร เมื่อพระองค์นิพพานไปแล้ว ก็แบ่งชั้นของพระตามพรรษาที่บวชมา

ในสายสัญญานั้น ก็จะมีพ่อต้นฯ เท่านั้นที่จะรู้ว่า ศิษย์ของท่านคนใดอยู่ในระดับไหน ตามที่ได้อ่านหนังสือของบรรดาอาจารย์ต่าง ๆ ในสายสัญญาจะแบ่งขั้น ศิษย์สายสัญญาออกเป็น
๑. ระดับพลา
๒. ระดับอานิสงฆ์ ซึ่งไม่ได้บอกว่ามีกี่ขั้น แต่บอกเอาไว้ว่า อานิสงฆ์ขั้นต้นและขัี้นสูงสุด
แต่น่าจะบอกเอาไว้ว่า ขั้นอานิสงฆ์นั้นมีอยู่้ ๓.ขั้นดังนี้
๑. อานิสงฆ์ขั้นต้น
๒. อานิสงฆ์ขั้นกลาง
๓. และอานิสงฆ์ขั้นสูงสุด
เมื่อพ่อต้นฯ ท่านได้ละสังขารไปแล้ว ในขณะที่ท่านยังอยู่ ก็ยังไม่มีใครได้ขั้นอานิสงฆ์สูงสุด ซึ่งถ้าได้ก็คงจะมีการบรรทึกเอาไว้ในประวัติบ้าง หรือว่าไม่เคยอ่านเจอ แต่น่าจะมีคนรู้ว่าใครบ้างที่อยู่ในขั้นอานิสงฆ์สูงสุด ซึ่งจะต้องสำเร็จไวยากรณ์ด้วย เมื่อสำเร็จไวยากรณ์แล้ว ก็จะมี ตาทิพย์ หูทิพย์ และจิตทิพย์

บรรดาอาจารย์ทั้งหลายในสายสัญญา สายตรงของวิหารใหญ่นั้น ส่้วนมากแล้วยังไม่รู้ว่าตนเองนั้นอยู่ในขั้นใด แต่ทำซ่าส์ อวดอ้างเอาเอง แต่งตั้งเอาเองว่าเป็น อาจารย์สายสัญญา มีบารมีสูง สามารถเปิดสังฆทานได้ ซึ่งอาจารย์สายสัญญาเหล่านั้น เวลานี้ก็มอดม้วยไปตามสัญญาหมด ที่อยู่ก็เป็นประเภทราคาคุย ทำได้ทุกอย่างเพราะเคยทำ แต่ไม่เคยออกเหตุเห็นผล ทำอะไรให้ลูกศิษย์ก็มุ่้งหวังที่จะเอาเงินทั้งนั้น สายสัญญาจึงไม่มีวันก้าวหน้า มีแต่จะตายไปกับอาจารย์เก่า ๆ ที่แก่ตายไปทีละคน แล้วก็ไม่้เหลือความรู้สายสัญญาเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป