หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ภิกษุที่แสวงหาเงิน-ทอง  (อ่าน 247 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2010, 09:47:06 AM »

  "อายุบวร

ภิกษุที่แสวงหาเงิน-ทอง  มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร

พระวินัยปิฎก จุลวรรค เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 536

พระศากยบุตร  พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรไม่ยินดีทองและเงิน  พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรไม่รับทองและเงิน     พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรมีแก้วและทองอันวางเสียแล้ว    ปราศจากทองและเงิน    ข้าพระพุทธเจ้าสามารถชี้แจงให้บริษัทนั้นเข้าใจได้  เมื่อข้าพระพุทธเจ้าพยากรณ์อย่างนี้  ชื่อว่ากล่าวคล้อยตามพระผู้มีพระภาคเจ้า  ไม่ชื่อว่ากล่าวตู่พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคำเท็จชื่อว่าพยากรณ์ธรรมอันสมควรแก่ธรรม  และสหธรรมิกบางรูป  ผู้กล่าวตามวาทะ   ย่อมไม่ถึงฐานะที่ควรติเตียนหรือ พระพุทธเจ้าข้า.

           พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า    เอาละ   นายบ้าน เธอพยากรณ์อย่างนี้ชื่อว่ากล่าวคล้อยตามเรา  ชื่อว่าไม่กล่าวตู่เราด้วยคำเท็จ  ชื่อว่า  พยากรณ์ธรรมสมควรแก่ธรรม  และสหธรรมิกบางรูปผู้กล่าวตามวาทะย่อมไม่ถึงฐานะที่ควรติเตียน    ดูก่อนนายบ้าน  ทองและเงินไม่ควรแก่สมณะเชื้อสายพระศากยบุตรโดยแท้  สมณะเชื้อสายพระศากยบุตรไม่ยินดีทองและเงิน  สมณะเชื้อสายพระศากยบุตรไม่รับทองและเงิน  สมณะเชื้อสายพระศากยบุตรมีแก้วและทองอันวางเสียแล้ว   ปราศจากทองและเงิน   ทองและเงินควรแก่ผู้ใด   แม้กามคุณทั้งห้าก็ควรแก่ผู้นั้น    กามคุณทั้งห้าควรแก่ผู้ใด    เธอพึงจำผู้นั้นไว้โดยส่วนเดียวว่า   มีปกติมิใช่สมณะ  มีปกติมิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร   เราจะกล่าวอย่างนี้ว่า  ผู้ต้องการหญ้า   พึงแสวงหาหญ้า    ผู้ต้องการไม้  พึงแสวงหาไม้  ผู้ต้องการเกวียน  พึงแสวงหาเกวียน  ผู้ต้องการบุรุษ  พึงแสวงหาบุรุษ  แต่เราไม่กล่าวโดยปริยายไร ๆ ว่า   สมณะพึงยินดี  พึงแสวงหาทองและเงิน.
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 01, 2011, 09:45:58 AM »

"อายุบวร"
  รู้สึกว่าพูดง่ายฟังง่าย แต่ทำยาก ที่ว่า ภิกษุที่แสวงหาเงิน มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร ซึ่งพระท่านก็บอกว่าท่านมีค่าใช้จ่ายเดือนละเกือบหมื่น เป็นค่าน้ำค่าไฟ  เพราะฉะนั้นท่านจึงต้องสร้างพระ หรือที่เรียกว่า "วัตถุมงคล" จำหน่าย ซึ่งท่านก็เคยเอามาฝากอาจารย์ประหยัดขายตั้งแต่อาจารย์ประหยัด ทำงานอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด ประมาณ ปี พ.ศ.๒๕๑๕ มาแล้ว ปัจจุบันท่านก็ยังสร้างพระขายอยู่ ที่พูดถึงนี้น่าจะเป็น พระครูสุเทพ วัดศรีบุญเรือง
    การที่พระครูสุเทพต้องเข้ามายุ่งกับการเมือง  ก็เพราะว่าท่านเห็นว่าบ้านเมืองมันไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม จึงได้เข้ามาดูคล้ายกับว่าเป็นแกนนำฝ่ายสงฆ์ ในกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ สอนทั้งธรรมะ แล้วท่านก็นำวัตถุมงคลของท่านที่ได้ทำเอาไว้มาฝากขายที่ โรงแรมแกรนด์วโรรส แถมไม่พอท่านก็เอายา รีดสีดวงทวาร และยาอายุยืนยาวของท่านมาฝากขายด้วย  ก็ดีที่ท่านเอาของดีมาฝาก ซึ่งเมื่อกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ แขวนพระของท่านแล้ว เมื่อวันที่ มีการสลายการชุมนุมเมื่อ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ จึงไม่มีคนเชียงใหม่ถูกยิงเลยสักคน  แต่ปรากฎว่าเวลาอยู่เชียงใหม่ เขาตามมายิง ตายไป ๒ คน คือนายเจมส์ และ แดงคชสาร เป็นการแสดงให้กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ ที่ว่า เป็นฮาร์ดคอที่ว่าแน่ ดังไปทั่วประเทศนั้น ได้รู้ว่าพวกคุณก็ตายเป็นเหมือนกัน แล้วก็หนีไปอยู่เขมรเป็นเหมือนกัน ซึ่งถ้ากลับมานั้นแกนนำก็น่าจะถูกตามด้วยคนเสื้อดำ  ถ้าเผลอท่านก็จะได้เสด็จไปสู่ยมโลกได้ อยู่เขมรนั้นไม่มีวันตาย  แต่ถ้ากลับมาอยู่เชียงใหม่นั้นมีโอกาสตายมาก สุดแล้วแต่เวรแล้วแต่กรรมก็แล้วกัน คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกตายได้ว่าจะตายที่เชียงใหม่ แบบแดงคชสารหรือ ?
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: