"อายุบวร"
หมอดูจอมลวงคนประเทศไทย (เรื่องนี้ลงในเว็บนานแล้ว และก็ได้ลบออกไปแล้ว)

มีลูกศิษย์คนหนึ่งที่เรียกขานท่านว่า “พี่แสง” ซึ่งอาจารย์ประหยัดนั้นรู้จักพี่แสง ตั้งแต่เมื่อพี่แสงเป็นเจ้าหน้าที่ของที่ดินจังหวัด ซึ่งในสมัยนั้นอาจารย์ประหยัดรับจำนองขายฝากที่ดิน ก็มาเจอพี่แสงอีกเมื่อประมาณปีเศษมานี้เอง พี่แสงมาหาก็เพราะว่ากำลังเดือดร้อนในเรื่องที่บ้าน ต้องการขายที่บ้าน อาจารย์ประหยัด นั้นมิใช่หมอดู แต่ก็พอที่จะดูได้ พี่แสงบอกว่าจะขายที่บ้าน 15 ล้านบาท อาจารย์ประหยัดก็บอกพี่แสงว่าขายได้ไม่เกิน 13 ล้านบาท ก็ได้เปิดพระโอษฐ์และประจุองค์พระธรรมให้ หลังจากนั้นก็มีคนมาต่อรองขอซื้อในราคา 12 ล้านบาท ก็ไม่ยอมขายคงคิดว่าอาจารย์ประหยัดทายแม่น ก็ยึด 13 ล้านนั้นเป็นหลัก แล้วก็ไม่ยอมไปปรึกษาหารือกับอาจารย์ประหยัดอีกเลย ปรากฏว่าเมื่อไม่ยอมขายก็ไม่มีคนมาติดต่อขอซื้ออีก พี่แสงแกก็คงเที่ยวเร่ไปตามสำนักทรงต่าง ๆ ในที่สุดแกก็ไปหา อ.วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ไปให้อ.วารินทร์ทำพิธีให้ ก็ไม่ได้ขาย ซึ่งพี่แสงเองก็คงจะหมดกับอ.วารินทร์ไปหลายพัน ในที่สุดก็วกกลับไปหาอาจารย์ประหยัดอีก พาพระลูกชาย และลูกชายอีกคนหนึ่งที่ทำงานกรมศิลป์ ไปเปิดพระโอษฐ์ ตัวพี่แสงเองนั้น บารมีประจำสังขารไม่เก่ง เมื่อไปหาอ.วารินทร์มาแล้ว ในที่สุดก็สำเร็จ ได้ขายที่ดินในราคา 7 ล้านบาท ซึ่งถ้าไม่ขายก็จะถูกธนาคารยึด อ.วารินทร์แกช่างเก่งจริง ๆ นะ ช่วยขายให้ได้ตั้ง 7 ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่อาจารย์ประหยัดบอกว่าขายได้ไม่เกิน 13 ล้านบาท เมื่อเขาต่อ 12 ล้านบาทก็น่าจะขายไปแล้ว

ในเรื่องของนางทาส มีนางทาสคนหนึ่งชื่อนางป่วนชอบพูดว่า “แต่ก็ไม่นำพา” ซึ่งอาจารย์ประหยัดนั้นก็ไม่ได้นำพากับ อ.วารินทร์ ไม่เคยมอง อ.วารินทร์ อยู่ในสายตา แต่เมื่อ วันที่ 26 มีนาคม 2551 คุณสรยุทธ ได้นำหนังสือที่เขียนโดย พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน มาอ่านออกทาง ทีวี. ข้อความที่จำได้ก็คือ อ.วารินทร์ ได้ทำนายพล.อ.สนธิ ว่า ท่านเป็น ในอดีตชาติทหารเอกพระเจ้าตากสิน เวลานี้บ้านเมืองกำลังเดือดร้อน ถ้าท่านไม่กู้ชาติก็คงจะไม่มีใครทำได้ พล.อ.สนธิ จึงได้ปฏิวัติกู้ชาติ หนึ่งปีเศษที่ผู้นำทหารระดับประเทศไปหลงเชื่อคำทำนายทายทักของหมอดูบ้านนอกคนหนึ่ง เมื่อปฏิวัติไปแล้วก็ได้ผู้นำรัฐบาลที่มาจากกลุ่มทหาร บ้านเมืองแทนที่จะดำเนินไปด้วยดี ปรากฏว่าเศรษฐกิจของประเทศนั้นพังพินาศ ซึ่งบ้านเมืองฉิบหายไปเท่าไรนั้นก็ไปหาอ่านตามหนังสือพิมพ์ได้

ทำไมผู้นำกองทัพจึงไม่ยอมใช้ปัญญาคิด ในเวลานั้นเหตุการณ์มีเพียงว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล เดินขบวนขับไล่ “ระบอบทักษิณ” เพียงแค่คนกลุ่มเดียว ยังมีไม่มากเท่าผู้ก่อการร้าย ๓ จังหวัด ภาคใต้ คนแค่ไม่กี่หมื่นคนนั้นหรือที่คิดจะทำอะไรให้บ้านเมืองเดือดร้อนได้ ในเมื่อพวกคนกลุ่มนี้ไม่มีอาวุธ แล้วบ้านเมืองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ใครมากู้เลย แต่เมื่อเจอกับโหรบ้านนอกก็ไม่ทราบว่าท่านผู้นำในด้านการทหารนั้น เพี้ยนเชื่อถึงกับไปกู้บ้านกู้เมือง ไปเชื่อว่าตัวเองนั้นเป็นอดีตทหารเอกพระเจ้าตากสิน ซึ่งในระหว่างที่ท่านกู้ชาติมาแล้ว ท่านก็หาได้มีความเก่งกล้าเหมือนในอดีตชาติไม่ เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ เมื่อสติปัญญาของฝ่ายบู้คิดจะครองเมือง เคยแต่ทำการรบแล้วจะเอาวิธีการรบมาใช้ในด้านการค้านั้น ผ่านมาหนึ่งปีเศษๆ ก็ได้เห็นฝีมือของท่านแล้ว

เมื่อเจอโหรผู้ซึ่งสามารถรู้ได้ว่า พล.อ.สนธิ ในอดีตชาตินั้นเป็นแม่ทัพเอกของพระเจ้าตาก นี่ถ้าตัวเองนั้นเป็นเทพองค์ใหญ่ ก็น่าจะทายถูก ทายได้แม่นยำ แต่ก็ไม่น่าจะไปทำนายทายทักในระดับประเทศ เพียงแค่ทหารเอกในอดีตชาติจะมากู้บ้านกู้เมืองในชาติปัจจุบันนั้น ก็ไม่น่าจะเอามาพูดแล้ว เพราะว่าในประเทศไทยเวลานี้ พระเจ้าแผ่นดินก็เปรียบเสมือนองค์นารายณ์อวตานแล้ว จึงมีผู้ที่รู้จริงได้สร้างเรือพระที่นั่งองค์ใหม่ให้พระองค์ท่าน คือเป็นรูปองค์นารายณ์ประทับบนหลังครุฑ เมื่อประเทศชาตินั้นมีระดับเทพที่เรียกว่าปราบได้สามโลกอยู่ ถ้าเชื่อในพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน บ้านเมืองก็คงจะไม่เป็นอย่างนี้ โหรบ้านนอกกล้าบังอาจที่ไปทำนายว่า อดีตทหารเอกพระเจ้าตากสิน ต้องมากู้ชาติอีกในปัจจุบันนี้ ปัญญาอ่อนมากนักหรือที่ไม่รู้ว่าพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นสูงส่งเพียงใด

เมื่อคิดว่าตัวเองนั้นเก่งทำนายคนระดับประเทศได้ อาจารย์ประหยัดก็จะบังอาจทำนาย อ.วารินทร์ ซึ่งเทพในตัว อ.วารินทร์ นั้นอยู่ในระดับเจ้าหน้าที่ระดับล่างของ “นรกภูมิ” แต่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อ “ท้าวเวสสุวรรณ” ถ้าเป็นทหารก็เป็นเพียงแค่ทหารแผนกส่งเอกสารหรือผู้ช่วยพยาบาลเท่านั้นเอง แต่เมื่อได้มาสรวมสังขาร อ.วารินทร์ ก็ถือได้ว่าเป็นวิญญาณในระดับที่มีความสามารถเหนือมนุษย์ แต่เมื่อตัวสังขารนั้นมีความรู้สติปัญญาน้อย รู้ไม่จริงก็ทำนายทายทักไปเรื่อย ไม่เคยคิดเลยว่าบ้านเมืองจะเดือดร้อน ที่ทำนายว่าท่านสนธิเป็นทหารเอกของพระเจ้าตากนั้น อ.ประหยัด ขอบังอาจเกทับโหรบ้านนอกผู้นี้ว่า ท่านสนธินั้นท่านมีองค์บารมี หรือองค์ในเป็น “ยักษ์” แต่ ไม่ใช่ยักษ์ระดับแม่ทัพ ไม่ใช่พิเภก ไม่ใช่ทศกรรฐ์

เมื่อ วันอาทิตย์ ที 6 เมษายน 2551 นายกสมัครได้พูดว่า ไอ้หมอดู ลิ่วล้อของ อ.วารินทร์ ไม่พอใจถึงกับให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า นายสมัครนั้นไม่สมกับที่เป็นนายก แต่ตัวนายปราโมทย์ ลิ่วล้อนั้นก็ไม่รู้จักว่า ตัวเองนั้นเป็นใคร อาจารย์ประหยัด นั้นอยู่เชียงใหม่มานานมาก ไม่เคยรู้จัก อ.วารินทร์ หมอดูบ้านนอก และนายปราโมทย์ เลย นายปราโมทย์น่าจะรู้ความสามารถของ อ.วารินทร์ ดี เพราะท่านสมัครได้พูดว่า นายวารินทร์ได้ทำนายเอาไว้ว่า นายสมัครจะไม่ได้เป็นนายก แต่นายอภิสิทธิ์ จะได้เป็นนายก หมอดูบ้านนอกปัญญาอ่อนท่านนี้ อยู่ที่เชียงใหม่ มันไม่เคยรู้เลยหรือว่า พรรคของนายกสมัครนั้น เป็นพรรคของใคร ทั้ง ๆ ที่ราคาคุยว่า ทั้งคุณหญิงและนายกทักษิณ ก็ไปหาแก เท่าที่คุณสรยุทธอ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟังนั้น ลิ่วล้อคนนี้คุยอีกว่า ที่อดีตนายกทักษิณได้กลับมาประเทศไทยนั้น ก็เป็นเพราะหมอดูบ้านนอกนั้นเป็นตัวประสานงานให้

มีลูกศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ ของอาจารย์ประหยัด ๒ ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญในการตีหลักประหารมาร ท่านหนึ่งก็คือ “กบเฒ่า” อีกท่านหนึ่งก็คือ ท่านธนากร ในเมื่อระดับลูกศิษย์ยังมีความเก่งกล้าสามารถ “ตีหลักประหารมาร” ของสายสัญญาได้ โดยอาจารย์ประหยัดไม่เคยสอน อาจารย์ประหยัด ก็จำเป็นที่จะต้องเรียนแบบลูกศิษย์บ้าง ในวันที่ 26 มีนาคม 2551 นั้นก็ได้ “ลงหลักปราบมารไปหนึ่งหลัก”
มันก็น่าคิดเหมือนกันว่าได้ผล เพราะปรากฏว่า นายวารินทร์ เริ่มมาพูดจากเพ้อเจอ พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับปฏิวัติ จนนายกสมัครออกมาจ๊วกทางทีวี 
เวลานี้อาจารย์ประหยัด กำลังเริ่มเรียนวิชาตีหลักของสายสัญญา มีผู้มีบารมีมาให้ทดสอบหลายคน คนที่น่าทดสอบก็คือ โหร คมช. ก็ได้ตีทดสอบไปแล้ว ๑ หลัก นั่งรอนอนรอตีลังการอ ดูผลว่ามันจะออกมาเช่นไร เมื่อวานนี้ พล.ต.อ.พิสุทธิ์เสรี ท่านก็ไปร่วมพิธีในงานของ โหร คมช. ก็มีอีกคนที่เห็นในทีวี ก็คือคุณสดสี สัตยธรรม
ตอนนี้กำลังเป็นขาขึ้นของ โหร คมช. แต่ถ้าเป็นขาลงก็ลงแล้วลงเลยนะ ใครที่โดนหลักสายสัญญานั้นเท่าที่เห็นมา เรียกได้ว่า ไปแล้วไปลับ