หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: #พิธีบวงสรวงเทพของรักเชียงใหม่๕๑  (อ่าน 1997 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2010, 01:25:26 PM »

"อายุบวร"

 Grin พิธีบวงสรวงเทพ-เทวดา ของ กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑

      
     Grin เมื่อวานนี้ทาง ดีเจ.อ้อม ประกาศออกทางวิทยุว่า  จะมีการบวงสรวงเทพเทวดา  ปรากฎว่าผู้ที่ไปร่วมทำบุญ ก็เอาหมูเห็ดเป็ดไก่  มีหัวหมู ๓ คู่  แต่ไม่ได้พูดถึงเครื่องบวงสรวงเทวดา  แต่เมื่อไปในวันนี้ก็คงจะมีผู้รู้บอกให้  ก็เลยมีการแยกโต๊ะของเครื่องบวงสรวง  คือมีทั้งเทพและสำภเวสี  ทีแรก อาจารย์ประหยัด ก็จะไม่เปิดตัวช่วยแล้ว  เพราะในการทำพิธีนั้น  ทางดีเจ.อ้อมเขาบอกให้ผู้ร่วมงานจุดธูป ๙ ดอก  ซึ่งเมื่อได้ยินอย่างนี้  ก็ปล่อยให้เขาทำไปเถอะ  เราอยู่เฉย ๆ ดีกว่า เพราะในกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ นั้น  พวกแกนนำนั้นยังไม่เคยรู้ว่า อาจารย์ประหยัด นั้น เป็นอาจารย์สายเทพมานานแล้ว
      Embarrassed ในขณะที่ยืนดูอยู่นั้น  มีคุณผู้หญิงคนหนึ่งแต่งชุดขาว เธอยิ้มให้กับ อาจารย์ประหยัด  แล้วก็เดินเข้ามาหามาขอ "พลัง" ก็น่าจะเป็น "กุศลบารมี" มากกว่า  องบารมีก็ให้ไป  ก็เลยถามเขาว่า เสด็จพ่อนั้นเป็นองค์ไหน  เขาบอกว่าเขาเห็น "องค์พระพุทธเจ้าหลวง"  ซึ่งตัวเขานั้นมีองค์พระนางเรือล่ม และพระแม่อุมาเทวี มีคนไปในงานนี้ประมาณ ๔๐๐ คน พวกเขาก็ยกมือไหว้ในขณะที่อาจารย์วัดกำลังกล่าวพิธีอยู่  แต่อาจารย์ประหยัดไม่สนใจแล้วพิธีในทางโลกมนุษย์ คุณไม่มีองค์บารมีประจำสังขารแล้วคุณไปเชิญเทพ  เทพที่ไหนท่านจะมา ในขณะที่คุยกับร่างพระแม่นั้น ก็พูดไปว่าอาจารย์วัดท่านนี้ไม่มีบารมีที่จะเชิญเทพองค์ใดมาได้หรอก ให้เขาดูซิว่าเทพมากี่องค์  เธอก็หัวเราะ
     Tongue ก็ได้อธิบายไปว่า ในการเชิญบรรดาเทพทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดินนั้น  ผู้เชิญจะต้องมีองค์ใหญ่ แล้วเวลาเชิญก็ให้กล่าวว่า  "ขออาราธนาองค์พ่อพระศิวะ มาเป็นประมุขประธาน  ในการเชิญองค์เทพเทวดาทั้ง ๑๖ ชั้น ฟ้า ๑๕ ชั้นดิน ลงมารับเครื่องบวงสรวง  จากนั้นก็ได้พูดเป็นภาษาเทพให้เธอฟัง เธอก็จูงแขนอาจารย์ประหยัดไปที่อาจารย์วัดที่กำลังทำพิธีอยู่ เธอบอกว่าขอให้พ่อปู่เชิญเทวดาหน่อย  เมื่ออาจารย์ประหยัดได้รับไมค์มา ก็ได้กล่าวเชิญเทพทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน คนที่องค์ยังไม่แข็งแรงนั้นก็ออกอาการกันเป็นแถว เนื้อตัวเกร็ง บางคนก็อ๊วก คืออ๊วกแบบไม่มีอะไรออกมา ก็มีหัวหน้าการ์ดของพระองค์ดำ พิษณุโลก เนื้อตัวนี้สั่นไปหมด  คือองค์ลงประทับร่างได้แต่พูดไม่ได้  ก็ยิ่งทำให้ร่างอึดอัดมาก
      Embarrassed มีร่างของพระชายาเจ้าดารารัศมี ที่เคยเจอกัน ๒ ปี มาแล้ว ไปในงานด้วย  เมื่อร่างเขาเห็นอาจารย์ประหยัด เธอก็ยกมือไหว้  ก็เลยพาพระนางเรือล่มไปรู้จัก  ทั้งคู่ก็ได้กล่าวภาษาเทพทักทายกัน  ร่างของเจ้าดารานั้นสั่นไปทั้งตัว พยายามที่จะหลบหน้าอาจารย์ประหยัด  
      Angry มีร่างของพระศิวะ ที่ไม่มีตาทิพย์  อยู่แถว ๆ หนองจอก บอกข่าวไปว่า อาจารย์ประหยัด ปรมาจารย์สายเทพนั้นถูก "วิญญาณแถนบัลลังก์ทอง" แทรกแล้ว  แต่มาในวันนี้ไปเจอคุณผู้หญิงที่มีตาทิพย์ทั้่ง ๒ ท่าน มองเห็นองค์เสด็จพ่อ ก็เดินเข้ามาขอ "พลัง" อีกคนหนึ่งนั้น พอเดินเข้าไปใกล้ ก็ตัวสั่นไปทั้งตัว ขนาดที่ว่ายังไม่ได้แตะมือเลย ก็แสดงให้รู้ว่าตัวอาจารย์ประหยัดนั้นปฏิบัติตัวก้าวหน้ามากกว่าตอนที่ไปหนองจอกเสียอีก บารมีสูงไม่สูงนั้นไม่ต้องมาอวดอ้างตัวเอง  แต่จะมีเทพองค์อื่นมาบอกเราเอง ก็ยังมีร่างอีกหลายสิบร่างที่ยังไม่มีโอกาสเจออาจารย์ประหยัด เพราะรีบกลับก่อน  ถ้าไม่กลับบรรดาร่างทรงทั้งหลายเขาก็จะค่อย ๆ เขยิบเข้ามาหา  ยังไม่อยากโปรดญาติบนถนน  เอาไว้วันหลังถ้าถึงเวลาของพวกเขาเราก็จะเสริมบารมีให้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 04, 2011, 08:21:46 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2010, 08:47:12 AM »

 Angry "อายุบวร"
       Cry หลังจากงานบวงสรวงในกลางวันแล้ว  ก็มีการนัดชุมนุมใหญ่  เขาประกาศว่ามีเวทีใหญ่ด้วย  แต่ปรากฎว่าไม่ใช่เวทีเก่าแต่เป็นเวทีเล็ก  เวทีใหญ่ที่เคยเช่าวันละ ๔,๐๐๐ บาทนั้นไม่มา เครื่องเสียงก็หดหายไปครึ่งหนึ่งคือเป็นชุดที่เล็กกว่า  สู้ไม่พูดเสียดีกว่า  บอกว่ามีชุมนุมก็พอแล้ว เพราะว่าคนเสื้อแดงนั้นก็มีคนฉลาดอยู่มากกว่าครึ่งหนึ่ง  คนฉลาดมากมายหลายคนก็ไม่คิดอะไรแกล้งทำเป็นโง่ไม่รู้เท่าทัน  แต่ทุกคนนั้นเขามาชุมนุมเพื่อประชาธิปไตย  แกนนำก็อย่าไปคิดว่าประชาชนที่มาชุมนุมนั้นโง่  จะต้องทำตัวให้เป็นที่รักและเคารพโดยการมีความซื่อสัตย์ต่อสมาชิกเสื้อแดงทั้งหลายด้วย
       เมื่ออาจารย์ประหยัด ถือได้ว่าเป็นอาจารย์สายเทพที่หาตัวจับยาก เป็นอาจารย์สายสัญญาที่โด่งดังในกลุ่มสายสัญญา เข้าไปในกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ บรรดาแกนนำและ ดีเจ.ทั้งหลายซึ่งบรรดาคนเหล่านี้  น่าจะเป็นร่างของสำภเวสี จึงมองเห็นอาจารย์ประหยัด เป็นสำภเวสี เหมือนพวกเขานั่นแหละ
       เมื่อ ผอ.เพชร แกนนำเสื้อแดงเชียงใหม่  ถูกจับแล้วอาจารย์ประหยัดโทรไปบอกว่า ถ้าหากต้องการให้ช่วยเหลือไปประกันให้ก็บอก  เมื่อหมดโฉนดที่ดินและ ส.ส.สงวน ซึ่งมีวงเงินประกันสำหรับ ส.ส.ได้ ๑ ล้านบาท ผอ.ท่านก็โทรไปขอให้อาจารย์ประหยัดช่วยประกันตัวให้  ตอนแรกนั้นก็เรียกอาจารย์ประหยัดว่า "ท่าน" ก็ได้ขอร้องให้เรียกเพียงแค่ชื่อเท่านั้น ท่านก็เรียกอาจารย์ประหยัดว่า คุณประหยัด ต่อมาก็เปลี่ยนเรียกว่า ลุงประหยัด  ซึ่งแกนนำเหล่านี้ถ้าไม่เดือดร้อนก็จะไม่คิดถึงเราไม่ค่อยจะอยากเสวนากับอาจารย์ประหยัด  คิดว่าอาจารย์ประหยัดนั้นเป็นเพียงแค่ชาวบ้านคนหนึ่ง โดยหยิ่งผยองคิดว่าตัวเองนั้นเหนือกว่าชาวบ้านทั้งหลายที่มารวมทั้งอาจารย์ประหยัดด้วย  ซึ่งถ้าพวกเขาถูกจับถ้าเราไม่ได้ไปประกันตัวพวกเขา  "อาจารย์ประหยัด ก็จะเกิดอาการปวดหัวตัวร้อน ชักดิ้นชักงอ" เหมือนกับว่าจะตาย แต่ขอโทษนะไม่ว่าสายสัญญา สายเทพ ก็ตาม ถ้าไม่ลงไปทดสอบ ก็จะไม่รู้ว่าของนั้นจริงหรือไม่จริง  แต่ถ้าอาจารย์ประหยัด "โง่" ก็จะไม่รู้อะไรเลย  ในสายสัญญา และ สายเทพ นั้น  เป็นเรื่อง "ลึกแลบ"  ยังสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ จนมีบรรดาศิษย์ทั้งหลายนั้นซึ่งเป็นผู้รู้รับรองโดยการเปิดเว็บไซด์ให้เขียน เพื่อเผยแพร่ความรู้  สอนให้บรรดาศิษย์ทั้งหลายฉลาดรอบรู้ จะได้ไม่ถูกบรรดาสัมภเวสีทั้งหลายต้มตุ๋นเอา
      Angry เมื่อคืนนี้ไปนั่งฟังแกนนำปราศรัย  พวกเขาก็พูดถึงเรื่องเก่า ๆ เดิม ๆ นั้นแหละ  ซึ่งถ้าเราเปิดเว็บอ่าน เขาจะพูดอะไรเราก็ยังรู้มากกว่าพวกเขาเสียอีก  ดีเจ.อ้อม เดินเข้ามาหา  บอกอาจารย์ประหยัดว่า เป็นไข้ปวดแขนไปหมดเนื่องจากกลางวันได้ทำบายศรี ๙ ชั้น แต่ไม่ได้บอกครูเสียก่อน  ก็ได้ไปขอขมาครูแล้ว  ก็น่าจะบอกว่าครูบายศรีนั้นก็คือครูระดับสัมภเวสีนั่นแหละ แต่ก็ไม่พูด เพียงแค่รับฟังเอาไว้ ๑ ปีที่ผ่านมานั้น อาจารย์ประหยัด กลายเป็นผู้ที่มีบุญคุณต่อบรรดาแกนนำและดีเจ.ที่ถูกจับ ตอนกลางวันเมื่อทำพิธีท่ามกลางคนสี่ร้อยกว่าคน  เมื่ออาจารย์ประหยัดได้กล่าวเชิญเทพ ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดินนั้น  ดีเจ.อ้อม ไม่พูดถึงเลย สำภเวสีไม่แปลกใจและไม่สนใจอะไรเลย  แม้แต่ ผอ.เพชร นั้น เวลาเดินผ่านอาจารย์ประหยัด ก็ทำมองไม่เห็น  ทำตัวเป็นสำภเวสีที่มีฤทธิ์เหนือกว่า เทพ-พรหม
       เช้าวันนี้ พระครูสุเทพ เจ้าอาวาสวัด "ศรีบุญเรือง" ก็มาเข้ารายการตามปกติ  ก็ไม่อยากจะวิพากวิจารณ์ท่านมาก เพราะว่าท่านก็เป็นคนที่หวังดีกับ ผอ.เพชร มาก  ตั้งแต่เข้ามาในกลุ่มเสื้อแดงท่านไม่เคยสวดชุมนุมเทวดาเลย แต่วันนี้ในรายการวิทยุท่านสวดชุมนุมเทวดา  จะให้เข้าใจว่าเมื่อวานนี้ท่านมาแต่เนื่องจากการบวงสรวงนั้นไม่เกี่ยวกับพระ เมื่อท่านไม่ได้ร่วมในงานพิธี  ท่านจึงได้มาแสดงเดี่ยวในวันนี้  เมื่อไม่มีพิธีการใด ๆ นั้น  พระ ๑ องค์มาสวดชุมนุมเทวดาทางวิทยุ ก็จะขอบอกว่าไม่มีเทวดาองค์ใดจะมาหรอกท่าน  แม้จะมีพิธีการแล้วพระสวดกันเป็นสิบ ๆ องค์  เทวดาก็หาได้มาเป็นร้อยเป็นพันไม่ น่าจะมาเฉพาะเทวดาที่เป็นญาติของท่านเท่านั้นแหละ  ก็ในเมื่ออาจารย์วัดทางเหนือเรียกว่า "หนาน" คือพระที่บวชแล้วสึกออกมา เป็นเจ้าพิธีการ รู้ทุกอย่าง  เหมือนพี่เลี้ยงนักมวยนั่นแหละสอนได้แต่ขึ้นไปต่อยไม่ได้  หนานท่านก็ร่ายยาวเกือบ ๒ ชั่วโมง เทวดาของท่านไม่มาเลย หนานท่านชุมนุมเทวดานั้นท่านก็ได้ซองขาว  แต่อาจารย์ประหยัดนั้นไม่ได้อะไรเลย เรียกว่าเป็นการปิดทองหลังพระ  ยังไม่ได้รับคำว่า "ขอบคุณ" จากเจ้าของงานเลย ก็คงคิดว่าการที่อาจารย์ประหยัดทำได้นั้นมันเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ใครก็จะทำได้
      Grin บรรดาสมาชิกเสื้อแดงที่มาในพิธีนั้น  พวกเขาไม่ได้สนใจในตัวอาจารย์ผู้ทำพิธีหรอก เขาสนใจในตัวอาจารย์ผู้เชิญเทวดาเป็นภาษาเทพ  ขนาดที่ว่าร่างทรงที่มีตาทิพย์เห็นองค์อาจารย์ประหยัดแล้ว  เธอเป็นเจ้ากี้เจ้าการให้อาจารย์ประหยัดไปกล่าวเชิญบรรดาทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้า  คนที่มีองค์ มีตาทิพย์ เขาเป็นผู้รู้  รู้ด้วยว่าคนไหนที่มี "บารมี" สามารถทำได้ แต่น่าเสียดายที่ ผู้จัดงาน อวดสู่รู้แต่ไม่รู้อะไรเลย  ก็ยังดีที่มี "พระแม่อุมา" ที่ท่านเมตตาต่อมวลมนุษย์ทั้งหลาย แต่สังขารสร้างไม่มีบารมียังไม่พอที่จะไปทำพิธีชุมนุมเทวดาได้  พระแม่ได้มาช่วยเหลือให้บรรดาผู้ที่มาชุมนุมทั้งหลายได้ประสบความสำเร็จในการขอบารมีจากบรรดาเทพทั้งหลาย
    Embarrassed ทำไมศาสดาของประเทศไทยต้องเป็นคนอินเดีย  แม้แต่เทพที่มาช่วยคนไทยก็ต้องเป็นเทพสายอินเดีย  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 20, 2010, 04:16:46 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2010, 10:35:16 AM »

"อายุบวร"

      Azn ถ้าไม่ได้ไปในงานพิธีบวงสรวงครั้งนี้  ก็คงจะไม่รู้ว่าตัวอาจารย์ประหยัดนั้น ปฏิบัติตัวก้าวหน้าหรือไม่ เพราะว่าเมื่อไปสำนักของนายเล็ก หนองจอก ๔ ครั้ง  นายเล็กและภรรยา  ก็ไม่เคยพูดหรือบอกว่า ตอนที่อาจารย์รับยกถาด องค์นั้นองค์นี้มารับ  แต่ในขณะที่ประจุองค์พระธรรม องค์ พระร่วงมา องค์มิพญาธรรมมา หรือองค์ท้าวเวสสุวรรณมา ฯลฯ  ซึ่งที่สำนักนี้ อาจารย์ทั้งผัวเมียนั้นบารมียังสร้างไม่ถึงที่จะดูองค์บารมีในสังขารอาจารย์ประหยัดได้  แต่ก็ราคาคุยกับบรรดาลูกศิษย์ของตัวเองซึ่งก็โง่เชื่อตามกันเป็นแถว  คุณอ้อนั้นก็ดูองค์ให้บรรดาลูกศิษย์  ก็พูดไปเรื่อย ๆ อย่างนั้นเอง
      Embarrassed นางโสธญา ทองประกอบ ปฏิบัติในสายสัญญามานานเกือบ ๑ ปี หลงตัวเองเข้าใจว่าตัวเองนั้นมีตาทิพย์ ต้องการจะอวดตัว คิดว่าตัวเองนั้นเทียบเท่าพ่อต้นฯ  จึงได้เปิดองค์พระธรรม ๒ องค์  ช่างมี "บารมี" สูงเสียนี่กระไร บารมีสูงกว่าอาจารย์ประหยัดซึ่งปฏิบัติในสายสัญญามาไม่นาน เพียงแค่ ๑๕ ปีเท่านั้น  มิน่าเล่าอาจารย์ผู้เปิดอย่าง อ.โหน่ง ถึงไม่ได้พูดสอนอะไรให้มาก  เอาไว้เจออาจารย์ใหญ่แล้วก็นจะรู้สึก
       Grin เทพในสายสัญญา-ประยุกต์ นั้น  ไม่มีใครที่จะกล้ามาบอกอาจารย์ประหยัด  แต่ก็มีบอกเหมือนกันคือเทพหน้าโง่หนองจอกบอกผ่านศิษย์ของพวกเขามาว่า  อาจารย์โหน่งและอาจารย์ประหยัดนั้นมีวิญญาณแถนบัลลังก์ทองแทรกแล้ว แต่เมื่อไปเจอร่างทรงองค์เทพ ในงานพิธีบวงสรวง  ก็รู้ได้แน่ชัดยิ่งกว่า ๑๐๐% ว่า อาจารย์ประหยัดนั้นมีบารมีสูง จนร่างพระแม่ท่านเดินเข้ามาขอ "พลัง เมื่อกล่าวอาราธนาเชิญ บรรดาเทพ ๑๖ ชั้นฟ้าแล้ว เดินเข้าไปใกล้ร่าง "พระชายาเจ้าดารารัศมี" ร่างของพระองค์ยังสั่นสะท้านไปหมด พระแม่ท่านไม่ได้กลัวพระพุทธเจ้าหลวง แต่ท่านเกรง "พ่อพระศิวะ" ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้ถอย คนที่ไม่ได้เข้าอยู่ในวงการสายนี้  จะไม่รู้ไม่ได้รับสัมผัสเลยว่า ทำไมเมื่อเวลากล่าวเชิญเทวดาทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้านั้น  คนที่ไปร่วมในงานพิธีถึงเกิดอาการอ๊วก  ก็ไม่จำเป็นต้องรู้  รู้ไปแล้วไม่สนใจมันก็แค่นั้นแหละ
       แม้แต่พระครูสุเทพ เมื่อเห็นและได้ยินอาจารย์ประหยัด ชุมนุมเทวดา  ท่านก็ยังมาชุมนุมเทวดาเรียนแบบบ้าง ท่านได้ขอให้ พระศิวะ พระนารายณ์ ท่านท้าวมหาพรหม พระแม่อุมา พระลักษมีเทวี พระแม่สุรัสวดี พระแม่กวนอิม ฯลฯ มาเพื่อช่วยปกป้องคุ้มครองบรรดาเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ ช่วยปกป้องคุมครองล้านนาของเรา เทพที่ท่านได้กล่าวอัญเชิญนั้นน่าจะเป็นเทพต่างประเทศทั้งหมด  แม้แต่พระแม่ธรณีก็ยังเป็นเทพต่างประเทศ  เพราะว่าพระแม่ธรณีนั้นก็เป็นชายาของพระนารายณ์  รู้สึกว่าท่านไม่ได้กล่าวถึง พระพุทธเจ้าหลวงเลย  คงคิดว่าเจอโกเต๊กไป ๖ ชิ้น ฤทธิ์ธาโสดานุภาพของพระองค์ท่านคงจะเสื่อมไปแล้ว แต่ก็จะขอบอกว่า พระพุทธเจ้าหลวงนั้นอยู่บนสวรรค์ชั้นพรหมซึ่งสูงกว่า พระสยามเทวาธิราชอยู่สวรรค์ชั้นที่ ๓ นี้มีชื่อว่า  “ยามา”
       สวรรค์นั้นมี ๖ ชั้น สูงขึ้นไปอีกก็เป็น พรหม ๑๖ ชั้น จากนั้นก็จะเป็นอรูปพรหมอีก ๔ ชั้น แล้วยังมีพรหมชั้นสุทธาวาสอีก ๕ ชั้น ถ้าสร้างบารมีขึ้นไปถึงพรหมชั้นที่ ๑๖ ก็เตรียมเข้า "อรหันต์" ได้แล้วโดยอัตโนมัติ พระพุทธเจ้าหลวงนั้นที่ท่านหายไปนานเกือบ ๑๐๐ ปี นั้น  ท่านไปบำเพ็ญญาณบารมีจนขึ้นไปอยู่พรหมชั้น ๑๕ แล้ว  แต่พระสยามเทวาธิราชนั้นอยู่เพียงเทวดาชั้นที่ ๓ เท่านั้น  ซึ่งมนุษย์ทั้งหลายเมื่อเดือดร้อนก็ไปบนบานศาลกล่าวขอให้ พระสยามเทวาธิราช ท่านช่วยเหลือ โดยไม่รู้เลยว่า เทพของ "ไทย" นั้น คือ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" อยู่ในระดับชั้นพรหม  แต่เทพสายฮินดูท่านอยู่ในสวรรค์ ๖ ชั้นเท่านั้น  ซึ่งอาจารย์ประหยัดก็ยังเข้าใจว่า ร.๕ เป็นเทพระดับเล็ก  คนไทยทั้งหลายก็คงจะคิดเช่นนั้น  ซึ่งเวลาจะขออะไรก็จะไปขอกับพระสยามเทวาธิราช  ท่านก็คงจะช่วยเหลือคนไทยจนหมดเนื้อหมดตัวแล้วในขณะนี้ แต่ก็ไม่ทราบว่าเทพระดับพรหมนั้นทำไมท่านจึงรอนานไม่ลงมือเสียที
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 18, 2011, 09:49:54 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 10, 2010, 10:45:42 AM »

 Grin อายุบวร
 Cry ชั้นอสัญญีพรหมหรือพรหมลูกฟัก ซึ่งเป็นพรหมภายนอกพระพุทธศาสนา   พรหมชั้นสุทธาวาส ๕ ต่อจาก พรหมชั้นเวหัปผลา หรือต่อจาก พรหมอสัญญีสัตว์ ซึ่งนับเป็นพรหมชั้นที่ ๑๑ ก็ถึง พรหมชั้นสุทธาวาส คำว่า สุทธาวาส แปลว่า อาวาส คือที่อยู่ของผู้บริสุทธิ์ หรือ ที่อยู่อันบริสุทธิ์  หมายถึงนิวาสภูมิของท่านผู้บริสุทธิ์เหล่านั้น คำว่า ผู้บริสุทธิ์ ในที่นี้หมายเฉพาะพระอนาคามีและพระอรหันต์ คือ พระอริยาบุคคลชั้นอนาคามีในโลกนี้สิ้นชีวิตแล้ว ท่านว่าไปเกิดอยู่ในชั้นสุทธาวาส และจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ นิพพานในชั้นสุทธาวาสนั้น ไม่มีกลับลงมาอีก ท่านจึงว่า สุทธาวาสเป็นที่อยู่ของพระอนาคามีและพระอรหันต์ หมายถึงพระอนาคามีดั่งกล่าวและพระอรหันต์ที่สำเร็จภายหลังจากที่ขึ้นมาเกิดในสวรรค์แล้ว สุทธาวาสนี้มีอยู่ ๕ ชั้น นับต่อจากชั้น ๑๑ เป็นลำดับไปดั่งนี้.
        ๑๒.วิหา แปลว่า ไม่ละฐานของตนโดยกาลอันน้อย หรือไม่เสื่อมจากสมบัติของตน เป็นภูมิ สุทธาวาสชั้นต้น
        ๑๓.อตัปปา แปลว่า ไม่สะดุ้งกลัวอะไร หรือ ไม่ทำผู้ใดผู้หนึ่งให้เดือดร้อน เป็นภูมิ สุทธาวาสชั้นสอง
        ๑๔.สุทัสสา แปลว่า ดูงาม คือมีรูปงามน่าดู เป็นภูมิสุทธาวาสชั้นสาม
        ๑๕.สุทัสสี แปลว่า ดูงาม คือมีรูปงามน่าดู เป็นภูมิสุทธาวาสชั้นสี่
        ๑๖.อกนิฏฐา แปลว่าไม่มีเป็นรอง เพราะมีสมบัติอุกกฤษฏ์ เป็นภูมิสุทธาวาสชั้นห้า สุทธาวาสทั้ง ๕ ชั้นนี้นับเข้าในพรหมชั้นจตุตถรูปฌาน คือฌานที่มีรูปกัมมัฏฐาน เป็น อารมณ์ชั้นที่สี่. ชั้นอรูปฌาน ๔ ต่อจากนั้นภูมิชั้นของพรหมผู้ที่มาเกิดเพราะได้อรูปฌาน จัดเป็น ๔ ชั้น ตามภูมิฌาน ดังนี้
        ๑.อากาสานัญจายตนะ คือ ชั้นของพรหมผู้ได้อรูปฌาน เพราะได้เจริยอรูปกัมมัฏฐาน ว่าอากาศไม่มีที่สุด ซึ่งเป็นอรูปที่หนึ่ง
        ๒.วิญญาณัญจายตนะ คือ ชั้นของพรหมผู้ได้อรูปฌานเพราะด้เจริญ อรูปกัมมัฏฐานว่า วิญญาณไม่มีที่สุด ซึ่งเป็นอรูปที่สอง
        ๓.อากิญจัญญายตนะ คือ ชั้นของพรหมผู้ได้อรูปฌานเพราะได้เจริญอรูปกัมมัฏฐานว่า น้อยหนึ่งนิดหนึ่งก็ไม่มี ซึ่งเป็นอรูปที่สาม
        ๔.เนวสัญญานาสัญญายตนะ    คือ ชั้นของพรหมผู้ได้อรูปฌานเพราะได้เจริญอรูปกัมมัฏฐานที่ละเอียดยิ่งขึ้นไปอีก จนดับสัญญาอย่างหยาบเหลือแต่สัญญาอย่างละเอียด จึงเรียกว่า มีสัญญาก็ไม่ใช่ (เพราะวิถีจิตละเอียดมาก) ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่( เพราะยังมีสัญญาละเอียดอยู่ ไม่ใช่สิ้นสัญญาเสียหมดเลย) ซึ่งเป็นอรูปที่สี่

         อรูปทั้ง ๔ ชั้นนี้ ละเอียดกว่ากันขึ้นไปโดยลำดับ รวมพรหมทั้งรูปทั้งอรูปเป็น ๒๐ ชั้น ถ้ายกอสัญญีพรหมเสียก็มี ๑๙ ชั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 18, 2011, 09:51:47 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: