"อายุบวร"

พูดถึงการเป็นนายประกันเสื้อแดง
ต้องเขียนเล่าให้กับผู้ที่ไม่รู้ฟังว่า การเป็นนายประกันแกนนำหรือดีเจ.ที่ตกเป็นผู้ต้องหานั้น ง่ายหรือยากเพียงใด เมื่อเราเป็นนายประกันแล้วผลตอบรับมาจะเป็นยังไงบ้าง บางคนที่ได้รับทราบก็จะบอกว่า ได้บุญ แต่จะได้บุญจริงหรือไม่นั้นท่านจะต้องไปทดลองเป็นนายประกันด้วยตัวเองดูบ้าง ก็จะรู้เองว่าได้บุญหรือไม่

ก่อนที่จะไปประกันตัวนั้น จะต้องเอาโฉนดที่ดินไปประเมินราคาเสียก่อน ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ จะต้องเดินทางไปเอง ขับรถไปเอง จ่ายค่าน้ำมันเอง เมื่อไปถึงก็จะต้องไปรับบัตรคิวแล้วก็นั่งรอ ก็ไม่นานถ้าคนไม่มากก็รอประมาณ ๑ ชั่วโมง เสียค่าธรรมเนียม ๕๐.-บาท จากนั้นก็รอทางตำรวจเรียกตัวผู้ต้องหา ในคราวที่ไปประกันตัว ผอ.เพชร,ดีเจ.อ้อม และ ดีเจ.ต้อมนั้น ทางตำรวจ สภอ.ภูพิงค์ นั้นเขาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ก็ใช้เวลาไม่นานประมาณ ๒ ชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย ถามว่าเวลาไปนั้นมีใครเอารถไปรับหรือเปล่า ตอบว่าต้องไปเองขับรถไปเอง แล้วก็ต้องจ่ายค่าน้ำมันเอง ซึ่งแต่ละครั้งนั้นจะต้องเสียค่าน้ำมันไม่ต่ำกว่า ๑๒๐.-บาทเป็นอย่างน้อย ทาง ผอ.เพชร นั้นไม่เคยเอ่ยถามว่า ทำยังไงมาจะให้ส่งรถไปรับหรือเปล่า หรือถ้ารู้จักธรรมเนียม หรือรู้จักบุญคุณ อ.ประหยัด ผอ.เพชร ก็ควรที่จะต้องเติมน้ำมันรถให้ ไม่ใช่ขอให้อาจารย์ประหยัดไปประกันตัวแล้ว ก็ต้องเสียเงินเป็นค่าใช้จ่ายอยู่ตลอดไป อาจารย์ประหยัดนั้นเกิดที่ โรงพยาบาลแม็คคอมิค จังหวัดเชียงใหม่ ส่วน ผอ.เพชร นั้นท่านก็บอกว่าเป็นคนบ้านธิ จังหวัดลำพูน คงจะคิดว่าคนในเมืองนั้นจำเป็นที่จะต้องสวามิภักดิ์รับใช้คนบ้านนอกตลอดไปเช่นนั้นหรือ

ในการไปประกันตัวดีเจ.แหล่ นั้น ซึ่ง ดีเจ.แหล่ ถูกจับที่สนามบิน พร้อมกับ ดีเจ.อ้วน ทางสถานีวิทยุก็ปลุกระดมให้ไปช่วย ดีเจ.อ้วน แต่ไม่บอกว่า ดีเจ.แหล่ ก็ถูกจับด้วยแต่ในข้อหาพกอาวุธปืนเถื่อน เพราะความร้อนใจของ ดีเจ.อ้อมที่ต้องการจะไปช่วยสามี ดีเจ.แหล่นั้น คนมายังไม่พอน้อยเกินไปก็ยกกำลังไปล้อม สภอ.ภูพิงค์ แล้วประกาศออกทางวิทยุ Fm 92.5 ขอความช่วยเหลือว่าใครมีโฉนดก็ขอให้ไปช่วยประกันตัว ดีเจ.แหล่ ด้วย โดยที่ อาจารย์ประหยัด ยังไม่ทราบว่า ดีเจ.แหล่ เจอข้อหาอาวุธปืนเถื่อน คิดว่าเป็นข้อหาปกติธรรมดา ก็ไปหา ผอ.เพชร ถามท่านว่า ผอ.จะให้ ผมประกันตัวให้ ดีเจ.แหล่ไหม ผอ.ท่านก็พูดอย่างไม่เต็มปาก ท่านก็ไม่ยอมพูดว่าไม่เป็นไร ผมมีโฉนดผมจะประกันให้ ดีเจ.แหล่เองก็ได้ ซึ่งถ้าท่านทำได้เหมือนกับที่ท่าน ผอ.เพชร พูดออกวิทยุว่า ท่านก็มีโฉนด ประกันตัวเองก็ได้ ก็ที่ประกันตัวให้ท่าน ผอ.เพชร ไปนั้น ไม่ใช่โฉนดของ อาจารย์ประหยัดหรือ ? โฉนดที่เอาไปประกันตัว ผอ.เพชร นั้น เป็นคราวที่ ผอ.เพชร ถูกหมายจับ ต้องไปหลบซ่อนอยู่ตั้งหลายวัน เมื่อตกลงกับตำรวจได้แล้วจึงได้โทรไปขอให้อาจารย์ประหยัดมาประกันตัวให้

หลังจากอาจารย์ประหยัดประกันตัวให้ไม่ถึงเดือน ทางดีเจ.อ้อมก็จะไปเล่นงานธนาคารไทยพาณิชย์ อาจารย์ประหยัดก็หวังดี พริ้นเอาผู้ถือหุ้นของธนาคารไทยพาณิชย์ไปให้
เมื่อเข้าไปในห้อง ผอ.เพชร ท่านพูดอย่างพล่อย ๆ ว่า “จะมาถอนประกั๋นกา” พูดอย่างนี้มันเหมือนดูถูกอาจารย์ประหยัด เพราะเราเป็นผู้ใหญ่กว่า ผอ.เพชร นั้นอายุน้อยกว่าอาจารย์ประหยัด ๑๗ ปี ไม่สมควรที่จะพูดอย่างนี้ ก็ย้อนถามไปว่า ทำไมจะต้องมาถอนประกัน
เมื่อเราเป็นผู้ใหญ่แล้วทำไปแล้ว จะปลิ้นปล้อนไปเรื่อยมันก็คงจะเสียชื่อ แต่คนที่เราประกันตัวให้นั้น น่าจะมีน้ำใจ มีวาจาปราศรัยรักษาน้ำใจกันบ้าง แต่นี่คงจะคิดว่า นายประกันอย่างอาจารย์ประหยัดนั้น มันก็แค่พวกประชาชนที่มานั่งชุมนุมอยู่ที่หน้าโรงแรมเท่านั้น ซึ่งถ้ารู้แต่แรกว่านิสัยของ ผอ.เพชร เป็นอย่างนี้ก็ไม่น่าจะไปเป็นนายประกันให้ 
การประกันตัว ๔ คนที่ผ่านไปนั้น มีดีเจ.แหล่คนเดียวที่มีข้อหารุนแรง คือพกอาวุธปืนเถื่อน ไปศาล ๕ ครั้ง ซี่งดีเจ.แหล่ นั้นเป็นคนมีน้ำใจ คงจะเห็นว่า รถของอาจารย์ประหยัดไม่ได้เติมน้ำ แต่เติมน้ำมัน ก็จะเติมน้ำมันให้ ๕๐๐ บาท แต่อาจารย์ประหยัดบอกว่า ๓๐๐.บาท (๒ ครั้ง) ก็พอ เพราะแต่ละครั้งที่ไปศาลนั้น ดีเจ.แหล่จะต้องไปเบิกค่าน้ำมันจาก ดี.เจ.อ้อม ๑,๐๐๐.-บาท แต่ก็ยังเป็นคนที่มีน้ำใจ คือไม่ยอมใช้คนฟรี ๆ ยอมเสียค่าใช้จ่ายให้
ดี.เจ.แหล่ นั้นเป็นคนของ ผอ.เพชร ซึ่งในการไปตามหมายเรียกแต่ละครั้งนั้น ดีเจ.อ้อม จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น แม้แต่การ์ดซึ่งเป็นลูกน้องของตัวเองนั้นถูกจับที่กรุงเทพฯ สถานทูตซาอุ มีการประกันตัวโดยเช่าโฉนดที่ดิน จากที่ศาลกำหนดการประกันตัวเอาไว้ ๕๐๐,๐๐๐.-บาท ต้องเสียค่าเช่าโฉนด ๑๐ % คือ ๕๐,๐๐๐.-บาท ถามว่าเงินค่าเช่าโฉนดนั้นใครออก ก็ ดีเจ.อ้อม นั่นแหละ เป็นผู้ออก หลังจากนั้น ๑๒ วัน ก็ต้องไปรายงานตัวกรุงเทพฯ การ์ดก็ต้องมาขอค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีก ๒,๐๐๐.-บาท แล้วก็จะต้องเสียค่าเดินทางจนกว่าคดีจะสิ้นสุด ก็คงจะไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐.-บาท ผู้ซึ่งมาขอเบิกให้ก็คือ ดีเจ.แหล่ นั่นเอง เพราะว่าเป็นเจ้านายการ์ด มีความรับผิดชอบ ซึ่งดีเจ.อ้อมก็ต้องจ่าย แล้วยังมีอีกคนหนึ่งที่ถูกจับในคดีปืนเถื่อนคือนายตู่ ถูกจับพร้อมกับ ดีเจ.แหล่ ดีเจแหล่นั้นรอลงอาญา ส่วนนายตู่เจอ ๙ เดือน ไม่รอลงอาญา ก็ได้มีการประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ก็คงจะ ๕๐,๐๐๐.- เพราะคดีนี้เป็นคดีเดียวกันกับกรุงเทพฯ เงินทองที่เสียไปโดยไม่น่าที่จะเสียนั้นเป็นจำนวนแสนบาท ดีเจ.อ้อม ก็บอกว่าตัวเองไม่มีรายได้ ค่าผ่อนรถ ๑,๘๐๐.-บาท ก็ยังไม่ได้ผ่อน แต่ทำไมจึงมีเงินจำนวนเป็นหมื่นเป็นแสนไปช่วยประกันตัวให้ การ์ดลูกน้อง ดีเจ.แหล่ 
ดีเจ.แหล่ นั้นเป็นคนมีน้ำใจกับบรรดาการ์ดลูกน้องมาก เมื่อใช้พวกเขาก็ต้องรับผิดชอบ แต่สำหรับอาจารย์ประหยัดนั้น ไม่ใช่มารับใช้แกนนำและดีเจ. น่าจะอยู่ในระดับที่สูงกว่า ดีเจ.และการ์ด ผอ.เพชร และ ดีเจ.อ้อม นั้นน่าจะเป็นคนมีน้ำใจ จัดการในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้
ไม่ใช่ว่าถ้าอาจารย์ประหยัดไม่ได้ประกันตัวแกนนำเสื้อแดงแล้วจะต้องอกแตกตาย เสียทั้งเงินทองเป็นค่ำน้ำมัน เสียเวลา เป็นวัน ๆ เวลามีการนัดคดีก็บอกวันที่เอาไว้ แต่เวลาเลื่อนคดีก็ไม่บอก ให้อาจารย์ประหยัดเสียเวลาอยู่บ่อย ๆ เพียงแค่คำว่าขอโทษจากปาก ผอ.เพชร นั้นไม่มี นอกจากให้บรรดา ดีเจ.มาขอโทษเท่านั้น
ผอ.เพชร นั้นเขาวางตัวว่าเป็นคนเหนือผู้อื่น ถ้าไม่มี ผอ.เพชร แล้วคนอื่นจะเป็นแกนนำไม่ได้ ขอประทานโทษที่อาจารย์ประหยัดมาทีหลัง ซึ่งคิดว่าไม่รู้อะไร แต่ อาจารย์ประหยัด นั้น รู้จัก ดีเจ.หลาย ๆ ท่านที่แยกจาก ผอ.เพชร ไปเปิดสถานีวิทยุเอง เมื่อประมาณ ๑ เดือน ที่ผ่านมานั้น ก็ไปเยี่ยมเยียน ดีเจ.ป๋าโบ้ ที่ได้ถูกบีบให้ออกไปจากสถานี หลังจากที่ รุ่นคุณปูนิ่ม ได้พากันย้ายออกไป 5-6 คน ก็ไม่ใช่ว่าจะไปเป็นนกสองหัว เพราะป๋าโบ้นั้นเชิญอาจารย์ประหยัดไปตั้งแต่แกออกจาก รัก ช.ม.๕๑ ก็ไม่เคยไป
อุตส่าห์ไปยกย่อง ผอ.เพชร ให้ คุณปูนิ่มฟัง คุณปูนิ่มบอกว่า “ถ้ารวยจริงก็ช่วยบอก ผอ.เอาเงินที่เป็นหนี้ ๕๐,๐๐๐.-บาท” ไปใช้หนี้เขาหน่อยซิ แบบนี้ก็ทำให้เราพูดไม่ออกเพราะว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของ ผอ.เพชร กับ คุณปูนิ่ม ซึ่งทำไมคุณปูนิ่มไม่กล้าไปทวงเอง ทำไมจะไม่รู้ว่า คุณปูนิ่ม ไม่ทวง
คุณปูนิ่มนั้นทวงเสียตัวเองนั้นหน้าหนาไปเสียแล้ว :

สมมุติว่า อาจารย์ประหยัด ไปทวงให้จริง ๆ เหมือนไปทวงให้ป๋าโบ้นั่นแหละ ไม่ได้รับคำตอบ แต่เขาจะตอบแบบยียวนก็ได้ว่า ผอ.มีเงินนั่งเครื่องไปกลับเที่ยวละ ๖-๗ พันบาท กลับมาทุกอาทิตย์ แต่ไม่มีเงินไปใช้หนี้ใคร เพราะว่า ผอ.นั้นเหนียวหนี้มาก คนที่สนิทเขาเคยเล่าให้ฟังว่าใช้ให้เธอเอาโฉนดไปจำนำเพื่อเอาเงินมาเป็นค่าเรียน ปริญญา กว่าจะได้คืน เธอในฐานะที่เป็นคนเอาโฉนดไป ก็ต้องทวงเป็นร้อย ๆ เที่ยว พอได้เงินเสร็จ เธอก็เผ่นหนีไปจาก ผอ.เพชร ทันที ซึ่งเวลานี้แม้แต่จะขับขี่รถผ่านโรงแรมก็ยังรังเกียจอยู่เลย
ในรอบวงที่เป็นบริวารของ ผอ.เพชร นั้น ๑ ปี ผ่านมานี้ ที่เห็น ดี.เจ. ไก่, ดีเจ.เป็ด, ดีเจ.ปูนิ่ม, ดีเจ.ลุงบุญ, ดีเจ.ต.ตู้ และดีเจ.เป๋คลองเตย ก็ได้ออกจากอ้อมอกของ ผอ.เพชร ไป จากนั้น ก็มี ป๋าโบ้ และ อ.สุรพล อ.สมเกียรติ ออกไป ซึ่ง ๓ คนหลังนี้น่าจะถูกให้ออก และคนสุดท้ายที่ไม่ให้มาทำรายการก็คือ ย.ยุ้ย ซึ่งคนออกไปมากอย่างนี้ ผอ.เพชร น่าจะมีการพิจารณาตัวเอง
๑๑ มิ.ย.๕๓ ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะมีการพิจารณาตัวเองได้ยังไง ในเมื่อถ้ายกเลิก พรบ.ความมั่นคง กลับมายังสถานี FM 92.5 เครื่องมือทำมาหากิน ทั้งเครื่องและเสาอากาศก็ได้ถูก พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ยกไปเสียแล้ว แม้แต่ฆ้องแสนเสียง ที่เวลาจะไปกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ ตีแล้วก็ไป ตีอีกก็ไปอีก ไม่เห็นชนะกลับมาซักที ยังไม่พอฆ้องทางเทศบาลที่เคยไปหาเสียงให้ เขาก็ยกฆ้องเอามาคืนให้ที่หน้าโรงแรมแล้ว

อย่าไปคิดว่าผู้ที่มาร่วมชุมนุมนั้นจะเป็นคนปัญญาอ่อน ไม่รู้อะไร คนที่สนิท ๆ กันกับอาจารย์ประหยัดนั้น เวลานี้เขาหายหน้าไปหมด ก็คงจะเป็นเพราะปัญหาเดียวกันกับพวก ดี.เจ. นั่นแหละ ซึ่งหากเราเป็นแกนนำ เราจะต้องมีความซื่อตรงต่อชาวบ้านที่มาชุมนุม อย่าพูดอย่างแต่ทำอย่าง เงินบริจาคที่เขาให้เป็นค่าน้ำมันนั้น ไม่สมควรที่จะเอาไปใช้ผิดประเภท ยกตัวอย่างเช่น เอาไปประกันตัว การ์ด ที่ถูกต้องคดี เพราะว่าประกันแล้วไม่ได้คืนเสียฟรี ๆ ก็ในเมื่อบอกว่ามีโฉนดตั้งเยอะแยะ ก็เอาโฉนดที่คุยเอาไว้ไปประกันให้ซี่

ลืมบอกไปว่า การมาชุมนุมกรุงเทพฯ แต่ละครั้งนั้น อาจารย์ประหยัดไปเอง เสียค่าใช้จ่ายเอง ไม่มีปัญญาไปพักโรงแรมมิโด้ เหมือนแกนนำ แต่ก็ไปพักโรงแรมใกล้เคียง คือโรงแรมลี้เปอร์ตี้ ราคา 650.00 บาท จะไปพักโรงแรมมิโด้นั้นก็คงจะไม่ไหวเพราะไม่ได้เงินฟรีเงินบริจาคมาให้ อาหารที่มีบรรดาคนมาบริจาคนั้นไม่ใช่ว่าไม่กิน ก็เคยกิน ๒ ครั้งใน ๑ ปีครึ่ง เพราะว่าเจ้าของเขาตักมาให้กิน ไปชุมนุมหลายสิบครั้ง ไม่ได้ไปเพื่อกินของบริจาค

ซึ่งถ้าประพฤติตัวแบบนี้ น่าจะดูว่า คนเก่า ๆ ที่มานั้นหายหน้าไปหมด แล้วงานนี้หากเสร็จสิ้นแล้ว คิดหรือว่าบรรดาสมาชิกเก่า ๆ นั้นจะกลับมา ยิ่งเวลานานเข้า คนจะรู้มากเข้า ซึ่งจะขอยกตัวอย่างไว ๆ นี้ให้ทราบ

เมื่อมีการคัดเลือกนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กลุ่มเสื้อแดงนั้นเป็นหัวคะแนนให้นายกคนนี้ ในการเดินหาเสียงนี้ก็ใช่ว่าจะช่วยฟรี ๆ ซึ่งหากช่วยฟรี ใครจะไปเดินหาเสียงให้ ค่าน้ำมันรถก็ต้องจ่าย ก็ไม่อยากจะไปสืบข้อเท็จจริงจาก นายกช้างเผือก แต่มาดูผลดีกว่า นายกช้างเผือกนั้นแต่ก่อนนำอาหารกล่องมาบริจาคครั้งละ ๕๐๐ กล่อง แต่มาคราวนี้ถ้ารู้จักบุญคุณเสื้อแดงจริง ๆ ก็น่าจะมาบริจาคเป็นเงินช่วยเหลือการลงไปสู้ที่กรุงเทพฯ รู้สึกว่าท่านนายกทั้งสองจะเงียบ ก็ไม่ทราบว่าไม่รู้จักบุญคุณ ผอ.เพชร เลยหรือ เมื่อเราช่วยเหลือเขาจนได้เป็นนากยกเทศมนตรี แทนที่จะสำนึกในบุญคุณ มาช่วยเหลือกันบ้าง เงิน พันสองพัน ก็แสดงว่า เป็นคนมีน้ำใจ ซึ่งหากจะเป็นคนไร้น้ำใจก็น่าจะเป็นคนเนรคุณไม่รู้จักบุญคุณคน คนที่รู้จักบุญคุณคนนั้นเมื่อเราเคยช่วยเขา เขาก็ควรจะช่วยเราบ้าง แม้จะไม่ได้ไปคุยกับนายกแล้ว ก็รู้อยู่แล้วว่าที่นายกทำตัวห่างเหินไปเพราะอะไร ?