หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จับฉลากไปพบนายกทักษิณ "ตุ๋นยาจีน"  (อ่าน 481 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 06, 2010, 12:05:13 PM »

"อายุบวร"
 Cheesy จับฉลากไปพบนายกทักษิณ (น่าจะเป็นการฝันกลางวันของพวกเสื้อแดงมากกว่า) เมื่อปลายเดือน ธันวาคม ๒๕๕๒ ดีเจ.อ้อม ได้ทำปฏิทินตั้งโต๊ะ ๑,๐๐๐.เล่ม  เพื่อที่จะมาจำหน่ายหารายได้เข้าสถานี ขายในราคา ๙๙.๐๐-บาท  ซึ่งเทียบกับ ปฏิทิน ที่ทางธนาคาร และ บริษัททั้งหลายแจกฟรีไม่ได้  จึงทำให้ปฏิทินชุดนี้ขายไม่ออก  แทนที่จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเพื่อเสื้อแดง  กลับเหลือค้างอยู่เก้าร้อยกว่าอัน
    >Cheesy ดีเจ.อ้อม เมื่อลงทุนไปแล้วหลายหมื่น  เมื่อขายไม่ออกก็จะเสียเงินฟรี  จึงได้จัดเวทีขึ้น  เพื่อเรียกคนมาโดยประกาศทางวิทยุ FM 92.50 ว่า  ให้สมาชิกเสื้อแดงมาซื้อปฏิทินในราคา 69.00 บาท  แล้วจะมีการจับฉลาก ๕ รางวัล เดินทางฟรีไปพบกับ นายกทักษิณ ชินวัตร  แต่ไม่ได้ยินว่าไปพบที่ไหน  น่าจะเป็นที่ “เขมร” เพราะเสียค่าใช้จ่ายถูก ปฏิทินก็ขายหมดเกลี้ยง  เพื่อหวังที่จะได้ไปพบนายกทักษิณ  คนแรกที่จับฉลากได้โดย สส.ลำพูน เป็นผู้จับ  เป็นผู้หญิง  ซึ่งเธอผู้นี้ก็ได้ทำพาสปอร์ตเอาไว้แล้ว  หากนายกทักษิณเดินทางมาเขมร เมื่อไหร่ก็จะเดินทางไปพร้อมกับ ดีเจ.ย.ยุ้ย  ซึ่งได้ฟอร์มทีมเอาไว้แล้ว แต่เมื่อไปชุมนุมกันที่ กองบัญชาการเขต ๕  ดีเจ.อ้อมบังเอิญไปเอาของที่วัดศรีบุญเรือง  ก็ไปเจอกับ ย.ยุ้ย นั่งคุยกันกับกลุ่ม ป๋าโบ้  คุณปูนิ่ม  ก็ได้ถูกเรียกไปด่า  บอกว่าอย่าเหยียบเรือสองแคม สั่งไม่ให้ดีเจ.ยุ้ยไปออกอากาศอีก
     เมื่อวานนี้ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ได้มีโอกาสโทรไปคุยกับ ดีเจ.ย.ยุ้ย ก็ได้ถาม ยุ้ยว่า เสียใจไหมที่ ดีเจ.อ้อมไล่ออก แกก็บอกว่าไม่เสียใจเลย  เพราะถ้าไม่ออกป่านนี้ก็ต้องเป็นอีแอบหลบซ่อนไปเรื่อย ๆ ปล่อยให้เมียสาวนอนอยู่บ้านเดียวดาย  กลับมามันก็เอาผัวใหม่แล้ว
    จากที่ปฏิทินขายไม่ออก  เมื่อนำมาจับฉลากก็ได้เงินมาดูเหมือนแว่ว ๆ ว่า หกหมื่นเศษ  ก็พูดออกทางวิทยุว่า จะเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายให้การ์ด  ซึ่งก็คงจะหมดแล้วที่นำไปจ่ายเป็นค่าประกันตัวให้การ์ดคราวไปที่สถานทูตซาอุ คนที่จับฉลากได้ก็คงจะนั่งฝันนอนฝันไปอีกนาน  เพราะแต่ละครั้งที่ ท่านนายกทักษิณ มานั้น  ก็ไม่ได้แจ้งบอกให้ทาง ผอ.เพชร ทราบอีกเลย  ก็ไม่ใช่เป็นการหลอกแต่ประการใด  ได้เงินค่าขายปฏิทินมา ก็คงจะมาเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะ ๕ คน คงจะไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทต่อคน
      ดีเจ.อ้อม เอ่ยปากว่าจะพา ดีเจ.ย.ยุ้ยไปด้วย  เมื่อหลุดปากออกมาต่อหน้า อ.ประหยัด  ก็เลยพูดต่อว่า จะพา อาจารย์ประหยัดไปด้วย ไป “ฟรี”  ก็หาได้ดีใจไม่ที่จะได้ไปฟรี  เพราะกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ นั้น  พูดแล้วก็พูดไป พูดไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ  หาสาระอะไรไม่ได้  ซึ่งถ้านายกทักษิณมาจริง  ก็จะเดินทางไปกับ ดีเจ.ต.ตู้ และมีอีกหลาย ๆ กลุ่ม ที่จะเดินทางไป
     คนเก้าร้อยกว่าคนรวมทั้งภรรยาของ อ.ประหยัด ก็เหมือนถูกต้มให้ซื้อปฏิทิน  ซึ่งภรรยาอาจารย์ประหยัดนั้นความจำสั้นมาก  ถูกหลอกให้ซื้อโต๊ะจีนหลายครั้ง  ก็ยังยอมให้หลอกอีก  เสียเงินไปฟรี ๆ อีก ๖๙ บาท เมื่อหลอกเขาซื้อปฏิทินแล้ว  คนจับฉลากไม่ได้ไปหานายก  ใครจะรับผิดชอบ คนที่รับผิดชอบน่าจะเป็น ผอ.เพชร เพราะเป็นคนจับฉลากเองอยู่บนเวที  ผ่านมา ๓-๔ เดือน คิดว่าคนที่ถูกหลอกเขาจะไม่คอยดูหรือว่า มันจะเป็นจริงหรือที่พวกจับฉลากจะได้เดินทางไปหานายกทักษิณ  “กรรม” นี้ไม่ได้เจตนา  ก็คงจะไม่มีผล แต่ผลที่จะติดตามมานั้นก็คือทำให้เสียมวลชนที่จะมาในกลุ่มเสื้อแดงไป  
  Afro (๒๙ เมษายน ๒๕๕๓) เรื่องการจับฉลากซื้อปฏิทิน นั้น  ผ่านพ้นไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง เหลือแต่บาดแผลเล็ก ๆ เอาไว้ให้พวกเสื้อแดงเก้าร้อยกว่าคน ที่ลงทุนได้ซื้อปฏิทิน  เป็นตำนานที่เล่าขานแต่ไม่ค่อยจะเล่ากัน เพราะเสียรู้ ซึ่งเงินหกหมื่นกว่าบาทน่าจะกินฟรีเพราะว่า นายกทักษิณนั้นถึงแม้จะมาที่เขมร  ก็จะไม่บอกให้พวกเสื้อแดงทราบ  เอาไว้เมื่อท่านนายกทักษิณกลับมาประเทศไทย คนที่จับฉลากได้ก็จะถูกพาไปหานายกทักษิณที่แม่ริม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2011, 11:30:44 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2010, 10:33:03 AM »

"อายุบวร"
  ก็อย่างว่านั่นแหละ หลอกใครไม่หลอก ดันไปหลอกภรรยา อาจารย์ประหยัด  หรือว่าจะเป็นเวรเป็นกรรมของแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ ก็มีตั้งหลายกลุ่มอยู่ในเชีัยงใหม่  ศอฉ.ดันออกหมายจับเฉพาะกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ โดยมี ผอ.เพชร  ดีเจ.อ้อม  ดีเจ.ต้อม  ดีเจ.แหล่ และ ดีเจ.อ้วน เท่านั้น  
  ทุกคนก็สบายดีอยู่ที่เขมร มีโรงแรมนอนฟรี มีเบี้ยเลี้่ยง ได้ยินว่าคนละ $500 จากท่านผู้ใหญ่แดนไกล ให้ใช้ฟรี ๆ ทุก ๆ เดือน  ก็น่าจะมีความสุขนะ  ดีกว่าคุณณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ที่อยู่ในคุกมาแล้ว ๖ เดือนกว่า  แต่อยู่นอกคุกที่เขมร น่าจะดีกว่ามาก  ก็อยู่กันไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ  ถือว่าไปพักผ่อนอริยาบทที่ต่างประเทศก็แล้วกัน
  แต่ขากลับมานี่่ซิ  คราวก่อนก็เชือดไก่ให้ลิงดูแล้ว ๑ ตัว  นายเจมการ์ด ของ ผอ.เพชร น่าจะเป็นผู้รับกรรม ก็ต้องไปสวรรค์ตั้งแต่หนุ่ม ๆ ซึ่งผู้ที่สั่งการก็น่าจะแสดงฝีมือให้ดูว่า  ถ้าลูกพี่ของเจมกลับมาเชียงใหม่ กฐินของผู้่ใหญ่ หลายๆกองนั้น ก็คงจะแห่กันกันมาที่เชียงใหม่  ได้ยินว่ากฐินที่จองเอาไว้นั้น เขาจองเฉพาะแกนนำเท่านั้นนะ ก็ไม่ทราบว่าแกนนำของกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ ไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้กับใคร  ข่าวลือก็คงเป็นข่าวลือ  แต่ที่เขาไม่ลือนั้นเขาก็เก็บกันไปแล้วจริง ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2011, 11:11:48 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2011, 09:29:55 PM »

"อายุบวร"
    Angry จับฉลากไปพบนายกทักษิณ (น่าจะเป็นการฝันกลางวันของพวกเสื้อแดงมากกว่า)เมื่อปลายเดือน ธันวาคม ๒๕๕๒ ผ่านมาจนถึงวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๔ อีคุณ ดีเจ.อ้อม มันก็ไปเขมร ไปพบนายกทักษิณ ที่โรงแรม Combodia Hotel  ในวันที่ ๑๘ นั้น ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรี เพชรวรรต ได้เดินเข้าไปทักทายอาจารย์ประหยัด ที่ล๊อปบี้ ก็ได้ถามท่านว่า มากับใคร ท่านบอกว่ามากับ อีคุณ ดีเจ.อ้อม ซึ่งก็ไม่ได้ถามว่าตอนนี้มันไปแอบอยู่ที่ไหน
    Angry คนเราถ้ามันไม่ชั่วจิตใจไม่สกปรก ที่หลอกเอาไว้ว่าจะพาอาจารย์ประหยัดไปหานายกทักษิณ มันก็ต้องออกมาทักทาย อาจารย์ประหยัด ผู้ซึ่งปัจจุบันยังเป็น นายประกันของมันอยู่ วันที่อาจารย์ประหยัดไปประกันตัวมันนั้น กลับมาถึงโรงแรม อี ดีเจ.อ้อม มันมาก้มกราบเท้าอาจารย์ประหยัดต่อหน้าภรรยาอาจารย์ประหยัด และเสื้อแดงอีกหลาย ๆ คน จะเป็นการกราบไว้จากใจจริง หรือสร้างภาพนั้น ก็ต้องคิดเอาก็แล้วกันแต่เดี๊ยวนี้มันต้องหลบหน้าหลบตาอาจารย์ประหยัด เพราะว่าอาจารย์ประหยัดนั้นเวลานี้อยู่กับกลุ่มอดีตผัวเก่าของ ดี.เจ.อ้อม คือ ดี.เจ.แหล่ซึ่งก็ควรจะรู้ว่าดีเจ.แหล่เขาเล่าอะไรให้ฟังมากพอสมควร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2011, 11:18:48 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2011, 10:32:19 AM »

"อายุบวร"
    Angry หลังจากที่ ดีเจ.อ้อม ได้รับการช่วยเหลือจากอาจารย์ประหยัด ประกันตัวให้แล้ว กราบแทบเท้าอาจารย์ประหยัดแล้ว ก็ได้แสดงบทบาทใหม่ คือใครที่ทำบุญคุญให้ก็จะ ตอบสนองพระคุณด้วยการ กล่าวออกชื่อทางวิทยุ FM 92.50 บ่อย ให้บรรดาสมาชิกกลุ่มรักเชียงใหม่คล้อยตาม  เหมือนว่ายกย่องตนเองมีบารมีสูงส่ง ใคร ๆ ก็ต้องพากันมาช่วยเหลือ โดยเฉพาะอาจารย์ประหยัด ทีแรก ผอ.เพชร ท่านก็เรียกอาจารย์ประหยัดว่า "ท่าน" เพราะในขณะนั้นเหมือนฟ้ามาโปรด ไม่มีเงิน ไม่มีโฉนดที่ดิน ไม่มีใครที่จะมาช่วยเหลือ แต่เมื่ออาจารย์ประหยัด โผล่เข้ามาช่วยเหลือ ผ.อ.เพชร ถึงกับยกย่องให้เป็นท่าน อาจารย์ประหยัด ก็ขอร้องให้เรียกขานเพียงแต่ชื่อเท่านั้น  ซึ่ง ผอ.เพชร ก็ได้ติดยศให้เป็น "กาก้า" ซึ่งเป็นภาษาอินเดีย แปลว่า "ลุง" แต่ไม่ได้เรียกว่า กาก้าประหยัด เรียกเป็นภาษาไทยว่า "ลุงประหยัด"
    Grin ซึ่งต่อมาเมื่อได้ไปช่วยประกันตัว นายนิยม เหลืองเจริญ (ดีเจ.แหล่) ผัวดีเจ อ้อม ก็ได้มีการเอาชื่อ ลุงประหยัด ไปโปรโมทออกอากาศบ่อย ๆ เพื่อที่จะให้เป็นตัวอย่าง ให้คนอื่นๆ รีบมาช่วยดูแลปกป้องแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ มีเงินมีของมีทองก็ให้เอามาบริจาคให้ ก็เ้ป็นไปตามที่โปรโมทเอาไว้  ในระยะที่อาจารย์ประหยัดเข้าไป และไปเป็นหน้าม้าให้บ่อย ๆ นั้น "ดวง" ของ ผอ.เพชร และ ดีเจ.อ้อม รุ่งขึ้นอย่างทันตาเห็น  ลงกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ ประกาศเรียกของบริจาค โดยเฉพาะเงินบริจาคก็จะ หลั่งไหลมาเหมือนเขื่อนภูมิพลปล่อยน้ำ ยังไงก็ยังงั้น
    Azn คนประเภท "บัวใต้น้ำ" เมื่อขึ้นสูงสุด ก็คิดว่า เป็นความสามารถของตนเอง ก็เริ่มมองข้ามความสำคัญของอาจารย์ประหยัด ยกยกตัวเองว่าเป็น ดร.เป็นคนที่ผ่านการบวชเรียนมาแล้ว รู้่ประเพณีวัฒนธรรมของล้านนาเป็นอย่างดี สร้างภาพ เช่น ประเพณียี่เป็ง ลอยกระทง งานบุญ ต่าง ๆ ในทางที่เป็นจริงนั้น คนที่ยกย่องตนเองว่าเคยบวชเรียนมาแล้ว รู้ประเพณีของคนเมืองเหนือเป็นอย่างดี อย่างหนานเพชรวรรต นั้น ไม่เคยทำตามประเพณีในวันสงกรานต์ คือ ไม่เคยไปดำหัวอาจารย์ประหยัดเลย  ซึ่งน่าจะผ่านสงกรานต์ มา ๓ ครั้งแล้ว  เรียกว่าที่แสร้งยกย่องว่าเป็นลุงประหยัดนั้น เพื่อให้คนอื่นเชื่อ แต่แท้ที่จริงแล้วไม่เคยสำนึกในบุญคุณที่อาจารย์ประหยัด ที่ได้ช่วยเหลือ ประกันตัวออกมาจากการจับกุมของตำรวจ แล้วตามไปประกันตัวที่อัยการ เวลานี้โฉนดที่ดินของอาจารย์ประหยัดก็ยังคงค้างอยู่ที่อัยการเพราะประกันตัว ผอ.เพชร และดีเจ.อ้อมนี่แหละ
    Undecided ก่อนที่จะมีการฆ่าประชาชนในเดือนพฤษภาคมที่ราชประสงค์นั้น อาจารย์ประหยัดก็ได้ติดตามลงไปดูแกนนำของกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ ว่าเขามีพฤติการณ์ยังไงบ้าง ทุกครั้งที่กลุ่มรักเชียงใหม่ลงไป อาจารย์ประหยัดก็ลงไป ก็เห็นความไม่จริงใจที่ ผอ.เพชร และ ดีเจ.อ้อม มีต่อสมาชิกกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ แล้วเมื่อ ผอ.เพชร และ ดีเจ.อ้อม หนีไปอยู่เขมร ยิ่งมีการทรยศหักหลังกับ ดีเจ.แหล่ แตกแยกกับ นายภูมิใจ ไชยยา (ดีเจ.ต้อม) และ ดีเจ.อ้วน ก็เลยเลิกที่จะไปช่วยเป็นหน้าม้า เป็นนายประกันให้อีกต่อไป ทั้ง ๆ ที่ก็ยังเป็นนายประกันคาอยู่  ซึ่งหลังจากที่ ผอ.เพชร และ ดีเจ.อ้อม กลับมาจาก เขมรแล้ว ทาง นชป.ส่วนกลาง ก็ประกันตัวให้ แต่ก็กลายมาเป็นศรัตรู กับ ดีเจ.แหล่ ดีเจ.ต้อม ดีเจ.อ้วน และอีกคนหนึ่งที่ถูกหลอกใช้ก็คือ ดีเจ.น้องเบียร์
    Angry แล้วจะให้พูดว่ายังไงดี  ในเมื่อพวกเขาเป็นแกนนำกลุ่ม เป็นทั้ง ดี.เจ.ของ กลุ่ม พากันมากัดกันแม้เป็นผัวเป็นเมียกันก็ยังฟัดกันเหมือนสุนักข์ ทรยศหักหลังกัน ก็เพราะเงินที่ ทางผู้ใหญ่จัดส่งมาให้ที่เขมร แย่งเงินกันเหมือนอีแร้งลงกินหมาเน่า เพราะฉะนั้นเมื่อกลับมาจากเขมร จึงได้แตกกันเป็นเสี่ยง ๆ เหมือนพวกเสื้อเหลืองที่ฟัดกันแล้วก็พากันไปกัดกับพรรคประชาธิปัตต์นั่นแหละ จึงทำให้เวลานี้ "เสื้อแดง" ในจังหวัดเชียงใหม่ แบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า เกาะกลุ่มกันไม่ติด พลังที่เคยแข็งแรง สมัยก่อนก็อ่อนแอลง เพราะความไม่สมานสามัคคี แก่งแย่งชิงดีกันเพื่อเงินและความเป็นใหญ่ ซึ่งหน้าที่ของอาจารย์ประหยัดไม่ได้มาเพื่อกอบกู้เสื้อแดง แต่ทำหน้าที่ฝ่ายปราบ "มาร" ใครที่ชั่วก็น่าจะรู้ตนเองว่าชั่ว ให้สวดมนต์ไหว้พระ กระทำความดี เพื่อจะได้พ้นบ่วงกรรมที่จะติดตามมา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2011, 02:41:31 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หากจะคิดปฏิบัติในสายสัญญาแบบไฟไหม้ฟาง ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาปฏิบัติเสียจะดีกว่า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: