"อายุบวร"

ผ่านงานศพเสื้อแดง คือ แดงคชสาร ไปเรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางเสื้อแดงซึ่งหลั่งไหลกันมาทั่วทิศ ทุกคนนั้นเหมือนเป็นพี่น้องกัน ทักทายปราศรัยกันเหมือนกับรู้จักกันมานานหลายสิบปี

เมื่อคืนนี้ก็ไปในงานศพของ อาจารย์สุพจน์ ตียาภรณ์ ท่านเคยสอนวิชาฟิสิกให้กับ อาจารย์ประหยัด สมัยเมื่อเรียน ม.๗-๘ ที่โรงเรียนปริ้นสรอยฯ ตำแหน่งสุดท้ายของ อ.สุพจน์ ก็คือ รองศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ ตียาภรณ์ อดีตคณะบดีคณะวิศวกรรมศาตร์ คนแรก ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็มีคนไปในงานศพมากพอสมควร จนไม่มีที่จอดรถ คนที่ไปในงานศพนั้น ส่วนมากจะเป็น ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ คณะบดี รองคณะบดี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือคนระดับมีอีโก้สูงกันทั้งนั้น

ตอนที่เข้าไปในงานศพนั้น ก็ไม่มีใครทักทายอาจารย์ประหยัด และน้องสาวเลยสักคน เพราะว่าพวกคนระดับที่มีปริญญาโท ปริญญาเอก และอดีต คณะบดีทั้งหลายนั้น พวกเขายังสวมหัวโขนของเขามาในงานศพ ขนาดด๊อกเตอร์ของพวกเราคือ ดร.เพชรวรรต ยังไม่มีตำแหน่งใด ๆ เลยในวงราชการ ท่านยังมีอีโก้กับพวกเสื้อแดง แต่ถ้า ดร.เพชรวรรต เข้าไปในงานของ ดร.สุพจน์ แล้ว ก็คงจะถูกบดบังด้วยบารมีตำแหน่งของพวกอีโก้รัฐบาล
เนื่องจากอาจารย์ประหยัด เป็นราษฎรธรรมดาสามัญ ก็จำเป็นต้องเจียมเนื้อเจียมตัว นั่งอยู่ข้างนอกศาลาไว้ศพ บังเอิญตาดีหน่อย เหลือบไปเห็น น้าอารักษ์ นั่งอยู่้ในศาลาอยู่แถวหน้าสุด ก็แสดงว่าท่านต้องเป็นญาติผู้ใหญ่ของ ดร.สุพจน์ ผู้วายชน ก็เลยต้องเข้าไปทักทายท่าน เพราะว่าท่านเป็นน้าเขยของ อาจารย์ประหยัด เมื่อต้นปีนั้นก็ไปบ้านน้าอารักษ์ ๓ ครั้ง ไปรักษาโรคเกี่ยวกับวิญญาณให้กับสามีน้องจิ๋ม ลูกสาวน้าอารักษ์ ตื่นเช้ามาก็จะไปเดินคุยเป็นเพื่อนกับน้าอารักษ์ ซึ่งท่านมีอายุมากแล้ว ๙๑ ปี ส่วน ดร.สุพจน์ นั้น ๘๕ ปี ก็เข้าไปนั่งเป็นเพื่อนคุยกับ คุณอารักษ์ ตียาภรณ์ พี่ชาย ดร.สุพจน์ ประมาณ ๕ นาฑี ก็ออกมานั่งข้างนอกดีกว่า เพราะบรรดาพวกมีอีโก้ทั้งหลาย คนแรกก็คือรองอธิการบดี พอเข้าไปจุดเทียน เดินออกมาก็ยกมือไหว้ น้าอารักษ์ เรานั่งอยู่ข้างท่านมันก็ไหว้ถูกเราด้วย โดนพวกมีอีโก้ไหว้กระทบไปหลายคน ทำให้พลังบารมีอ่อนลง ก็เลยออกไปนั่งนอกศาลาดีกว่า

ก็ลืมบอกไปว่า น้าอารักษ์ นั้นตำแหน่งสุดท้ายในราชการก็คือ ผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง แล้วก็มีน้องชายอีกคนคือ คุณอำพล ตียาภรณ์ อดีตอธิบดีกรมเจ้าท่า และคนที่ดังที่สุดในตระกูลนี้คือ คุณครูประพิมพ์ ตียาภรณ์ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมตายของ ผู้่ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คือตกเครื่องบินตายหมู่ทางภาคใต้ ซึ่งผู้ว่าคนนี้บังอาจปิดถนนท่าแพแล้วทำเป็นประตูเมืองขวางทางเดินเอาไว้ คนเมืองเชียงใหม่เขาว่า "ขึด" ซึ่งก็ทำให้ท่านต้องไปตายกับเครื่องบินที่ไม่บินบนฟ้าแต่บินแบบเหยี่ยวถลาลง คือถลาลงดิน รุ่นนี้ก็มีดังอีก ๑ คน คือเจ๊นุช จินดาศิลป์ พี่สาวคุณณรงค์ ศักดาธร เจ้าของบริษัทนิยม พานิช