"อายุบวร"

วิญญาณเสื้อแดงที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นตายแล้ว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คุณเฉลิม ได้โทรมาปรึกษาเรื่องแฟนของเขา ที่ได้ไปชุมนุมกับ นปช.ที่กรุงเทพฯ กลับมาคราวนี้ กลางคืนก็จะนอนไม่หลับ บางทีก็จะเกิดอาการคลุ้มคลั่งปิดห้องนอน แล้วก็นอนร้องไห้คร่ำคราญ ก็เลยบอกให้คุณเฉลิมพาแฟนเขามาหาที่บ้าน ซึ่งแต่แรกนั้นก็ไม่รู้ว่าจะกล่อมยังไงที่จะให้มาได้

รุ่งเช้่าวันจันทร์คุณเฉลิมก็โทรมาบอกว่าตอนบ่ายจะไปหา ก็ประมาณบ่ายโมงเศษ ๆ ก็พาคุณอ้อมเข้าไปหา ก็นั่งคุยกันเรื่องที่ไปชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศเพื่อความคุ้นเคย เป็นชั่วโมง ก็บอกคุณอ้อมว่าในตัวนั้นมีวิญญาณอะไรก็ไม่รู้เกาะมา แต่ไม่ใช่คุณไสย ไม่ใช่เจ้ากรรมนายเวร ก็บอกให้คุณอ้อมมานั่งต่อหน้า พอเปิดพระโอษฐ์ออกมา เท่านั้นเองที่นึกแล้วว่าจะต้องเป็น "วิญญาณ" ก็ใช่จริง พูดได้ไม่กี่คำก็แสดงอาการ โมโห โกรธ พูดจากระโชกโฮกฮาก มันก็น่าขันที่ว่าน้องอ้อมเป็นคนเรียบร้อย แต่เวลาผีในตัวที่แสดงออกมา ดันมาขู่อาจารย์เจ้าของบ้าน วิญญาณนี้ไม่รู้จักองค์เทพทั้งหลาย ไม่ว่าองค์พระศิวะ นารายณ์ เป็นวิญญาณที่ตายเพราะโดนยิง เรียกได้ว่าเป็นผีตายโหง แต่ยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นตายแล้ว เมื่อให้วิญญาณนี้ถอยออก ก็ประจุองค์พระธรรมให้น้องอ้อม ไปมากพอสมควรประมาณ ๑๕ สาย ก็เอามาเปิดอีก ในขณะที่พุดกันไปนั้น ก็ได้โอนบุญไปให้ แล้วก็สั่งให้วิญญาณนี้โมทนาบุญ ให้ได้วิมาน เสื้อผ้าอาภรณ์ ภักษาอาหารและบริวาร อาการเกรี้ยวกราดก็ทุกเลาลง แต่เปลี่ยนเป็นเถียง พูดอะไรไปก็เถียง ทำตาโตเท่าไข่ห่าน ๓ ยก ก็ให้พักเสียก่อน พรุ่งนี้กลับมาใหม่

วันอังคารกลับมาก็ประจุองค์พระธรรมให้ก่อน แล้วก็ชวนวิญญาณนี้คุย กริยาท่าทางก็อ่อนลงไปอีก พูดเสียงอ่อนไม่ดังเหมือนวันแรก เมื่อถามถึงชื่อก็นึกไม่ออก จำไม่ได้ว่าตัวเองนั้นชื่ออะไร เมื่อนึกไปก็จะปวดหัว ก็แปลกที่เป็นผีขี้ลืม เวลาจะนึกถึงชื่อตัวเองนึกไปก็ปวดหัว ก็เลยพูดถึงเรื่องการสลายม๊อบ ซึ่งวิญญาณนี้อยู่ในตัวน้อมอ้อมก็ย่อมจะรู้จะเห็นตามที่น้องอ้อมไปที่ไหน จากนั้นก็ให้ถอยแล้วประจุองค์พระธรรมใหม่ ซึ่งเมื่อถามปู่ว่าจะให้ปราบไหม ปู่ท่านไม่ให้ปราบ ถึงแม้จะปราบ องค์พระธรรมฝ่ายปราบก็ทำอะไรวิญญาณนี้ไม่ได้ เพราะว่าเป็นลักษณะที่คนตายคนนี้น่าจะถูกสไนเปอร์ ตายทันทีโดยไม่รู้ว่าตัวเองตาย องค์พระธรรมฝ่ายปราบทุกองค์จะไม่สามารถทำร้ายทำอันตรายแก่วิญญาณดวงนี้ได้ พูดสนทนากันไปวิญญาณดวงนี้ก็ขอไปนอน ประมาณ ๑ นาที ร่างก็ลืมตาขึ้น ก็ให้กลับไปก่อน

วันนี้น้องอ้อมก็กลับมาอีก ประมาณ ๑๔.๐๐ น. ก็ประจุองค์พระธรรมให้ก่อน จากนั้นก็ให้วิญญาณนี้ลง วันนี้วิญญาณไม่เครียด พูดจาสุภาพ พูดไปหัวเราะไป ก็พูดถึงเรื่องการสลายม๊อบอีก คือนายคนนี้จำเรื่องอื่นไม่ได้ เมื่อตายในขณะสลายม๊อบก็จำได้แต่เรื่องในขณะที่เห็นก่อนตาย ซึ่งก็บอกว่าเบื่อ ไร้สาระ ก็เตรียมจะไปเกิดแล้ว ก่อนที่จะให้วิญญาณเข้าประทับนั้นก็ได้ถามน้องอ้ัอมว่า เมื่อคืนนี้หลับดีไหม น้องอ้อมบอกว่าไม่ต้องกินยากล่อมประสาท ประมาณเที่ยงคืนก็ง่วงหลับไปอย่างง่ายดาย เมื่อน้องอ้อมและคุณเฉลิมกลับไป ก็สั่งก่อนว่าให้โอนบุญให้วิญญาณนี้มาก ๆ เพราะยังไงเขาก็จะไปแล้ว ทั้งๆ ที่ยังฟื้นความจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร

ก็เป็น "วิญญาณ" แรก ที่ยังไม่เคยเจอ เหมือนกับเทพ-เทวดา ที่ประจุองค์พระธรรมแล้ว จะไม่รู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีองค์พระธรรมฝ่ายปราบองค์ใดที่จะปราบเขาได้เลย ก็ปล่อยให้ไปปฏิบัติตัวสัก ๑ อาทิตย์แล้วค่อยติดตามดูใหม่ว่า ควรจะทำยังไงดี ความจริงน่าจะหลอกไปให้พระปราบ ซึ่งกลัวว่าพระจะถูกผีด่าเอาเท่านั้นแหละ ซึ่งถ้าความจำเขาคืนมาเขาหรือวิญญาณดวงนี้ก็จะรู้ว่าตัวเองนั้นตายแล้ว ตอนนั้นก็น่าจะถอยออกไป แล้วก็จะได้ไปเกิดตามบุญหรือกรรมที่วิญญาณดวงนี้ได้ทำเอาไว้

พวก นปช.เสื้อแดง ที่ถูกยิงตาย แล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นตาย ก็น่าจะมีวิญญาณเป็นร้อย ๆ ดวงที่เข้าสิงอยู่ในสังขารของคนที่ไปชุมนุม น้องอ้อมนี้เป็นเพียงแค่ ๑ ในร้อยหรือหลายร้อยคนที่ถูกวิญญาณเข้าสิง มิน่าเล่าเมื่อถามถึงวิญญา "เสธ.แดง" จึงไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน ที่แท้ก็อยู่ในร่างของการ์ดเสื้อแดงที่อยู่ใกล้ ๆ ตอนที่ถูกยิงนั่นเอง ซึ่งคนที่ถูกวิญญาณพวกเสื้อแดงที่ถูกยิงตายเข้าสิงนั้น ก็ปกติเหมือนคนธรรมดา ที่ไม่ปกติก็คือพฤติการณ์จะผิดแผกแตกต่างไปจากธรรมดาที่เป็นเท่านั้น ถ้าไม่เปิดก็จะไม่รู้ว่าถูก "ผี"สิง แล้วเป็นผีที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นตายแล้ว เรื่องนี้ก็จะต้องศึกษาต่อไปอีก