"อายุบวร"

แล้วต่อมาจาก
ฤาษี ๓ องค์ อัชชะโคนะ พัชชะโคนะ และ ปุปุอองแล้ว ก็มีการเอาลูกประคำมานับในการเข้าสมาธิสวดมนต์ พิจารณาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คือ จุลละกัสสะปะ พร้อมกันนี้ก็พิจารณา กายานุสติ(อาการ ๓๒) ด้วย และจุลละกัสปะธิ เป็นผู้ที่เริ่มก่อตั้งลัทธิมหายาน
พวกที่บวชอยู่ในลัทธิมหายานจึงใช้ประคำสวดมนต์ ทำสมาธิกันทุกองค์ อัชชะโคนะ ตอนเป็นพระมีนามว่า ยะสะปาโล อยู่ป่าเป็นพระ จึงไม่เหมาะสม เพราะจะอาบัติบ่อยๆ ก็เลยสึกออกมาอยู่ป่าเป็นฤาษี เป็นพระมา ๒๐ ปี
ปุปุออง ตอนเป็นพระมีนามว่า ญาณะรังสี เหตุที่ต้องสึกออกมาเป็นฤาษีก็ด้วยเหตุเดียวกับ อัชชะโคนะ
การที่เราจะนั่งสวดลูกประคำ จิตใจเราต้องเป็นสมาธิจิต เมื่อสวดเสร็จเรียบร้อย เราจะสวด อัสสาสะ ปัสสาสะ อานาปานะสติ ตั้งกำหนดลมหายใจเข้าออกให้เป็นสมาธิ ทำกายะคะตาสะติ เกสา โลมา นะขา ทันตา... พอเสร็จแล้วก็อนุโลม ปฏิโลม ให้ใจเป็นสมาธิอยู่กับลูกประคำนับที่ลูกประคำ
การสวดปริตรของพระพุทธองค์ด้วยลูกประคำ ทำให้มีอานุภาพมาก ถ้าเรามีสมาธิจิตตัวอยู่ดี จะทำอะไรก็สำเร็จ อันตราย ภัยต่างๆ ก็จะไม่เกิด ไม่มีใครทำอะไรเราได้ ปริตรเป็นที่ป้องกันทุกสิ่งทุกอย่าง
บทสรุป ปริตรทั้งหมด
นักขัตตะยักขะภูตานัง ปาปัคคะหะ นิวาระณา
ปริตตัสสานุภาเวนะ หันตะวา เตสัง อุปัททะเว
อะเนกา อันตะรายาปิ วินัสสันตุ อะเสสะโต ฯ
ด้วยอานุภาพของการสวด นับลูกประคำนี้ทำให้เกิดเมตตา ป้องกันอันตราย เป็นสมถะภาวนา
ด้วยเราพิจารณากรรมฐานด้วยลูกประคำ ถ้าเราจะสวดกันจริงๆ ก็ยาวมาก
ในปัจจุบันลูกประคำ ทำได้ยาก ต้องเอาคุณ เอาที่ป้องกัน เป็นฌานเป็นอักขระ คนที่นับลูกประคำ ถ้าสวดแล้วนับดีๆ มีจิตเป็นสมาธิ ก็จะได้ผลเยอะมาก ถ้าจะนับประคำก็จะต้องนับแบบ ๑๐๘ เม็ด
ประคำ ๙ เม็ด คือ โลกุตร ๙ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ ประคำแบบ ๙ เม็ดนี้มาเกิดขึ้นทีหลัง มาแยกพวกกันระหว่าง มหายานและหินยาน
พวกมหายานจะใช้ประคำ ๙ เม็ด คือ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ บารมีเป็นใหญ่ มรรคก็ดี นิพพานก็ดี
พวกจุลละยาน เป็นนิกายที่แยกมาจากมหายานอีกทีหนึ่ง พวกนี้ถือประคำ ๗ เม็ด คือ อภิธรรม ๗ พวกจุลละยานนี้ นักบวชมีภรรยาได้ ถือประคำ ๗ เม็ด จิตเป็นใหญ่ สัจจะเป็นใหญ่
ประคำโทน คือ เอาคุณจากประคำ ๑๐๘ เม็ด มารวมกันไว้ในประคำเพียงเม็ดเดียว เป็นประคำโทน เหมือนที่สวดอิติปิโสภควา ถือว่าพวกเราเหมือนมีหัวใจอยู่หนึ่งเดียว ถือมั่นติดตัวเอาไว้ เหมือนมีประคำ ๑๐๘ เม็ดอยู่ในเม็ดเดียว
ดังนั้นการนับลูกประคำ สวดมนต์บทนั้นๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว จะสำเร็จโลกีย์ฌาน เพราะตั้งจิตให้อยู่กับลูกประคำ ถ้าไม่มีสติก็จะนับไม่ถูก นับไปก็ต้องตั้งสติไป จึงจะสำเร็จโลกีย์ฌานได้ ดังเช่น พระอัชชะโคนะและปุปุออง ดังกล่าวมาแล้วนั้นแล...