"อายุบวร"

วันนี้มีลูกศิษย์ของ อาจารย์ ละมูล เย็นจบ เป็นลูกสาวของพ่อต้นฯ เกิดจาก นางพิมพา เพียซ้ายสูงเนิน บ้านอยู่ข้าง ๆ วิหารใหญ่ เธอได้โทรไปหาอาจารย์ประหยัด ซึ่งความจริงก็ได้โทรมาก่อนแล้วหลายวัน เธอได้ไป “เปิดพระโอษฐ์” กับ นายธนากร ก่อน เพราะว่าบ้านอยู่ใกล้กับบ้านนายธนากร แต่นายธนากรนั้นเปิดให้ไม่ได้ หรือเปิดไม่ออก จึงได้เดินทางไปที่วิหารใหญ่บุรีรัมย์

ในการแก้ไขของ อ.ละมูล นั้น ยังไม่ทราบรายละเอียดและวิธีทำ แต่เธอก็ได้เสียเงินไปแล้ว ๑๙,๐๐๐ บาท ก็เพิ่งจะผ่านมาประมาณเกือบปีนี่แหละ ได้แต่บทดับล้างมา ซึ่งเปิดเป็นส่วนตัวให้กับเธอ ส่วนองค์พระธรรมนั้นไม่ได้ เมื่อปฏิบัติไปก็ไม่เห็นว่าจะมีผลดีอะไรขึ้นมา เธอยังเข้าใจว่า อ.ละมูล นั้นเป็นลูกสาวพ่อต้น เมื่อปฏิบัติเข้าสายสัญญาที่ท่านก็น่าจะมีความก้าวหน้าขึ้น แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ชีวิตปัจจุบันนี้มีแต่ปัญหายุ่งยาก

อาจารย์สายสัญญาประเภทแก้ไขด้วยการเรียกเอาเงินนั้น ถ้าถามอาจารย์ประหยัดก่อนก็จะบอกว่า พวกนี้มีวิญญาณแทนบัลลังก์ทองแทรกทั้งนั้น คือในตัวมีแต่ “ผี” ซึ่งเป็นผีที่หิวโหยเสียด้วย เจอบุคคลผู้ใดหลงเข้าไปหาก็จะถูกเรียกร้องเอาเงิน เป็นจำนวนมากเสียด้วย อาศัยเอายี่ห้อพ่อของตัวเองมาขาย แต่เมื่อทำไปแล้วก็เหมือนว่าต้มลูกศิษย์ ถ้ายังกลับไปอีกก็ถูกเรียกเงินอีก จะเรียกไปเรื่อย ๆ จนกว่าเงินจะไม่มีให้นั่นแหละ

เธอถามอาจารย์ประหยัดว่า อาจารย์รู้ได้ยังไงว่า นายธนากร บารมี ไม่รับรอง ก็ถ้ารับรองมันก็เปิดพระโอษฐ์ให้หล่อนเรียบร้อยไปแล้ว แล้วเมื่อบอกว่า อาจารย์ละมูลนั้น พระบารมีก็ไม่รับรอง ก็ยังมาย้อนถามว่า อาจารย์รู้ได้ยังไง ความจริงถ้าได้อ่านประวัติของอาจารย์ที่อาจารย์ประหยัดได้จ๊วกมาแล้ว ก็จะเห็นว่า แต่ละท่านนั้นเป็นลูกศิษย์พ่อต้นฯ ทั้งนั้น ถ้าไม่รู้จริง ก็จะเป็นการก้าวล่วง “บารมี” ของคนอื่น ซึ่งถ้าก้าวร่วงบารมีของคนอื่นนั้น ก็คงจะ “ร่วงโรย” จากสายสัญญาไปตั้งนานแล้ว แม้อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขต ซึ่งเป็น อาจารย์บรรยายธรรม อาจารย์ประหยัดก็จ๊วกมาแล้ว แม้จะคำขู่จากลูกศิษย์ของ อ.สุจินต์ ว่า ถ้าก้าวล่วงบารมีแล้ว ก็จะเกิดความวิบัติต่าง ๆ นานา ติดตามมา ผ่านมา ๖-๗ ปีแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ในเมื่อ อ.สุจินต์ คิดว่าตัวเองฉลาด แต่เอาพระธรรมคำสั่งสอนมาบิดเบือน เมื่ออาจารย์ประหยัด ถามองค์บารมีแล้ว ไม่มีปัญญาจ๊วกได้ก็จ๊วกไป
ข้อเตือนใจ (หรือคำพูดของพ่อต้นฯ) สำหรับศิษย์ผู้ปฏิบัติธรรมสายสัญญาโดยทั่วไป บางท่านอุตริเปิดคำดับล้างให้ญาติใหม่ โดยนึกเดาสุ่มว่าไป โดยมองพิจารณาเปิดในกองสังขารแก่ศิษย์ใหม่มิได้ จึงไม่สมควรกระทำ บางท่านที่ยังไม่หยั่งรู้เท่ากองสังขารวิญญาณของตน แต่อวดอุตริเปิดคำดับล้างเอง แบบนึกเดาสุ่มเอา โดยการนั่งดับล้างแหงนเงยหน้าดูท้องฟ้า นึกหาไปแบบเหวี่ยงแหไปทั่ว ๆ ลำแม่น้ำ เหวี่ยงทั้งวันไม่ถูกปลาสักตัว เท่ากับเหนื่อยเปล่า ๆ หรือถูกบ้างก็ไม่คุ้ม นาน ๆ จะได้สักตัวหนึ่ง ขนาดที่ว่าพ่อต้นฯ ท่านได้เตือนเอาไว้แล้ว แต่ลูกสาวท่านก็ยังมาเปิดบทดับล้าง ซึ่งถ้ามันเปิดได้จริง อ.ละมูล ก็น่าจะดังไปตั้งนานแล้ว ไม่ต้องมานั่งรอนอนรออยู่ข้างวิหารใหญ่ รอให้ศิษย์ที่มีแต่อวิชชาวิ่งเข้าหานั่นแหละ